อีริคสันตอกย้ำประสิทธิภาพ 5G เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชันในประเทศไทย

อีริคสันตอกย้ำประสิทธิภาพ 5G เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชันในประเทศไทย

อีริคสันตอกย้ำประสิทธิภาพ 5G เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชันในประเทศไทย

    • ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกร่วมผนึกกำลังในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลทั่วทั้งภูมิภาคฯ
    • อีริคสันเปิดข้อมูลเชิงลึกด้านเทคโนโลยีและโซลูชัน 5G พร้อมแนวทางการสร้างรายได้และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลผ่านงานประชุมสัมมนาระดับสูงและการแสดงนวัตกรรมต่าง ๆ ในงาน DTWA 2023

อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) ตอกย้ำความเป็นผู้นำเครือข่าย 5G ระดับโลก พร้อมจัดแสดงโซลูชั่น 5G ล่าสุด ภายในงาน Digital Transformation World Asia (DTWA) 2023 ที่จัดขึ้นสามวันเต็มในกรุงเทพฯ เปิดเป็นเวทีให้พันธมิตรในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของเอเชียแปซิฟิกทั้งหมดได้มาร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจและแนวทางการเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) ให้เกิดขึ้นทั่วทั้งภูมิภาคฯ

นอกจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศไทยทั้ง Advanced Info Service (AIS) และ True Corporation (true) แล้วยังมีผู้ให้บริการด้านการสื่อสารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ Jio, Axiata, Telenor Asia และ Indosat Ooredoo Hutchinson มาร่วมงาน DTWA 2023 อีกด้วย

มร.อิกอร์ มอเรล ประธาน บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ในงาน DTWA 2023 อีริคสันได้จัดการประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสาธิตนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อเผยประสบการณ์การนำเครือข่าย 5G มาปรับใช้และสร้างรายได้ทั่วโลก รวมถึงเทคโนโลยีและโซลูชันของ 5G และแนวทางการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล”

“อีริคสันได้สร้างความเป็นผู้นำในตลาดการสื่อสาร 5G ของโลกได้อย่างแท้จริง เรามุ่งมั่นลงทุนเพื่อสร้างความเป็นผู้นำในตลาด 5G มาโดยตลอด ทั้งในเรื่องต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทำให้เราสามารถนำเสนอโซลูชันที่เน้นความยั่งยืนแก่ลูกค้าได้ และเรายังทำงานใกล้ชิดกับพันธมิตรหลักเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของ 5G ด้วยเทคโนโลยีและโซลูชันที่ล้ำสมัยของอีริคสัน” มร.อิกอร์ กล่าวเพิ่มเติม

อีริคสันตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด โดยได้รับการยอมรับในรายงาน Gartner 5G Magic Quadrant 2023 (เป็นปีที่สามติดต่อกัน) และรายงาน Frost Radar Global 5G Infrastructure ทั้งนี้อีริคสันยังได้คะแนนอันดับ 1 ในรายงาน ABI Research ล่าสุด ด้านความยั่งยืนของผู้ให้บริการโทรคมนาคม

“เครือข่ายมือถือต้องยืดหยุ่น เปิดกว้าง ยั่งยืนและอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น พร้อมให้ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าการลงทุนสูงสุด (Total Cost of Ownership) ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เราสร้างเครือข่ายที่มีความปลอดภัยและยั่งยืนที่สามารถไว้วางใจได้ในมาตรฐานสูงสุดเพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจ” มร.อิกอร์ กล่าวเพิ่มเติม

แอปพลิเคชันยอดนิยมทั่วโลก โซเชียลมีเดียต่าง ๆ และบริการสตรีมมิ่งเพลงหรือวิดีโอจะใช้การเชื่อมต่อที่สามารถเปิดใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2565 มีปริมาณการใช้ดาต้าเน็ตบนมือถือถึง 108 เอกซะไบต์ (Exabyte) ต่อเดือน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 40% ต่อปี

จากผลการศึกษาของอีริคสันฉบับปรับปรุงล่าสุดเมื่อพฤศจิกายน ปี 2565 ด้านแพ็คเกจบริการมือถือของผู้บริโภค จากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจำนวน 310 ราย ใน 139 ประเทศ แสดงให้เห็นว่า แม้แพ็คเกจบริการมือถือจะมีจำนวนมากและหลากหลายเหมือนกันทั่วโลก แต่ผู้บริโภคก็ยังได้รับข้อเสนอแพ็คเกจมือถือใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นในตลาดส่วนใหญ่

ในปี 2573 ผู้ให้บริการจะนำเสนอแพลตฟอร์มเทคโนโลยี 5G ที่รองรับการสร้างรายได้สะสมจากผู้บริโภคในอุตสาหกรรมไอซีที คิดเป็นมูลค่าเกือบ 31 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในปี 2573 ผู้ให้บริการยังจะมีรายได้สะสมจากที่ผู้บริโภคเปิดใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 3.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สำหรับในภาคองค์กร 5G ช่วยสร้างมูลค่าอย่างมีนัยสำคัญกับ Private 5G Network และ Wireless Wide Area Networks ที่สามารถนำมาปรับใช้กับภาคองค์กรและภาคอุตสาหกรรมได้ โดย 5G ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ก้าวข้ามขีดจำกัดที่มีในปัจจุบันและเปิดโอกาสการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เป็นไปได้ และยังก่อให้เกิดวิธีการทำงานใหม่ ๆ กระบวนการคิดและแก้ไขปัญหาความท้าทายทางธุรกิจแบบเดิม

ประโยชน์และคุณค่าของเครือข่าย 5G สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ เช่น:

    • ความสามารถในการทำงานใด ๆ จากระยะไกล ไม่ว่ากระบวนการดังกล่าวจะมีความสำคัญหรือวิกฤตระดับไหน
    • การควบคุมทุกกระบวนการทางธุรกิจแบบเรียลไทม์ได้ (Real-Time Control)
    • การปฏิบัติงานแบบอัตโนมัติ
    • การใช้ทรัพยากรการประมวลผลอย่างเหมาะสม เรียกใช้เฉพาะแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง
    • มีระดับความปลอดภัยที่สูงขึ้นโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพโดยรวม

Ericsson Presents Global 5G Leadership to depa at MWC 2023 in Barcelona

Ericsson โชว์ศักยภาพผู้นำ 5G ระดับโลกในงาน MWC 2023 ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน

Ericsson Presents Global 5G Leadership to depa at MWC 2023 in Barcelona

    • Ericsson meets with depa’s management team at the world’s largest and most influential connectivity event – Mobile World Congress 2023.
    • Ericsson is committed to bringing the latest 5G technologies to and nurturing the 5G eco-system in Thailand.
    • The Ericsson-depa collaboration includes an innovation lab, which will serve as a 5G testbed and center for trials of new wireless and network technologies.

Ericsson’s commitment to bringing the latest 5G technologies to Thailand and nurturing the country’s 5G eco-system development was on display this week at the world’s largest and most influential connectivity event – Mobile World Congress 2023.

At the global event in Barcelona, Ericsson welcomed the management team of the Digital Economy Promotion Agency (depa) to the Ericsson Hall and took them on a tour of the 5G technologies and use cases that can be leveraged for the benefit of Thailand.

During the visit, Igor Maurell, Head of Ericsson Thailand, discussed Ericsson’s 5G vision with Asst. Prof. Dr. Nuttapon Nimmanphatcharin, President/CEO of depa, and his team. The depa delegation explored Ericsson demonstrations such as the Future Technology Experience, Cloud Gaming Connected Enterprise Solutions and the Enterprise Ecosystem.

“5G can open up limitless possibilities for Thailand including transforming enterprises, delivering exceptional consumer experiences and enabling the country to grow sustainably, in support of the Thailand 4.0 vision,” Igor said.

“We are pleased to be collaborating with depa to accelerate Thailand’s transformation to a digital economy and during our joint discussions at Mobile World Congress we re-iterated Ericsson’s commitment to bringing the company’s state-of-the-art technology and solutions together with our global experience and expertise to Thailand.”

Ericsson Thailand and depa signed a Memorandum of Understanding to collaborate towards driving 5G based digital transformation in Thailand. As part of the MoU, both parties will establish an innovation lab in depa’s Thailand Digital Valley in Chonburi province that will serve as a 5G testbed and service center for trials of new wireless and network technologies, spectrum sharing, as well as new applications and services in Thailand.

Ericsson is a global 5G leader and today powers 143 live 5G networks in 62 countries with 21 live 5G standalone networks across the world.

Ericsson โชว์ศักยภาพผู้นำ 5G ระดับโลกในงาน MWC 2023 ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน

Ericsson โชว์ศักยภาพผู้นำ 5G ระดับโลกในงาน MWC 2023 ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน

Ericsson โชว์ศักยภาพผู้นำ 5G ระดับโลกในงาน MWC 2023 ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน

    • อีริคสันให้การต้อนรับคณะผู้บริหารของดีป้า ในงานจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก – Mobile World Congress 2023
    • อีริคสันมุ่งมั่นนำเทคโนโลยี 5G ล่าสุด พร้อมร่วมพัฒนาระบบนิเวศ 5G ในประเทศไทย
    • อีริคสันและดีป้าร่วมมือกันจัดตั้งห้องปฏิบัติการด้านนวัตกรรม เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ทดสอบเครือข่าย 5G และศูนย์บริการสำหรับการทดสอบเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายและเครือข่ายใหม่ ๆ

ความมุ่งมั่นของอีริคสันในการนำเสนอเทคโนโลยี 5G ล่าสุดมายังประเทศไทยและการร่วมพัฒนาระบบนิเวศ 5G ของประเทศ ได้ถูกนำมาสาธิตที่งานจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีการสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดและทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกอย่าง Mobile World Congress 2023

อีริคสันได้ต้อนรับคณะผู้บริหารของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ที่เดินทางมาเยี่ยมชมเทคโนโลยี 5G และศึกษากรณีการใช้งานเครือข่ายที่เป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทย ณ อีริคสัน ฮอลล์ ภายในงานระดับโลก ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

ระหว่างการเยี่ยมชม มร. อิกอร์ มอเรล ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ 5G ของอีริคสัน กับ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และทีมงาน โดยคณะผู้แทนจากดีป้าได้ให้ความสนใจและชมการสาธิตเทคโนโลยีของอีริคสันมากมาย อาทิ Future Technology Experience โซลูชันของ Cloud Gaming Connected Enterprise และ Enterprise Ecosystem

“5G สามารถเปิดโอกาสที่ไร้ขีดจำกัดให้แก่ประเทศไทย ช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวไปสู่ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้บริโภค และทำให้ประเทศเติบโตอย่างยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ Thailand 4.0” มร.อิกอร์ กล่าว

“เรายินดีที่ได้ร่วมมือกับดีป้าเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ในระหว่างการหารือร่วมกันที่งาน Mobile World Congress เรายังได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชั่นด้านเครือข่ายที่ล้ำสมัย พร้อมมอบประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาสู่ประเทศไทย”

อีริคสัน ประเทศไทย และ ดีป้า ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลโดยใช้เครือข่าย 5G ในประเทศไทย ส่วนหนึ่งในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ยังระบุว่า อีริคสันและดีป้าจะจัดตั้งห้องปฏิบัติการด้านนวัตกรรมใน Thailand Digital Valley ของดีป้าในจังหวัดชลบุรี เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ทดสอบเครือข่าย 5G และศูนย์บริการสำหรับการทดสอบเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายและเครือข่ายใหม่ ๆ การแบ่งปันคลื่นความถี่ (Spectrum Sharing) ตลอดจนการพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการดิจิทัลใหม่ ๆ ในประเทศไทย

อีริคสันเป็นผู้นำเครือข่าย 5G ระดับโลก ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ขยายการให้บริการเครือข่าย 5G ไปแล้วจำนวน 143 เครือข่าย ใน 62 ประเทศ พร้อมเครือข่าย 5G แบบ Standalone จำนวน 21 เครือข่ายทั่วโลก

Ericsson launches Networks solutions aimed at Net Zero emissions during MWC 2023

Ericsson launches Networks solutions aimed at Net Zero emissions during MWC 2023

Ericsson launches Networks solutions aimed at Net Zero emissions during MWC 2023

    •  A new range of 10 radios led by triple-band Radio 4485, which is 53 percent lighter than comparable products. Also launching new mobile transport and software solutions
    • Industry-first, 600MHz Massive MIMO radio with Ericsson-unique Interference Sensing software that adds up to 40 percent more capacity with portfolio-wide hardware support
    • Ericsson plans to offer AIR 6419 and Radio 4490 solutions in the Thai market to deliver the ultimate network efficiency for both consumers and enterprises.

Ericsson’s (NASDAQ: ERIC) leadership in supporting service providers’ Net Zero ambitions, while meeting market demands for higher 5G capacity and revenue growth, has taken a major step forward with the launch of an enhanced RAN and Transport portfolio at Mobile World Congress (MWC) 2023 in Barcelona, Spain.

 More than 10 new Ericsson solutions will cut carbon emissions and site footprint, increase energy performance, and boost network capacity. The full range of new remote radios for 4G and 5G capacity is led by the triple-band Radio 4485 for FDD (frequency-division duplexing), which is 53 percent lighter and consumes about 22 percent less energy than comparable products. New dual and single-band radios have also been launched.

 Ericsson has also introduced a new range of wideband Massive MIMO radios – spearheaded by the industry-first, ultra-wideband AIR 6476 – which provides 600MHz instantaneous bandwidth that doubles capacity without additional antenna footprint and enhances user experience.

 Software is in the spotlight as well with new features such as Interference Sensing, which optimizes mid-band Massive MIMO performance by minimizing inter-cell interference and increasing network capacity by up to 40 percent.

 The new solutions will be on show in Ericsson’s booth in Hall 2 at the Fira Gran Via during MWC Barcelona 2023 from February 27 to March 2. The portfolio additions will be commercially available during 2023 and Q1, 2024.

 In Thailand Ericsson will market its Massive MIMO, AIR 6419 B41 and Radio 4490 B1/B3 solutions to deliver the ultimate network efficiency for both consumers and enterprises.

มร.อิกอร์ มอเรล ประธานบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด

“With our strong global 5G presence and high-performance solutions, we are powering the network infrastructure in Thailand to deliver the best customer experience for consumers and become the best platform for key stakeholders in the enterprise segment to digitalize their business operations at a very competitive cost,” said Igor Maurell, Head of Ericsson Thailand.

Ericsson recently tested the latest generation product of Massive MIMO, AIR 6419 B41 solution on 2600-MHz spectrums and the result shows the product as delivering an excellent performance with less maintenance requirement due to its passive cooling system.

The company is also undergoing a testing of its Radio 4490 B1/B3 products on 2100- and 1800-MHz dual bands. The solution is the mainstream radio for high-density urban areas, consuming 25% less power and weighing 25% lower compared to the previous product. Radio 4490 also requires less maintenance with its passive cooling system. The testing is expected to be completed by the end of February 2023.

Find out more about the latest macro and mobile transport portfolio additions.

Ericsson เปิดตัวโซลูชันเครือข่ายใหม่ในงาน MWC 2023 มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

Ericsson เปิดตัวโซลูชันเครือข่ายใหม่ในงาน MWC 2023 มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

Ericsson เปิดตัวโซลูชันเครือข่ายใหม่ในงาน MWC 2023 มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

    • ระบบวิทยุสื่อสารใหม่ 10 รุ่น นำโดย Triple-Band Radio 4485 ที่มีน้ำหนักเบากว่าผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงกันถึง 53% นอกจากนี้ ยังเปิดตัวโซลูชันการขนส่งและซอฟต์แวร์เคลื่อนที่ใหม่
    • เปิดตัวระบบคลื่นวิทยุ Massive MIMO บนคลื่น 600MHz เป็นรายแรกในอุตสาหกรรม มาพร้อมซอฟต์แวร์ตรวจจับสัญญาณรบกวนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอีริคสัน เพิ่มความจุมากกว่าเดิม 40% และมีฮาร์ดแวร์รองรับทั้งพอร์ตโฟลิโอ
    • อีริคสันวางแผนนำเสนอโซลูชั่น AIR 6419 และ Radio 4490 ในตลาดประเทศไทย เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพเครือข่ายขั้นสูงสุดให้แก่ทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจ

อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) แสดงวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำสนับสนุนผู้ให้บริการสื่อสาร เดินหน้าไปสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ด้วยการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ RAN และ Transport ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการสร้างรายได้ของผู้ให้บริการสื่อสารและเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ณ งาน Mobile World Congress (MWC) 2023 ที่จะจัดขึ้นที่เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน

โซลูชันใหม่ของอีริคสันมากกว่า 10 โซลูชัน จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงจำนวนสถานีฐาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและเพิ่มศักยภาพเครือข่าย ด้วย New Remote Radios ใหม่ที่มีศักยภาพครบวงจร สำหรับการขยายประสิทธิภาพเครือข่าย 4G และ 5G ที่นำโดยคลื่นวิทยุแบบ ย่านความถี่ 4485 หรือ Triple-Band Radio 4485 for FDD (Frequency-Division Duplexing สำหรับใช้รับ-ส่งสัญญาณข้อมูล Downlink และ Uplink ในความถี่ต่างกัน) ซึ่งมีน้ำหนักเบาขึ้นกว่า 53% และใช้พลังงานน้อยกว่า 22% เทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวระบบวิทยุสื่อสารแบบดูอัลแบนด์และซิงเกิลแบนด์ใหม่

 อีริคสันยังเปิดตัวระบบคลื่นวิทยุ Massive MIMO แบบไวด์แบนด์รุ่นล่าสุด Ultra-wideband AIR 6476 ซึ่งเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม บนคลื่นความถี่ 600MHz ช่วงช่องสัญญาณที่ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน (Instantaneous Bandwidth) ซึ่งให้ความจุเพิ่มเป็น 2 เท่าโดยไม่ต้องติดตั้งเสาอากาศเพิ่ม มอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ผู้ใช้

 นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ยังได้รับความสนใจในงานนี้ด้วยคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่โดดเด่น เช่น การตรวจจับสัญญาณรบกวนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Massive MIMO ช่วงย่านความถี่ระดับกลาง โดยลดการรบกวนสัญญาณระหว่างเซลล์พร้อมเพิ่มความจุเครือข่ายสูงสุดถึง 40%

 โซลูชันใหม่จะจัดแสดงที่บูธของอีริคสันที่งาน MWC Barcelona 2023, Hall 2 ที่ Fira Gran Via ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ถึง 2 มีนาคม พอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติมต่าง ๆ จะเริ่มวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในปีนี้และไตรมาสที่ 1 ปี ค.ศ.2024

สำหรับในประเทศไทย อีริคสันจะทำการตลาดโซลูชั่น Massive MIMO, AIR 6419 B41 และ Radio 4490 B1/B3 เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพเครือข่ายขั้นสูงสุดสำหรับทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจ

มร.อิกอร์ มอเรล ประธานบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด

มร. อิกอร์ มอเรล ประธาน บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เรากำลังขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายในประเทศไทยด้วยโซลูชันประสิทธิภาพสูงผนวกกับความแข็งแกร่งของเครือข่าย 5G ทั่วโลก เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าสำหรับผู้บริโภค และเป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในกลุ่มองค์กรธุรกิจ เพื่อทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลของพวกเขาเป็นไปได้ในต้นทุนที่แข่งขันได้”

เมื่อเร็ว ๆ นี้อีริคสันได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ Massive MIMO รุ่นล่าสุด รวมถึงโซลูชัน AIR 6419 B41 บนคลื่นความถี่ 2600MHz และผลที่ได้แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม โดยมีความต้องการการบำรุงรักษาน้อยลงเนื่องจากระบบระบายความร้อนแบบพาสซีฟ

ทั้งนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการทดสอบผลิตภัณฑ์ Radio 4490 B1/B3 บนย่านความถี่ดูอัลแบนด์ 2100MHz และ 1800MHz ซึ่งโซลูชั่นนี้เป็นระบบคลื่นวิทยุหลักสำหรับใช้งานในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งใช้พลังงานน้อยลง 25% และมีน้ำหนักลดลง 25% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ Radio 4490 ยังต้องการการบำรุงรักษาน้อยกว่าด้วยระบบระบายความร้อนแบบพาสซีฟ ซึ่งคาดว่าการทดสอบจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้

Find out more about the latest macro and mobile transport portfolio additions.