รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด เผยบริการ Differentiated Connectivity กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

Ericsson Mobility Report: differentiated connectivity services gaining momentum

รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด เผยบริการ Differentiated Connectivity กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

  • ผู้ให้บริการการสื่อสาร 33 รายทั่วโลก เปิดให้บริการการเชื่อมต่อหรือการให้บริการที่แตกต่างหลากหลาย หรือ Differentiated Connectivity ด้วยเทคโนโลยี Network Slicing โดยมีบริการรวมทั้งสิ้น 65 รายการ
  • ภายในสิ้นปี 2574 คาดการณ์จำนวนผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกจะสูงแตะ 6.4 พันล้านราย คิดเป็น 2 ใน 3 ของผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมด
  • และในปี 2574 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ Fixed Wireless Access (FWA) อยู่ประมาณ 1.4 พันล้านราย โดย 90% ใช้บริการผ่าน 5G

การติดตั้งเครือข่าย 5G Standalone (5G SA) กระตุ้นให้เกิดการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ มีผู้ให้บริการการสื่อสาร (CSPs) จำนวนมากหันมาเปิดให้บริการการเชื่อมต่อหรือการให้บริการที่แตกต่างหลากหลาย (Differentiated Connectivity) เชิงพาณิชย์ โดยอาศัยเทคโนโลยี 5G SA Network Slicing ซึ่งเป็นการที่ผู้ให้บริการรับประกันคุณภาพการให้บริการสำหรับยูสเคสการใช้งานของลูกค้าผ่านการจัดสรรและแบ่งเครือข่าย สถิติดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงาน การวิเคราะห์ และการคาดการณ์เชิงลึกในรายงาน Ericsson (NASDAQ: ERIC) Mobility Report (EMR) ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการการสื่อสารมากกว่า 90 ราย ที่เปิดตัวและทดลองเปิดใช้เครือข่าย 5G Standalone (5G SA) แล้ว เพิ่มขึ้นประมาณ 30 รายจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 20 ราย จากรายงาน EMR ฉบับเดือนมิถุนายน 2568

นักวิจัย EMR ยังระบุยูสเคสการใช้งาน Network Slicing เพื่อให้บริการ Differentiated Connectivity ที่มีมากถึง 118 ยูสเคส จากผู้ให้บริการการสื่อสาร 56 ราย

จาก 118 ยูสเคส มี 65 ยูสเคส จากผู้ให้บริการ 33 ราย ที่พัฒนามาจากช่วง Proof of Concept และไปสู่การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ โดยบริการมีทั้งแบบแพ็คเกจสมัครสมาชิกหรือแพ็คเกจบริการเสริมสำหรับลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร และมีบริการเชิงพาณิชย์ 21 รายการ จาก 65 รายการ หรือเกือบหนึ่งในสาม ที่เปิดตัวในปี 2568 เพียงปีเดียว

มร.แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยกำลังเติบโตรวดเร็ว และเครือข่าย 5G Standalone จะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้กับผู้ให้บริการสามารถนำเสนอบริการใหม่ๆ ที่แตกต่างและโดดเด่นสำหรับองค์กรและผู้บริโภคในประเทศไทย การนำเครือข่าย 5G SA มาใช้งานยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับการพัฒนานวัตกรรมของทั้งภาคเอกชนและบริการดิจิทัลของภาครัฐฯ ช่วยให้ประเทศสามารถได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G เต็มรูปแบบ พร้อมบรรลุวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0”

รายงาน EMR ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 ครอบคลุมกรอบเวลาการคาดการณ์ใหม่ ตั้งแต่ปี 2568 จนถึงสิ้นปี 2574

ช่วงการรายงานใน EMR ฉบับนี้ ยังครอบคลุมถึงการติดตั้งเครือข่าย 6G เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากวงจรการเติบโตของผู้ใช้ในเครือข่ายมือถือรุ่นก่อนหน้า โดยนักวิจัย EMR คาดว่าการเปิดตัวเครือข่าย 6G เชิงพาณิชย์ครั้งแรกนี้ จะเกิดจากผู้ให้บริการการสื่อสารชั้นนำในตลาดหลัก ๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย และบางประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC)

ภายในสิ้นปี 2574 คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการ 6G ทั่วโลกสูงแตะ 180 ล้านราย ซึ่งยังไม่นับรวมการเติบโตช่วงแรกของอุปกรณ์ Internet of Things ที่ใช้ AI โดยตัวเลขผู้ใช้งานอาจเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดหาก 6G เปิดตัวเร็วกว่าที่วงจรก่อนหน้านี้ระบุไว้

คาดว่า 6G เชิงพาณิชย์จะเปิดตัวในยุโรปช้ากว่าประเทศอื่นประมาณหนึ่งปี เมื่อเทียบกับช่วงเปิดตัว 5G เนื่องจากการติดตั้ง 5G SA ที่ล่าช้ากว่า

จากที่ยูสเคสการใช้งาน 5G หลัก ๆ มีการขยายตัวต่อเนื่อง คาดว่าในปี 2574 จะมีผู้ใช้บริการ 5G สูงถึง 6.4 พันล้านราย คิดเป็นประมาณสองในสามของผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว โดยคาดว่าประมาณ 4.1 พันล้านรายจากจำนวนนี้ หรือประมาณร้อยละ 65 จะเป็นผู้ใช้บริการ 5G SA

เพียงปีนี้ปีเดียว คาดว่าภายในสิ้นปีจะมีจำนวนผู้ใช้บริการ 5G สูงแตะ 2.9 พันล้านราย เทียบเท่ากับประมาณหนึ่งในสามของผู้ใช้งานมือถือทั้งหมดในปัจจุบัน โดยเพิ่มขึ้นราว 600 ล้านราย เมื่อเทียบรายปี

ในแง่ของการให้บริการที่ครอบคลุมพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ พบว่าในปี 2568 มีผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงบริการ 5G เพิ่มขึ้น 400 ล้านราย และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ ครึ่งนึง (50%) ของประชากรในโลกนอกเหนือจากจีนแผ่นดินใหญ่จะเข้าถึงบริการ 5G

ปริมาณการใช้ดาต้าเน็ตบนเครือข่ายมือถือเติบโต 20% เทียบช่วงไตรมาสสามของปี 2567 และปี 2568 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยมาจากแรงหนุนของจีนและอินเดีย และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 16% ต่อปีจนถึงปี 2574

ภายในสิ้นปีนี้ (2568) คาดว่าเครือข่าย 5G จะครอบคลุมการใช้ดาต้าเน็ตบนมือถือทั้งหมด 43% เพิ่มขึ้นจาก 34% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และในปี 2574 ผู้เชี่ยวชาญ EMR คาดว่าจะเพิ่มเป็น 83%

บริการ Fixed Wireless Access (FWA) ยังคงเติบโตในฐานะยูสเคสการใช้งาน 5G รายงาน EMR ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 ยังคาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2574 จะมีผู้คนทั่วโลกประมาณ 1.4 พันล้านคนที่จะเข้าถึงบริการ FWA และ 90% ใช้งานผ่านเครือข่าย 5G

นักวิจัย EMR ระบุผู้ให้บริการ 159 รายที่เปิดให้บริการ FWA ผ่านเครือข่าย 5G ในปัจจุบัน คิดเป็น 65% ของผู้ให้บริการ FWA ทั้งหมด โดยจำนวนผู้ให้บริการที่เสนออัตราค่าบริการตามความเร็ว ซึ่งเป็นรูปแบบการสร้างรายได้ทั่วไปสำหรับบรอดแบนด์ผ่านเส้นใยแก้วนำแสงหรือสายเคเบิล เพิ่มขึ้นจาก 43% เป็น 54% นับตั้งแต่รายงาน EMR ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2567

รายงาน EMR ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 จำนวน 36 หน้า ประกอบด้วยบทความยูสเคสที่เขียนร่วมกันสามบทความ ได้แก่:

  • Singtel: 5G SA providing tailored experiences
  • Softbank: modernizing enterprise IT with 5G
  • SailGP: enhancing operations and viewer experiences with 5G

ก่อนหน้านี้อีริคสันได้จัดสัมมนาออนไลน์เกี่ยวกับรายงาน Ericsson Mobility Report เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. (ตามเวลามาตรฐานยุโรป) และ 18.00 น. (ตามเวลามาตรฐานยุโรป) ที่ลิงก์นี้

True Corporation achieves Level 4 Autonomy validation for 5G Service Assurance with Ericsson AI Solutions

ทรู คอร์ปอเรชั่น และอีริคสันร่วมคว้ามาตรฐาน Level 4 Autonomy ด้านการรับประกันบริการเครือข่าย 5G

True Corporation achieves Level 4 Autonomy validation for 5G Service Assurance with Ericsson AI Solutions

  • True Corporation becomes Thailand’s first communications service provider to achieve TM Forum validation for Level 4 Autonomy for 5G Service Assurance
  • Ericsson’s AI-powered Intent-based Operations enable True’s highly automated, high-performing network
  • The autonomous network is ready to support mission-critical applications and industrial-grade services with real-time optimization, predictive analytics, and seamless user experiences

True Corporation has become the first mobile operator in Thailand to achieve Level 4 Autonomy validation for 5G Service Assurance from TM Forum, marking a major milestone in intelligent network operations and automation. The validation by TM Forum under its Autonomous Network Level Assessment Validation (ANLAV) program confirms that for the Service Assurance – RAN Throughput Management scenario, True’s 5G network powered by Ericsson’s AI-enabled Intent-based Operations, is capable of operating independently with advanced automation. And it is ready to support industrial-grade services and AI-powered applications across Thailand.

This Level 4 Autonomy validation for 5G Service Assurance places True Corporation alongside global leaders in autonomous network innovation and reinforces Thailand’s position as a digital frontrunner in Southeast Asia.

The throughput management capability assessed under the ANLAV program has been active in the True network since the start of Q4 2025. It leverages the latest GenAI technologies to manage conflicting intents, simulate solutions using digital twins, and swiftly execute the best actions ensuring fast, reliable, connectivity in the True network.

Khurrum Ashfaque, Chief Network Officer of True Corporation Plc says, “Autonomous networks are the future of telecom, and this validation confirms that True Corporation is leading the way in both Thailand and globally. With Ericsson’s cutting-edge AI and automation technologies, we’ve built a network that is not only fast and reliable but also intelligent and self-optimizing. This milestone empowers us to deliver differentiated services to consumers and enterprises, while supporting Thailand’s journey towards becoming a digital economy.”

Anders Rian, Head of Ericsson Thailand, says, “True’s achievement of Level 4 autonomy in this high-value scenario is a testament to the strength of our partnership and the power of Ericsson’s Intent-based Operations. This validation from TM Forum confirms that the True network uses AI to predict issues and automatically adjust itself to maintain optimal performance. It can monitor, analyse, and optimize in real-time, making it more reliable, agile, secure, and easier to manage.”

“We are proud to support True Corporation in reaching this important milestone,” Rian adds. “With our global experience in deploying autonomous 5G networks, Ericsson brings world-class innovation to Thailand. This validation reflects our shared commitment to delivering a robust, reliable and secure 5G experience to Thai consumers and industries.”

CTO of TM Forum George Glass says, “Our members are a driving force for industry transformation towards autonomous networks and it’s inspiring to celebrate this progress. Ericsson and True’s achievement of Level 4 autonomy for this high-value scenario demonstrates how collaboration and innovation can unlock new levels of intelligence and efficiency in network operations for a more agile, automated, and AI-powered future.”

Ericsson and True Corporation have built a strong, long-term partnership to deliver a world-class, future-ready 5G network. This collaboration on AI-powered Intent-based Operations (IBO), part of the Ericsson Operations Engine in the company’s Managed Network Services portfolio, enables premium 5G services with guaranteed service level agreements (SLAs) for both consumers and enterprises.

ทรู คอร์ปอเรชั่น และอีริคสันร่วมคว้ามาตรฐาน Level 4 Autonomy ด้านการรับประกันบริการเครือข่าย 5G

ทรู คอร์ปอเรชั่น และอีริคสันร่วมคว้ามาตรฐาน Level 4 Autonomy ด้านการรับประกันบริการเครือข่าย 5G

ทรู คอร์ปอเรชั่น และอีริคสันร่วมคว้ามาตรฐาน Level 4 Autonomy ด้านการรับประกันบริการเครือข่าย 5G

  • ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายแรกในไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Level 4 Autonomy for 5G Service Assurance จาก TM Forum
  • โซลูชัน Intent-Based Operations ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของอีริคสัน ทำให้เครือข่ายทรูมีความเป็นอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพสูง
  • เครือข่ายอัตโนมัติ (Autonomous Network) รองรับแอปพลิเคชันที่มีความสำคัญต่อภารกิจ (Mission-Critical) และให้บริการระดับอุตสาหกรรม ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ มีการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น

ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้รับการรับรองเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายแรกในประเทศไทย ที่สามารถปฏิบัติการตามมาตรฐาน Level 4 Autonomy for 5G Service Assurance หรือมาตรฐานความเป็นอัตโนมัติระดับ 4 สำหรับการรับประกันการให้บริการเครือข่าย 5G นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาสู่การบริหารจัดการและการให้บริการระบบอัตโนมัติบนเครือข่ายอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ โดยการรับรองนี้เกิดขึ้นภายใต้โครงการ ANLAV (Autonomous Network Level Assessment Validation) ของ TM Forum ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเครือข่าย 5G ของทรูที่ใช้โซลูชัน Intent-Based Operations ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง AI ของอีริคสันนั้นสามารถทำงานได้ด้วยตนเองอย่างเป็นอิสระด้วยระบบอัตโนมัติขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การทดสอบเพื่อประกันคุณภาพของระบบเครือข่ายวิทยุ (RAN) ในด้านการบริหารจัดการปริมาณข้อมูล (Service Assurance – RAN Throughput Management scenario) พร้อมรองรับบริการต่าง ๆ ในระดับอุตสาหกรรม และแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสามารถในการบริหารจัดการปริมาณข้อมูลที่ได้รับการประเมิน ภายใต้โครงการ ANLAV ได้ถูกนำมาใช้งานจริงในเครือข่ายทรูตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นไตรมาส 4 ปี 2568 โดยใช้ประสิทธิภาพจากเทคโนโลยี GenAI ล่าสุด เพื่อจัดการกับเป้าหมายที่ไม่สอดรับกัน (Conflicting Intents) จำลองการใช้โซลูชันต่างๆ ผ่านเทคโนโลยี Digital Twins และดำเนินการตามมาตรการที่ดีที่สุดอย่างรวดเร็ว เพื่อให้มั่นใจว่าการเชื่อมต่อในเครือข่ายทรูมีความเสถียรและรวดเร็ว

มร.คูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Autonomous Network คืออนาคตของวงการโทรคมนาคม และการได้รับการรับรองนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้นำในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติที่ล้ำสมัยของอีริคสัน เราได้สร้างเครือข่ายที่ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพรวดเร็วและเสถียรเท่านั้น แต่ยังมีความอัจฉริยะและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง ความสำเร็จนี้ช่วยให้เราสามารถส่งมอบบริการที่แตกต่างให้กับผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ยังสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล”

มร.แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ความสำเร็จของทรูที่สามารถคว้าการรับรองมาตรฐาน Level 4 Autonomy เป็นข้อพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของความร่วมมือของเราและพลังของโซลูชัน Intent-Based Operations ของอีริคสัน การรับรองจาก TM Forum ตอกย้ำว่าเครือข่ายทรูใช้ AI เพื่อคาดการณ์ปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติ เพื่อยังคงมอบประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมทั้งด้านการตรวจสอบ วิเคราะห์ และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์ ทำให้เครือข่ายมีความเสถียร คล่องตัว ปลอดภัย และบริหารจัดการง่ายขึ้น”

“เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญยิ่งนี้ ด้วยประสบการณ์ระดับโลกของเราในการนำเครือข่าย 5G อัตโนมัติมาปรับใช้ อีริคสันได้นำนวัตกรรมระดับโลกมาสู่ประเทศไทย การคว้าการรับรองนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของเราเพื่อมอบประสบการณ์ 5G ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ให้กับทั้งผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมของไทย” มร.เรียน กล่าวเสริม

มร.จอร์จ กลาส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ TM Forum กล่าวว่า “สมาชิกของเราเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไปสู่เครือข่ายที่ทำงานได้อย่างอิสระ และเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้เฉลิมฉลองความก้าวหน้านี้ โดยความสำเร็จของอีริคสันและทรูที่คว้าการรับรองมาตรฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือและนวัตกรรมสามารถช่วยปลดล็อกระดับความอัจฉริยะและประสิทธิภาพใหม่ ๆ ในการดำเนินงานเครือข่าย เพื่อสร้างอนาคตที่คล่องตัว เป็นอัตโนมัติ และขับเคลื่อนด้วย AI มากยิ่งขึ้น”

อีริคสันและทรู คอร์ปอเรชั่น สร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งและยาวนานเพื่อส่งมอบเครือข่าย 5G ระดับโลกที่พร้อมรองรับการใช้งานในอนาคต ผ่านการทำงานร่วมกันในด้าน AI-Powered Intent-Based Operations (IBO) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Ericsson Operations Engine ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Managed Network Services ของบริษัทฯ ช่วยให้สามารถมอบบริการ 5G ระดับพรีเมียม พร้อมการรับประกันในข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreements หรือ SLAs) ให้กับสำหรับทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจ

การได้รับการรับรองมาตรฐานความเป็นอิสระระดับ 4 สำหรับการรับประกันบริการเครือข่าย 5G นี้ ทำให้ทรู คอร์ปอเรชั่น อยู่ในกลุ่มผู้นำนวัตกรรมเครือข่ายอัตโนมัติระดับโลก และยังเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะผู้นำดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อีริคสันจับมือโวดาโฟนพัฒนาเครือข่ายอัจฉริยะระยะยาว 5 ปี

อีริคสันจับมือโวดาโฟนพัฒนาเครือข่ายอัจฉริยะระยะยาว 5 ปี

อีริคสันจับมือโวดาโฟนพัฒนาเครือข่ายอัจฉริยะระยะยาว 5 ปี

  • อีริคสันจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย RAN ของโวดาโฟนแต่เพียงผู้เดียวในไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และโปรตุเกส และยังเป็นผู้ให้บริการหลักในเยอรมนี โรมาเนีย และอียิปต์
  • ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นาน 5 ปี จะตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกของโวดาโฟนทั้งด้านประสิทธิภาพและประสบการณ์ของผู้ใช้ ผ่านการติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ 5G ประสิทธิภาพสูงของอีริคสัน เพื่อพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัยและพร้อมเปิดใช้งาน 5G แบบ Standalone เพื่อรองรับความต้องการการเชื่อมต่อที่แตกต่างกัน
  • นำระบบบริหารจัดการเครือข่ายอัจฉริยะแบบเปิดและระบบอัตโนมัติ (หรือ SMO และ rApps) มาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ประหยัดพลังงานและมีความยั่งยืน

อีริคสัน (NASDAQ:ERIC) ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับโวดาโฟน (Vodafone) หนึ่งในบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำระดับโลกเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายของโวดาโฟนให้ทันสมัย โดยติดตั้งโซลูชันเครือข่ายประสิทธิภาพสูงแบบตั้งโปรแกรมได้ของอีริคสัน (หรือ High-Performing Programmable Network Solutions) กับหลายตลาดสำคัญ

อีริคสันจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย RAN (Radio Access Network) เพียงรายเดียวของโวดาโฟนในไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และโปรตุเกส รวมถึงยังคงเป็นผู้ให้บริการหลักในเยอรมนี โรมาเนีย และอียิปต์ การร่วมมือนี้ยังเพิ่มความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระยะยาวแก่ทั้งสองบริษัทให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการเครือข่าย RAN ของโวดาโฟน ให้ทันสมัยนั้นเป็นการวางรากฐานเพื่อนำ 5G แบบ Standalone มาใช้วงกว้าง ซึ่งทำให้โวดาโฟนสามารถนำเสนอโซลูชันการเชื่อมต่อที่แตกต่างกัน (Differentiated Connectivity Solutions) พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการปรับแต่งเฉพาะให้กับทั้งลูกค้ากลุ่มองค์กรและกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป

ภายใต้ความร่วมมือนี้ โวดาโฟนจะนำอุปกรณ์วิทยุ Massive MIMO ที่ก้าวหน้าที่สุดและรองรับ Open RAN รวมถึงโซลูชัน RAN Compute และซอฟต์แวร์ 5G Advanced RAN ของอีริคสันมาติดตั้งในเครือข่ายโวดาโฟนในตลาดเหล่านี้

ข้อตกลงที่ครอบคลุมความร่วมมือทั่วทั้งยุโรปนี้ยังนำเสนอ Ericsson Intelligent Automation Platform และ rApps แอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย RAN ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะได้รับการติดตั้งในแต่ละตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย RAN อัตโนมัติ ประหยัดพลังงาน และช่วยบริหารจัดการเครือข่ายของผู้ให้บริการหลากหลาย

เยอรมนีจะเป็นตลาดแรกที่ติดตั้ง Intelligent Automation Platform และ rApps ของอีริคสัน รวมถึงโซลูชันบริหารจัดการเครือข่ายผู้ให้บริการ RAN หลายราย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 4 ปีนี้ สำหรับความร่วมมือด้าน AI และการพัฒนาเครือข่ายให้ครอบคลุมยังช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของโวดาโฟนไปสู่มาตรฐานระดับโลก และขยับเป็นผู้นำบริการเครือข่ายอัตโนมัติเป็นรายแรก ๆ ตอกย้ำว่าเครือข่ายของพวกเขามีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและสามารถตอบสนองความต้องการในอนาคตได้

Alberto Ripepi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือข่ายของ Vodafone Group กล่าวว่า “การร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับอีริคสัน นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาเครือข่ายของเรา โดยการปรับปรุงเครือข่ายด้วยอุปกรณ์รุ่นล่าสุดและใช้ประสิทธิภาพระดับสูงจากความสามารถ 5G Advanced จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าพร้อมเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้ระบบอัตโนมัติและ AI Agent มาตอบโจทย์ความต้องการเครือข่ายแบบเรียลไทม์ได้อย่างราบรื่น เรากำลังวางรากฐานเพื่อใช้ประโยชน์จากตลาดที่เกิดขึ้นใหม่สำหรับ Network APIs ผ่านบริษัทร่วมทุนของเรา Aduna การผนึกกำลังร่วมกันนี้จะช่วยให้เราปลดล็อกศักยภาพเครือข่ายให้กับนักพัฒนา เร่งการพัฒนานวัตกรรมด้านแอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ รวมถึงทำให้โวดาโฟนก้าวขึ้นเป็นผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเครือข่าย”

Patrick Johansson รองประธานอาวุโสและหัวหน้าตลาดในยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกาของอีริคสัน กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้ขยายความร่วมมือระยะยาวกับโวดาโฟนผ่านข้อตกลงการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราในการพัฒนาเครือข่ายอัจฉริยะประสิทธิภาพสูง วางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับโวดาโฟนเพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่แตกต่างกัน ด้วยการติดตั้งนวัตกรรมและโซลูชันที่มีประสิทธิภาพพื้นฐานให้กับทั้งลูกค้าในกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มองค์กร เรากำลังเปิดโอกาสใหม่สำหรับการสร้างรายได้จากบริการพร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมโทรคมนาคมไปสู่ยุคใหม่”

โวดาโฟนจะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของตนเพิ่มเติมด้วยการใช้โซลูชันซอฟต์แวร์ Ericsson 5G Advanced RAN ที่นำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติมาใช้สำหรับเปิดใช้งานเครือข่ายอัจฉริยะ รวมถึงการจัดการเครือข่ายแบบเรียลไทม์ การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการประหยัดพลังงาน มอบอุปกรณ์และเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า และสร้างโอกาสเพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ ๆ ผ่านบริการการเชื่อมต่อที่แตกต่างกัน

ด้วยการใช้สถาปัตยกรรมเครือข่ายที่ตั้งโปรแกรมได้ประสิทธิภาพสูง ความร่วมมือนี้จะเร่งการพัฒนานวัตกรรมรวมถึงการพัฒนายูสเคสการใช้งานใหม่ ๆ ในตลาดที่โวดาโฟนให้บริการ แนวทางการดำเนินงานเชิงรุกนี้จะสร้างความมั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของโวดาโฟนมีความพร้อมสำหรับอนาคตและสามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีเกิดใหม่ ทำให้บริษัทอยู่ในสถานะผู้นำอย่างมั่นคงในภูมิทัศน์โทรคมนาคมระดับโลก

Ericsson named a Leader in the Gartner Magic Quadrant for CSP 5G RAN Infrastructure Solutions 2025 report

Ericsson named a Leader in the Gartner Magic Quadrant for CSP 5G RAN Infrastructure Solutions 2025 report

Ericsson named a Leader in the Gartner Magic Quadrant for CSP 5G RAN Infrastructure Solutions 2025 report

  • Ericsson positioned as a Leader in a Gartner Magic Quadrant for 5G for the fifth year running
  • Placed highest in this Gartner Magic Quadrant for “Ability to Execute”
  • Ericsson continues to evolve its 5G RAN hardware and software products

Ericsson (NASDAQ: ERIC) has been recognized as a Leader in the 2025 Gartner® Magic Quadrant™ for CSP 5G RAN Infrastructure Solutions, with the highest position on Ability to Execute axis.

The report, released on 10 September 2025, gives a market overview of the critical 5G radio access network (RAN) infrastructure capabilities, based on how Gartner experts comprehensively and independently assessed vendors who offer 5G solutions for communications service providers (CSPs) across two indices: Completeness of Vision and Ability to Execute.

Per Narvinger, Executive Vice President and Head of Networks at Ericsson, says: “Being recognized as a Gartner Magic Quadrant Leader for five consecutive years is, for us, a reflection of our ongoing efforts to support customers as their needs evolve. We believe this continued recognition isn’t just about pushing the boundaries of technology, it’s about helping service providers build the networks of the future. At Ericsson, we’re always working to bring new ideas to life and deliver on our promises, making sure our customers are ready for whatever comes next.”

Around half of the world’s mobile 5G traffic outside China is carried over Ericsson-powered networks. Ericsson can also modernize legacy 4G sites with 5G – achieving 10 times greater capacity and up to 30 percent energy savings. A recent GSA report shows there are around 300 5G networks in commercial service globally., Ericsson currently supports 187 live 5G networks in 78 countries, of which more than 40 are 5G Standalone 5G networks.

Ericsson’s commercial 5G leadership and focus on pioneering technology evolution is independently known across the industry. The company has been recognized as a leader in Frost & Sullivan’s Frost Radar: 5G Network Infrastructure, 2025 report for the fifth year in a row. Ericsson has also secured the highest ranking in the recently published Omdia Market Landscape RAN Vendors report for 2025. 

Ericsson continuously evolves its portfolios, which include 5G RAN with Ericsson Radio SystemCloud RAN, and 5G Transport as well as professional services. Its hardware range features energy-efficient, compact Massive MIMO and multiband radios powered by Ericsson’s latest generation custom silicon and prepared for Open RAN.

In February, the company expanded its offerings with radios, antennas, and open fronthaul solutions called RAN Connect – enabling CSPs to build high-performing programmable networks.

Ericsson’s RAN software advances through intent-based automation and AI-powered features. Its 5G Advanced suite includes Automated Energy Saver and AI-native Link Adaptation, which boost both efficiency and overall network performance.

Also worth noting is that Ericsson has *achieved its portfolio sustainability targets for 2025—six months ahead of schedule. To support customers in managing rising costs and reaching their Net Zero goals, Ericsson has reduced energy consumption at new radio base stations by 40 percent compared to 2021 levels and lowered supply chain emissions by decreasing product weight by 45 percent compared to 2020 benchmarks.

Download the full report 2025 Gartner® Magic Quadrant™ for CSP 5G RAN Infrastructure Solutions