อาลีบาบา คลาวด์ เผยแผนกลยุทธ์นวัตกรรม AI ยุคหน้า

อาลีบาบา คลาวด์ เผยแผนกลยุทธ์นวัตกรรม AI ยุคหน้า

อาลีบาบา คลาวด์ เผยแผนกลยุทธ์นวัตกรรม AI ยุคหน้า

เปิดตัวบริการครบวงจรตั้งแต่โมเดล AI ไปจนถึงแพลตฟอร์มการพัฒนาเอเจนต์และแอปพลิเคชัน พร้อมอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ บนเวที Apsara Conference 2025

อาลีบาบา คลาวด์ ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ครบวงจรชุดล่าสุด ในงาน Apsara Conference 2025 งานประชุมประจำปี เพื่อโชว์เคสเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุด การประกาศครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่โมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นใหม่จากตระกูล Qwen3, โมเดลสร้างภาพ Wan 2.5 ที่กำลังจะเปิดตัว, ชุดแพลตฟอร์มที่ปรับใหม่สำหรับการพัฒนาเอเจนต์และแอปพลิเคชัน ไปจนถึงการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐาน AI ครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการตอกย้ำตำแหน่งผู้นำระดับโลกของอาลีบาบา คลาวด์ ในฐานะบริษัทแถวหน้าของโลก AI ยุคใหม่

นายเอ็ดดี้ วู ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารของ อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “ในอนาคต โมเดล AI ขนาดใหญ่จะมีการผสานรวมเข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง โดยทำหน้าที่เหมือนระบบปฏิบัติการ ซึ่งมาพร้อมกับความจำที่ถาวร การประสานงานระหว่างคลาวด์ถึงปลายขอบเครือข่ายที่ราบรื่น และความสามารถในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรายังคงมุ่งมั่นในการเปิดโค้ดต้นฉบับของ Qwen และพัฒนาให้เป็น ‘ระบบปฏิบัติการแห่งยุค AI’ เพื่อเสริมพลังให้นักพัฒนาทั่วโลกสร้างแอปพลิเคชัน AI เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก”

วูกล่าวเสริมว่า “ในเวลาเดียวกัน อาลีบาบา คลาวด์ ได้วางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ในฐานะผู้ให้บริการ AI แบบ Full-Stack โดยมุ่งมั่นในการมอบพลังประมวลผลที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการฝึก AI และการนำโมเดล AI ขนาดใหญ่ไปใช้งานบนคลาวด์ เพื่อเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของเราในการพัฒนา AI เราจะดำเนินการตามแผนการลงทุน 380,000 ล้านหยวนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ในอีก 3 ปีข้างหน้า”

ตั้งแต่เปิดตัวเจเนอเรชั่นแรกของ Qwen ในปี 2023 อาลีบาบาได้เปิดโค้ดต้นฉบับของโมเดล AI มากกว่า 300 โมเดลที่สร้างขึ้นจากโมเดลพื้นฐาน 2 ตัว คือ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ Qwen และโมเดลการสร้างภาพ Wan ด้วยจำนวนการดาวน์โหลดมากกว่า 600 ล้านครั้งและการสร้างโมเดลย่อยมากกว่า 170,000 โมเดล โมเดล AI ของอาลีบาบาได้กลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ AI โอเพนซอร์สที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในโลก สถิติที่โดดเด่นคือบริษัทและบุคคลมากกว่า 1 ล้านรายใช้ Qwen บน Model Studio ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการพัฒนา AI ของอาลีบาบา

เปิดตัว Qwen3-Max สุดยอด LLM ที่ทรงพลังที่สุดจาก Alibaba

อาลีบาบา ได้เปิดตัว Qwen3-Max อย่างเป็นทางการในฐานะโมเดล LLM ขนาดใหญ่ที่สุดที่มีพารามิเตอร์กว่า 1 ล้านล้านตัว ด้วยโหมด Instruct (non-thinking) และ Thinking โมเดลนี้บรรลุประสิทธิภาพที่น่าประทับใจในการทำเบนช์มาร์ก (benmarks) ที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างโค้ดและความสามารถของเอเจนต์ สำหรับโหมด instruct ได้คะแนน 69.6 ใน SWE-Bench ซึ่งเป็นเบนช์มาร์กมาตรฐานสำหรับการประเมิน LLM ในประเด็นการใช้งานซอฟต์แวร์จริง ซึ่งเทียบเท่ากับโมเดลปิดชั้นนำบางรุ่น นอกจากนี้ยังทำสถิติคะแนนประสิทธิภาพที่โดดเด่นใน Tau2-Bench ซึ่งเป็นเบนช์มาร์กที่ประเมิน     เอเจนต์สนทนา แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญพิเศษในการใช้เครื่องมือ ที่ถือเป็นความสามารถพื้นฐานสำหรับการสร้างเอเจนต์ที่ชาญฉลาดและเน้นการดำเนินการ

นอกจากนี้ ในงานยังมีการเปิดตัวชุดโมเดล Qwen3 ที่ครอบคลุมการประมวลผลภาษาภาพและมัลติโมดอล (multimodols) ประกอบด้วย

  • Qwen3-VLโมเดลภาษาภาพที่มีความสามารถสูงสุดในตระกูล Qwen สถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts (MoE) ช่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นตั้งแต่อุปกรณ์เอดจ์ไปจนถึงสภาพแวดล้อมคลาวด์ประสิทธิภาพสูง ในฐานะเอเจนต์ด้านภาพ Qwen3-VL สามารถทำงานได้ทั้งบนอินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ เชี่ยวชาญการเขียนโปรแกรมด้วยภาพ โดยสร้างโค้ดโดยตรงจากรูปภาพหรือวิดีโอ สามารถเปลี่ยนการออกแบบด้วยภาพให้เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริง ความสามารถในการเข้าใจเชิงพื้นที่รองรับการระบุตำแหน่ง 3D ด้วยการรับรู้ทิศทางและระยะทางที่เพิ่มขึ้น วางรากฐานสำคัญสำหรับ AI ที่จับต้องได้และการนำทางเชิงพื้นที่ในสถานที่จริง Qwen3-VL-235B-A22B มีให้ใช้ทั้งโหมด Instruct (non-thinking) และ Thinking ทั้ง 2 เวอร์ชันล้วนบรรลุประสิทธิภาพที่โดดเด่นในเบนช์มาร์กการรับรู้ภาพและการใช้เหตุผลแบบมัลติโมดอล
  • Qwen3-Omniโมเดล AI ที่รองรับข้อมูลหลากภาษาหลายรูปแบบครบ end-to-end สามารถประมวลผลข้อความ ภาพ เสียง และอินพุตวิดีโอ ให้การตอบสนองแบบเรียลไทม์และสตรีมมิงทั้งในรูปข้อความและเสียงพูดธรรมชาติ Qwen3-Omni ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม Thinker–Talker MoE ใหม่และได้รับการฝึกอบรมจากข้อมูลเสียง 20 ล้านชั่วโมง ให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในการทำความเข้าใจอินพุตเสียง (สูงสุด 30 นาที) และการสนทนาด้วยวิดีโอ ทั้งหมดนี้ โดยไม่ลดทอนความสามารถที่แข็งแกร่งในการประมวลผลข้อความและรูปภาพ นอกจากนี้ยังโต้ตอบแบบมัลติโมดอล ทันทีเรียลไทม์ได้ด้วยความหน่วงต่ำมาก ทำให้เป็นโซลูชันที่เหมาะสำหรับการโต้ตอบ ที่ใช้งานง่ายด้วยเสียง (ไม่ต้องใช้มือควบคุม) ในห้องนักบินอัจฉริยะ, แว่นตาอัจฉริยะ และโทรศัพท์มือถือ Qwen3-Omni-30B-A3B ได้รับการเปิดเผยซอร์สโค้ดบน Hugging Face และชุมชน ModelScope ของ อาลีบาบา คลาวด์ แล้ว ขณะเดียวกัน ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Qwen3-Omni-Flash ได้บน Qwen Chat ซึ่งเป็นเว็บแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทดลองใช้โมเดล Qwen ต่างๆ ได้

ขณะเดียวกัน ยังมีการอัพเกรด Qwen3-Coder และ Qwen3-Image-Edit ครั้งใหญ่ โดย Qwen3-Coder ใหม่ให้ความเร็วในการอนุมานที่เร็วขึ้นและความปลอดภัยของโค้ดที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ Qwen3-Image-Edit ได้รับการอัปเดตเพื่อรองรับการแก้ไขหลายภาพ พร้อมการปรับปรุงความสอดคล้องของภาพอย่างมีนัยสำคัญ

อาลีบาบา ยังได้เปิดตัว Fun น้องใหม่ในตระกูล LLM เสียงที่มาพร้อมกับความสามารถการรู้จำ และสังเคราะห์เสียงพูดหลายภาษาขั้นสูง ซีรี่ส์นี้ประกอบด้วย Fun-ASR ซึ่งเป็นโมเดลการรู้จำเสียงพูดอัตโนมัติ (ASR) แบบ end-to-end ที่ปรับให้เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจจริง และ Fun-CosyVoice ซึ่งเป็นโมเดลสังเคราะห์เสียงพูดคุณภาพสูงและสื่อความหมายได้ดี ออกแบบมาเพื่อสร้างเสียงพูดที่ฟังธรรมชาติในหลายภาษา

Wan2.5 ยกระดับการสร้างสรรค์เนื้อหามัลติมีเดีย

ในงาน Apsara Conference ปีนี้ อาลีบาบา ยังได้แสดง 4 ตัวอย่างโมเดลของ Wan2.5 ประกอบด้วย 2 โมเดลสร้างวิดีโอล่าสุด, โมเดลสร้างรูปภาพ และโมเดลแก้ไขภาพ โมเดลสร้างวิดีโอรองรับการสร้างเสียงที่มีความเที่ยงตรงสูงสำหรับวิดีโอ โดยเพิ่มระยะเวลาจาก 5 เป็น 10 วินาที ทำให้สามารถสร้างเรื่องราวที่สมบูรณ์และสอดคล้องกันมากขึ้น ด้วยคุณภาพของภาพที่เพิ่มขึ้น โมเดลเหล่านี้มีสถาปัตยกรรมมัลติโมดอลแบบรวมในตัว ซึ่งได้รับการฝึกอบรมร่วมกันจากข้อมูลที่เป็นข้อความ เสียง และภาพ ทำให้สามารถสร้างวิดีโอด้วยมัลติโมดอลที่สอดคล้องกัน รับประกันเนื้อหาเสียงและภาพที่สอดประสานกัน และเพิ่มความเข้าใจคำสั่งเพื่อติดตามพรอมป์หลายประโยคที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามา

เฟรมเวิร์กการพัฒนาใหม่สำหรับปรับใช้เอเจนต์ทรงพลัง

เฟรมเวิร์กการพัฒนาตัวใหม่ได้รับการเพิ่มเข้าใน Model Studio ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการพัฒนา AI ของ Alibaba Cloud เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเอเจนต์ AI ไปใช้งานในวงกว้าง เฟรมเวิร์กล่าสุดนี้ประกอบด้วย Model Studio-ADK (ชุดพัฒนาเอเจนต์) ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กการพัฒนาโค้ดระดับสูงสำหรับมืออาชีพในองค์กร ที่จะแปลความต้องการทางธุรกิจที่ซับซ้อนให้เป็นตรรกะเอเจนต์ที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อให้สามารถพัฒนาเอเจนต์ AI ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความสามารถในการตัดสินใจอัตโนมัติ การพิจารณาความเป็นไปของสภาพแวดล้อม (dynamic reflection) และการทำงานซ้ำไปมา ผู้ใช้สามารถสร้างโปรเจกต์ DeepResearch หรือ Agentic RAG (Retrieval-Augmented Generation) ได้ภายในหนึ่งชั่วโมงโดยใช้ชุดเครื่องมือที่แข็งแกร่งนี้ Model Studio ยังได้อัปเกรดแพลตฟอร์มการพัฒนาแบบเขียนโค้ดน้อย Model Studio-ADP ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มพัฒนาเอเจนต์ ทำให้ผู้ใช้ที่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมจำกัด สามารถสร้างเอเจนต์ AI ตัวเบาได้อย่างง่ายดาย

ทั้งนี้ Model Studio Agent จะมีบทบาทแก้ไขความท้าทายหลักขององค์กร เช่น การประมวลผลข้อมูลหลายแหล่ง ข้อจำกัดของทรัพยากร และการปรับใช้ข้ามสภาพแวดล้อม โดยนำเสนอฟีเจอร์ระดับองค์กรที่หลากหลาย ประกอบด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อผ่าน Model Context Protocol (MCP) การผสานรวมมัลติโมดอล RAG การจัดตารางการอนุมานแบบไดนามิก และบริการแซนด์บ็อกซ์ ช่วยให้องค์กรสามารถเร่งการใช้งานเอเจนต์ AI

ปัจจุบัน ผู้ใช้สามารถเข้าถึงโมเดลชั้นนำกว่า 200 โมเดลผ่าน Model Studio รวมถึงโมเดล Qwen และ Wan ที่พัฒนาโดยอาลีบาบาเอง ท่ามกลางเอเจนต์มากกว่า 800,000 เอเจนต์ที่ถูกสร้างขึ้นบน Model Studio ซึ่งรองรับสถานการณ์ที่หลากหลายตั้งแต่การสร้างเนื้อหาและการตลาดอัตโนมัติ ไปจนถึงการจัดการบ้านอัจฉริยะและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา การเรียกใช้โมเดลผ่าน Model Studio เพิ่มขึ้น 15 เท่า สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับโซลูชัน AI ที่แข็งแกร่งและปรับขนาดได้

แพลตฟอร์ม AI ใหม่เพื่อรองรับองค์กรและครีเอเตอร์

อาลีบาบา คลาวด์ ยังได้อัปเกรด AgentBay ครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานบนคลาวด์แบบมัลติโมดอลและแพลตฟอร์มเอเจนต์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับองค์กร นักพัฒนา และพาร์ทเนอร์ AI ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่ Self-Evolving Engine หรือเอ็นจิ้นการพัฒนาตัวเอง อิมเมจคอนเทนเนอร์ที่กำหนดได้เอง และการควบคุมความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบในตัว ช่วยให้เอเจนต์เปลี่ยนจากผู้ช่วยอย่างง่ายโมเดลเดี่ยว กลายเป็นเอเจนต์ที่ทำงานมัลติโมดอลแบบผสมผสานได้เหมือนมนุษย์และสามารถทำงานได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

เพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรที่เพิ่มขึ้นสำหรับการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI อาลีบาบา คลาวด์ ยังเปิดตัว Lingyang AgentOne ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน AI ขององค์กรแบบครบวงจร ที่ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนจากการตอบสนองแบบปฏิกิริยา (reactive) เป็นแบบเชิงรุก (proactive) ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Qwen ของอาลีบาบา และผสานรวมอย่างลึกซึ้งกับระบบนิเวศของอาลีบาบา ในอีกด้าน Lingyang AgentOne จะมีพื้นที่เพื่อการพัฒนาเอเจนต์แบบ End-to-End ที่เชื่อมต่อได้กับระบบที่มีอยู่ ช่วยเร่งเวลาในการสร้างมูลค่า ผ่านโซลูชันอิงสถานการณ์ในด้านการตลาด การวิเคราะห์ การบริการลูกค้า และการปฏิบัติการ โดย Lingyang AgentOne จะเชื่อมโยงวงจรคุณค่าหรือ value chain ทั้งก่อนการขาย การขาย และหลังการขายทั้งหมด เพื่อมอบผลลัพธ์ที่วัดได้และพร้อมใช้งานจริงสำหรับอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจต่อเติมซ่อมแซมบ้าน และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Quark แพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน AI สำหรับผู้บริโภคของอาลีบาบา ที่ได้เปิดตัว Zaodian ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสร้างภาพและวิดีโอ AI แบบครบจบ ที่รวมโมเดล AI ชั้นนำของอุตสาหกรรม เช่น Wan โมเดลสร้างวิดีโอตัวเรือธงของอาลีบาบา เพื่อส่งมอบประสบการณ์ระดับมืออาชีพและมีคุณภาพสำหรับครีเอเตอร์ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ซึ่งนอกจากฟังก์ชันข้อความเป็นวิดีโอ (text-to-video) และภาพเป็นวิดีโอ (image-to-video) ที่รองรับโดย Wan แล้ว Zaodian มีฟังก์ชันการสร้างและแก้ไขภาพ AI พร้อมตัวเลือกโมเดลชั้นนำ ทั้งหมดนี้ครีเอเตอร์สามารถสัมผัสบริการจากแพลตฟอร์มได้ที่เว็บไซต์ zaodian.quark.cn หรือเข้าผ่านทางเมนู AI Image ในเวอร์ชันเดสก์ท็อปของ Quark ก็ได้

โครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นใหม่สำหรับ Agentic AI

ในงานประชุมนี้ อาลีบาบา คลาวด์ ยังได้เปิดตัวหลายการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นนวัตกรรมซึ่งออกแบบใหม่เพื่อรองรับโลกของ AI แบบเอเจนต์ที่กำลังมาถึงโดยเฉพาะ ประกอบด้วย

  • พื้นที่จัดเก็บ: อาลีบาบา คลาวด์ ได้ปรับปรุงบริการ Object Storage Service (OSS) ด้วย “Vector Bucket” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้การจัดเก็บและดึงข้อมูลเวกเตอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้านต้นทุน เหมาะสำหรับ RAG และแอป AI โดยรวมการจัดการข้อมูลดิบและข้อมูลเวกเตอร์ใน OSS ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ผ่าน API มาตรฐาน เพิ่มความง่ายให้การพัฒนาแพลตฟอร์ม RAG ที่ปรับขนาดได้และการจัดระเบียบสินทรัพย์มัลติมีเดีย ช่วยลดต้นทุนการพัฒนา AI โดยให้ธุรกิจจัดการทั้งข้อมูลดิบและข้อมูลเวกเตอร์ในที่เดียว เป็นการลดความซับซ้อนและเร่งการปรับใช้แอปพลิเคชัน RAG
  • ระบบเครือข่าย: อาลีบาบา คลาวด์ ได้เปิดตัว 0 สถาปัตยกรรมล่าสุดสำหรับเครือข่ายประสิทธิภาพสูง HPN8.0 ถือเป็นนวัตกรรมเครือข่ายที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับโมเดล AI ช่วยให้การฝึกโมเดล การอนุมาน และการเรียนรู้แบบเสริมแรง (RL) เป็นไปอย่างราบรื่นในเวิร์กโหลดการประมวลผลแบบผสมผสาน ในขณะที่รองรับการปรับใช้ขนาดใหญ่พิเศษ สถาปัตยกรรมนี้ให้ปริมาณงานเครือข่าย 800 Gbps ซึ่งเพิ่มเป็น 2 เท่าของความจุในรุ่นก่อนหน้า
  • ความปลอดภัย: อีกการอัปเดตที่สำคัญ คือการเพิ่มฟังก์ชันเอเจนต์ AI ให้กับโซลูชัน Cloud Threat Detection Response (CTDR) การปรับปรุงความปลอดภัยแบบคลาวด์เนทีฟนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจจับ การวิเคราะห์ และการตอบสนอง โดยนำเสนอแนวทางที่ชาญฉลาดและเชิงรุกมากขึ้นในการต่อสู้กับภัยคุกคามความปลอดภัย ผ่าน 5 เอเจนต์ AI ซึ่งขับเคลื่อนโดย Qwen ที่จะทำให้การปฏิบัติการด้านความปลอดภัยเป็นไปโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่การประเมินการแจ้งเตือนไปจนถึงการดำเนินการ ด้วยการวิเคราะห์อัจฉริยะ การเชื่อมโยงเหตุการณ์ และการรายงานที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งครบถ้วนสำหรับการจัดการภัยคุกคามแบบ end-to-end ส่วนฟังก์ชันใหม่นี้จะเพิ่มอัตราความสำเร็จของการตรวจสอบเหตุการณ์อัตโนมัติจาก 59% เป็น 74% และยังจัดการการดำเนินการตอบสนองอัตโนมัติได้ 70% โดยไม่ต้องให้มนุษย์เข้าแทรกแซง
  • คอนเทนเนอร์: อาลีบาบา คลาวด์ ได้อัปเกรด Container Compute Services (ACS) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปรับขนาดอัตโนมัติ ผ่านเทคโนโลยีการจัดตารางการทำงานที่ปรับให้เหมาะสมและเร่งความเร็วแคชอิมเมจคอนเทนเนอร์ ความสามารถนี้ช่วยให้เกิดความยืดหยุ่น รองรับการขยายได้สูงสุด 15,000 pod ต่อนาที เพื่อจัดการกับคำขอเอเจนต์จำนวนมากที่มีการทำงานพร้อมกันสูง นอกจากนี้ เทคโนโลยีแซนด์บ็อกซ์คอนเทนเนอร์ ACS ยังมอบการแยกพื้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการกันผู้ใช้ออกจากสภาพแวดล้อมรันไทม์ ป้องกันช่องโหว่หรือข้อมูลรั่วไหลในเอเจนต์หนึ่งไม่ให้กระทบกับเอเจนต์อื่น
  • ฐานข้อมูล: ในอีกด้าน อาลีบาบา คลาวด์ ได้อัปเกรดฐานข้อมูล PolarDB โดยปรับให้เหมาะสมสำหรับทั้งเวิร์กโหลดข้อมูลและ AI การอัปเกรดนี้เกิดขึ้นในนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Compute Express Link (CXL) ซึ่งเป็นตัวเชื่อมต่อการประมวลผลหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อลดความหน่วงลง 3% เพิ่มความสามารถในการปรับขนาดหน่วยความจำ 16 เท่า นำไปสู่การวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับเวิร์กโหลดข้อมูลและ AI สำหรับ PolarDB ที่อัปเกรดแล้ว จะมีสถาปัตยกรรม Lakebase ใหม่พร้อมที่เก็บข้อมูลแบบไฮบริดทั้งข้อมูลในดาต้าเลค, ฐานข้อมูลปฏิบัติการ และเมตาดาต้าสำหรับการจัดเก็บรูปแบบข้อมูลแบบมาตรฐานเปิดที่ได้รับความนิยม ทั้ง Lance, Iceberg และ Apache Hudi เป็นการลดต้นทุนการจัดเก็บ ทำให้การจัดเก็บและการจัดการข้อมูลมัลติโมดอลมีประสิทธิภาพ
  • แพลตฟอร์มสำหรับ AI (PAI): Platform for AI ของ อาลีบาบา คลาวด์ มีการเพิ่มประสิทธิภาพแบบประสานกันเพื่อยกระดับการพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่ให้เข้าสู่ยุค Agentic AI นวัตกรรมใหม่ของแพลตฟอร์มเรื่องการเร่งการฝึก AI อย่าง MoE จะช่วยปรับปรุงการฝึกโมเดลซีรีส์ Qwen ได้มากกว่า 300% ในขณะที่เอ็นจิ้นการฝึกโมเดล DiT ที่ได้รับการอัปเกรดแล้ว จะช่วยลดเวลาการฝึกโมเดลตัวอย่างแบบเดี่ยวของซีรีส์ Wan ได้ 1% ขณะที่การอนุมานที่ได้รับการปรับปรุงใหม่สามารถมอบ TPS ที่สูงขึ้น 71%, ความหน่วง TPOT ต่ำลง 70.6% และการปรับขนาดโครงสร้างพื้นฐานเร็วขึ้น 97.6%

Alibaba Cloud Announces International Expansion Plans to Power the Next-Generation AI Innovations

อาลีบาบา คลาวด์ ประกาศแผนขยายธุรกิจสู่นานาชาติ เติมพลังขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ยุคหน้า

Alibaba Cloud Announces International Expansion Plans to Power the Next-Generation AI Innovations

  • New data centers and service centers designed to enhance infrastructure coverage and stay ahead of global growing demand for AI and Cloud services
  • Full-stack AI and Cloud capabilities fuel innovations with global partners and customers

Alibaba Cloud, the digital technology and intelligence backbone of Alibaba Group, today announced its latest strategic plans to launch its first data centers in Brazil, France, and the Netherlands, with additional data centers to be added in Mexico, Japan, South Korea, Malaysia, Dubai in the coming year. Revealed at the company’s annual flagship technology conference Apsara Conference 2025, the strategic expansion will also see the set up of new regional service centers in Indonesia and Germany to provide round-the-clock, multi-language customer supports. Alibaba Cloud currently operates 91 availability zones in 29 regions globally.

Dr. Feifei Li, President of International Business and SVP of Alibaba Cloud Intelligence Group, said “AI is revolutionizing not only technology, but also the very foundation of how enterprises deliver business value and drive growth. Our strategic expansion of global infrastructure is designed to cater for the accelerating demand from forward-thinking customers. Alibaba Cloud stands at the forefront of the AI innovation, co-evolving with our customers with full stack AI and cloud solutions that support businesses anytime and anywhere. We are here to help partners and customers to design, launch, and scale groundbreaking AI agents and applications, fueling the next generation of digital innovation and unlocking unprecedented value in the global marketplace.”

To further cultivate a vibrant technology ecosystem, Alibaba Cloud has launched the AI Catalyst Program, designed to support global AI companies to grow and scale. Selected companies will receive support from industry experts, access to AI products and tools, and go-to-market resources, including up to 2 billion free tokens on Model Studio, Alibaba Cloud’s one-stop generative AI development platform, and up to 120k USD cloud credits from Alibaba Cloud.

Fueling Worldwide Partners and Customers’ AI Innovation with Full-Stack AI and Cloud Technologies.

Global companies are collaborating with Alibaba Cloud to push the boundaries with AI. Innovative applications across industries including sports, automotive, biopharmaceutical, marketing, and technology have demonstrated the value of AI in driving innovation and growth.

Alibaba Cloud’s Platform for AI (PAI) announced an integration of the full suite of the NVIDIA Physical AI software stack, marking a milestone collaboration in the Physical AI domain. The initiative provides developers with a comprehensive, cloud-native platform to accelerate advancements in humanoid robotics and Physical AI solutions. This collaboration underscores Alibaba Cloud’s commitment to driving innovation in Physical AI, equipping developers with the tools and agility to rapidly advance breakthroughs in humanoid robotics.

In partnership with the International Skating Union (ISU) and ThinkSport, an innovation platform and center of excellence founded by the International Olympic Committee (IOC), Alibaba Cloud unveiled Sports Data Hack Challenge, an AI Hackathon targeting European market running from October to December 2025. Building on Alibaba Cloud’s trusted AI and cloud technologies, the program will engage Europe’s sports innovation ecosystem—startups, developers, academia, and industry leaders—to accelerate the adoption of AI and cloud in sports, build product prototypes that address real business challenges, and help transition winning concepts into commercial projects.

AstraZeneca China uses Alibaba Cloud’s LLM Qwen and Model Studio: Exclusive solution to build an adverse event reporting tool in China that can help human reviewers in pharmaceutical companies identify relevant literature and generate detailed reports for adverse drug events, a crucial step in ensuring drug safety. AstraZeneca also harnesses Alibaba Cloud’s AI technologies to create an enterprise intelligent agent and AI-powered chatbot designed to enhance organizational efficiency in China.

Trained on a vast number of medical publications and scientific papers and finetuned with annotated customized dataset, Alibaba Cloud helped AstraZeneca build a proprietary vertical model in the medical field with a more profound insight of the domain. The model can identify key safety information from literature and crafts summaries with an estimated 95% accuracy and improved the whole process efficiency by 300% compared to human analysts.

“Working closely with Alibaba Cloud, we managed to harness the benefits of the Qwen LLM and Model Studio: Exclusive, which vastly improved the efficiency of generating adverse event reports from huge amounts of medical literature. We’re proud that we have pioneered this innovation in the industry. We expect to explore more AI-based innovations with Alibaba Cloud,” said Xin Zhong, Head of Commercial IT, AstraZeneca China.

Shiseido, the globally renowned beauty and cosmetics retailer, has deepened its strategic partnership with Alibaba Cloud to strength its digital infrastructure and operational security in China. Taking advantage of Alibaba Cloud’s cutting-edge Cloud Threat Detection and Response (CTDR) platform, Shiseido harnesses advanced AI to intelligently analyze security alerts in real time. CTDR aggregates fragmented alerts into comprehensive security events, reconstructs complex attack chains, and identifies malicious actors, helping Shiseido to detect and respond to cyber threats with unprecedented speed and accuracy, while optimizing operational costs. In addition, Alibaba Cloud’s Managed Detection and Response (MDR) service provides Shiseido with 24/7 expert-led threat hunting, incident investigation, and rapid response, ensuring uninterrupted business continuity and resilience for the retailer.

“Security is not just a technical requirement but a strategic imperative for our growth in China,” said Jerry LIN, CITO of Shiseido China & Travel Retail at Shiseido China. “Partnering with Alibaba Cloud gives us the confidence to scale our digital transformation securely. Their AI-driven threat detection and expert services allow us to focus on delivering exceptional beauty experiences to our customers, knowing our cloud infrastructure is protected by advanced security measures in the country.”

GladCube, a leading provider of digital marketing services, has partnered with Alibaba Cloud to co-develop cutting-edge AI solutions tailored for Japan’s digital marketing sector. Using Alibaba Cloud’s secure, scalable infrastructure and its world-class AI technologies, GladCube aims to significantly accelerate content development cycles while delivering measurable value to clients across industries.

Integrating Alibaba’s visual generation model, Wan, into GladCube’s vertical video transformation platform, “Dra Vis” will enable rapid, high-quality video production, dramatically boosting both the efficiency and creative potential of marketing teams. Additionally, GladCube will launch “AvaTwin,” Wan-enabled AI avatar services that seamlessly combines digital avatars with AI-generated narration, ideal for corporate communications in scenarios such as earnings announcements, shareholder meetings, and recruitment campaigns.

Hiroki Kaneshima, President & CEO of GladCube, commented: “We have long pursued the dual goals of creative excellence and operational efficiency in content development by harnessing generative AI. Our partnership with Alibaba Cloud represents a major leap forward, and we are confident it will revolutionize creative content production and reshape the future of digital marketing in Japan.”

FLUX, a Tokyo-based AI startup, has developed “FLUX-Japanese-Qwen”, a state-of-the-art Japanese large language model, which is a 32-billion-parameter, open-source model. It delivers exceptional performance across a broad spectrum of Japanese language benchmarks — particularly excelling in Fundamental Analysis, Summarization, and Code Generation — thanks to its robust foundation in Japanese knowledge, reasoning, and language.

A key technological breakthrough behind the model is the unique “Pinpoint-tuning” methodology. Rather than applying conventional fine-tuning across the entire model, which often degrades core reasoning and inference capabilities, the model identifies and targets only the neural circuits specifically responsible for Japanese language processing. This precision enables dramatic improvements in Japanese comprehension and generation while fully preserving the model’s original capabilities. In collaboration with Alibaba Tongyi Lab, FLUX used this method to develop the “FLUX-Japanese-Qwen” and subsequently created its first industry-specialized model for the financial sector.

By applying Pinpoint-tuning to domain-specific Japanese datasets — including financial regulations, business practices, and industry development — this financial sector-specific model is designed to empower financial professionals with reliable, context-aware responses to industry-specific queries, accelerating AI adoption in the sector.

Turbo AI, a leading technology service provider, harnesses Alibaba Cloud’s cutting-edge AI infrastructure to deliver integrated solutions tailored to regional clients’ needs across the entire AI lifecycle—from model research and development to deployment and real-world application. These solutions address a broad spectrum of use cases, ranging from lightweight model operations to large-scale infrastructure management.

“By leveraging Alibaba Cloud’s resilient, secure cloud infrastructure and intelligent resource scheduling, Turbo AI achieves dynamic configuration and elastic scaling of computing resources. This empowers us to significantly enhance operational efficiency and optimize our clients’ cost performance of AI workloads,” said Yuan LU, Big Data Head of Turbo AI.

อาลีบาบา คลาวด์ ประกาศแผนขยายธุรกิจสู่นานาชาติ เติมพลังขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ยุคหน้า

อาลีบาบา คลาวด์ ประกาศแผนขยายธุรกิจสู่นานาชาติ เติมพลังขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ยุคหน้า

อาลีบาบา คลาวด์ ประกาศแผนขยายธุรกิจสู่นานาชาติ เติมพลังขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ยุคหน้า

  • แจ้งเกิดศูนย์ข้อมูลและศูนย์บริการใหม่หลายแห่งที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบครัน ก้าวล้ำความต้องการบริการปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลาวด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก
  • จัดเต็มความสามารถด้าน AI และคลาวด์แบบครบวงจร เพื่อหนุนศักยภาพนวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรและลูกค้าทั่วโลก 

อาลีบาบา คลาวด์ ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศแผนกลยุทธ์ล่าสุดในการเปิดศูนย์ข้อมูลแห่งแรกในประเทศบราซิล ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ พร้อมทั้งมีแผนเพิ่มศูนย์ข้อมูลในเม็กซิโก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และดูไบในปีหน้า การขยายตัวเชิงกลยุทธ์นี้ประกาศในงานประชุมเทคโนโลยีประจำปี Apsara Conference 2025 โดยจะรวมถึงการจัดตั้งศูนย์บริการระดับภูมิภาคแห่งใหม่ในอินโดนีเซียและเยอรมนี เพื่อให้การสนับสนุนลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงในหลายภาษา ต่อยอดจากปัจจุบันที่อาลีบาบา คลาวด์ มี availability zones จำนวน 91 แห่งใน 29 ภูมิภาคทั่วโลก

ดร. เฟยเฟย ลี ประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศและรองประธานอาวุโสของอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป กล่าวว่า “AI กำลังปฏิวัติไม่เพียงแค่เทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงรากฐานสำคัญของวิธีการที่องค์กรสร้างคุณค่าทางธุรกิจและขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอีกด้วย กลยุทธ์การขยายโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกของเราออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากลูกค้าที่มองการณ์ไกล อาลีบาบา คลาวด์ อยู่ในแนวหน้าของนวัตกรรมด้าน AI และได้ร่วมกับลูกค้าของเราพัฒนาโซลูชัน AI และคลาวด์แบบครบวงจรที่สนับสนุนธุรกิจได้ทุกที่ทุกเวลา เราพร้อมช่วยเหลือพันธมิตรและลูกค้าในการออกแบบ เปิดตัว และขยายขนาดของ AI agents และแอปพลิเคชัน AI ที่ก้าวล้ำ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลรุ่นใหม่และปลดล็อกคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ในตลาดโลก”  

อาลีบาบา คลาวด์ ได้เปิดโครงการ AI Catalyst Program เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเติบโตและขยายขนาดของบริษัทด้าน AI ทั่วโลก บริษัทที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญระดับอุตสาหกรรม เข้าถึงผลิตภัณฑ์และเครื่องมือด้าน AI รวมถึงทรัพยากรอื่นสำหรับการเข้าสู่ตลาด ซึ่งรวมถึงโทเค็นฟรีสูงสุด 2 พันล้านโทเค็นบนแพลตฟอร์ม Model Studio ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเพื่อการพัฒนา generative AI แบบครบวงจรของอาลีบาบา คลาวด์ และเครดิตคลาวด์สูงสุด 120,000 เหรียญสหรัฐฯ จากอาลีบาบา คลาวด์ ด้วย 

ขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ของพันธมิตรและลูกค้าทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยี AI และคลาวด์แบบครบวงจร

บริษัทระดับโลกจำนวนมากกำลังร่วมมือกับอาลีบาบา คลาวด์ เพื่อใช้ AI ขยายขอบเขตการดำเนินงาน แอปพลิเคชันที่ล้ำสมัยที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น กีฬา ยานยนต์ เภสัชกรรม การตลาด และเทคโนโลยี ได้แสดงให้เห็นคุณค่าของ AI ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโต  

อาลีบาบา คลาวด์ ประกาศรวม Platform for AI (PAI) ของบริษัทฯ เข้ากับชุดซอฟต์แวร์ Physical AI ของ NVIDIA เต็มรูปแบบ ซึ่งนับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับ Physical AI ความร่วมมือนี้ช่วยให้นักพัฒนามีแพลตฟอร์มคลาวด์เนทีฟที่ครบวงจร ช่วยเร่งความก้าวหน้าในงานพัฒนาหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (humanoid) และโซลูชัน Physical AI ความร่วมมือนี้เป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของอาลีบาบา คลาวด์ ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมบน Physical AI รวมถึงความพร้อมในการมอบเครื่องมือและความคล่องตัวให้กับนักพัฒนาเพื่อเปิดทางสู่การพัฒนาหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ที่รวดเร็วขึ้น

อาลีบาบา คลาวด์ ร่วมมือกับสหพันธ์สเก็ตน้ำแข็งนานาชาติ (ISU) และ ThinkSport ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมและศูนย์ความเป็นเลิศที่ก่อตั้งโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) โดยเปิดตัวการแข่งขัน Sports Data Hack Challenge ซึ่งเป็นเวที AI Hackathon ที่มุ่งไปที่ตลาดยุโรป ระยะเวลาการแข่งขันตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2568 โปรแกรมการแข่งขันนี้จะใช้เทคโนโลยี AI และคลาวด์ที่เชื่อถือได้ของอาลีบาบา คลาวด์ เข้ามามีส่วนร่วมกับระบบนิเวศนวัตกรรมกีฬาของยุโรป ตั้งแต่สตาร์ทอัพ นักพัฒนา นักวิชาการ และผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อเร่งการนำ AI และคลาวด์มาใช้ในวงการกีฬา สร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความท้าทายทางธุรกิจ และเปลี่ยนแนวคิดที่ชนะการแข่งขันให้กลายเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ที่ใช้งานจริง  

บริษัทเภสัชกรรมยักษ์ใหญ่ “แอสตร้าเซนเนก้า ไชน่า” (AstraZeneca China) ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) Qwen และ Model Studio ของอาลีบาบา คลาวด์: Exclusive solution ที่ใช้สร้างเครื่องมือรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในจีน ช่วยให้ผู้ตรวจสอบของบริษัทยาที่เป็นมนุษย์สามารถระบุเอกสารที่เกี่ยวข้องและสร้างรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากยาได้อย่างละเอียด ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการรับรองความปลอดภัยของยา ขณะเดียวกัน แอสตร้าเซนเนก้ายังใช้เทคโนโลยี AI ของอาลีบาบา คลาวด์ สร้างเอเจนต์อัจฉริยะสำหรับองค์กร และแชทบอทที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของแอสตร้าเซนเนก้าในจีน  

การฝึกโมเดลด้วยเอกสารทางการแพทย์และบทความวิชาการจำนวนมหาศาล ร่วมกับการปรับแต่งด้วยชุดข้อมูลที่กำหนดเองของอาลีบาบา คลาวด์ ทำให้บริษัทฯ สามารถช่วยแอสตร้าเซนเนก้าสร้างโมเดลเฉพาะทางด้านการแพทย์ที่มีความเข้าใจในเชิงลึกในสาขานี้เป็นของตัวเอง โมเดลนี้สามารถระบุข้อมูลความปลอดภัยที่สำคัญจากเอกสาร และสรุปด้วยความแม่นยำถึง 95% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทั้งหมด 300% เมื่อเทียบกับการวิเคราะห์ของมนุษย์  

นายซิน จง หัวหน้าฝ่ายไอทีเชิงพาณิชย์ของแอสตร้าเซนเนก้า ไชน่า กล่าวว่า “การทำงานอย่างใกล้ชิดกับอาลีบาบา คลาวด์ ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จาก Qwen LLM และ Model Studio: Exclusive ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากเอกสารทางการแพทย์จำนวนมากได้อย่างมาก เราภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำนวัตกรรมนี้ในอุตสาหกรรม และคาดหวังที่จะสำรวจความเป็นไปได้ด้านนวัตกรรมที่ใช้ AI อื่นเพิ่มเติมกับอาลีบาบา คลาวด์”

ชิเซโด้ (Shiseido) ผู้ค้าปลีกผลิตภัณฑ์ความงามและเครื่องสำอางที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับอาลีบาบา คลาวด์ เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและความปลอดภัยในการดำเนินงานในจีน โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม Cloud Threat Detection and Response (CTDR) ที่ล้ำสมัยของอาลีบาบา คลาวด์ ชิเซโด้ใช้ AI ขั้นสูงเพื่อวิเคราะห์การแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ โดย CTDR สามารถรวมการแจ้งเตือนที่กระจัดกระจาย ให้เป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ครบถ้วน ด้วยการสร้างห่วงโซ่การโจมตีที่ชัดเจนจากเบาะแสที่ซับซ้อน ก่อนจะระบุตัวผู้กระทำความผิด ช่วยให้ชิเซโด้สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริการ Managed Detection and Response (MDR) ของอาลีบาบา คลาวด์ ยังมอบการป้องกันเชิงรุก ให้บริษัทตามล่าภัยคุกคาม สืบสวนและตอบสนองอย่างรวดเร็วโดยผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความมั่นใจต่อความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นของธุรกิจชิเซโด้

นายเจอร์รี่ หลิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของชิเซโด้ ไชน่า และทราเวล รีเทล จาก ชิเซโด้ ไชน่า กล่าวว่า “ความปลอดภัยไม่ใช่เพียงข้อกำหนดด้านเทคนิคที่ควรมี แต่เป็นสิ่งจำเป็นเชิงกลยุทธ์สำหรับการเติบโตของเราในจีน การเป็นพันธมิตรกับอาลีบาบา คลาวด์ ทำให้เรามั่นใจในการขยายการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลอย่างปลอดภัย การตรวจจับภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI และบริการจากผู้เชี่ยวชาญช่วยให้เราสามารถมุ่งเน้นไปที่การมอบประสบการณ์ความงามที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า โดยรู้ว่าโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของเราในจีนได้รับการปกป้องด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง”  

เกลดคูบ (GladCube) ผู้ให้บริการด้านการตลาดดิจิทัลชั้นนำ ได้ร่วมมือกับอาลีบาบา คลาวด์ เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชัน AI ที่ล้ำสมัยที่ปรับให้เหมาะกับตลาดดิจิทัลของญี่ปุ่น ซึ่ง GladCube มุ่งหวังที่จะเร่งขั้นตอนการพัฒนาเนื้อหาให้เร็วขึ้น และส่งมอบคุณค่าที่วัดผลได้ให้กับลูกค้าทั่วทั้งอุตสาหกรรมด้วยการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยและปรับขนาดได้ของอาลีบาบา คลาวด์ รวมถึงเทคโนโลยี AI คุณภาพระดับโลก   

การรวมโมเดลสร้างรูปภาพ Wan ของอาลีบาบา เข้ากับแพลตฟอร์มแปลงวิดีโอแนวตั้ง ‘Dra Vis’  นั้นช่วยให้ GladCube สามารถผลิตวิดีโอคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ของทีมการตลาด นอกจากนี้ GladCube จะเปิดตัว AvaTwin บริการอวาตาร์ AI ที่ขับเคลื่อนด้วย Wan ซึ่งผสมผสานอวาตาร์ดิจิทัลเข้ากับการให้เสียงบรรยายที่ AI สร้างขึ้น วิดีโอที่ได้จะเหมาะสำหรับการสื่อสารในองค์กร เช่น การประกาศผลประกอบการ การประกาศวาระการประชุมผู้ถือหุ้น และการทำแคมเปญสรรหาบุคลากร  

นายฮิโรกิ คาเนชิมะ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GladCube กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นสู่เป้าหมายสองประการ ทั้งความเป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพการพัฒนาเนื้อหาด้วยการใช้ประโยชน์จาก generative AI ความร่วมมือกับอาลีบาบา คลาวด์ ถือเป็นก้าวสำคัญที่เรามั่นใจว่าจะปฏิวัติการผลิตเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ และจะกำหนดอนาคตของการตลาดดิจิทัลในญี่ปุ่นต่อไป”  

FLUX สตาร์ทอัพด้าน AI ที่อยู่ในโตเกียว ได้พัฒนา FLUX-Japanese-Qwen ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่สำหรับภาษาญี่ปุ่นที่มีพารามิเตอร์ 32 พันล้านตัว และเป็นโมเดลโอเพ่นซอร์สที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในการวัดผลเบนช์มาร์กเกณฑ์มาตรฐานภาษาญี่ปุ่น โดยเฉพาะในด้านการวิเคราะห์พื้นฐาน การสรุป และการสร้างโค้ด ซึ่งเป็นผลจากรากฐานด้านความรู้ การใช้เหตุผล และภาษาญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งมาก  

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญของโมเดลนี้คือวิธีการ Pinpoint-tuning ที่ไม่เหมือนใคร แทนที่จะปรับแต่งทั่วทั้งโมเดล ซึ่งมักทำให้ความสามารถด้านการใช้เหตุผลและการอนุมานลดลง โมเดลนี้จะระบุและปรับแต่งเฉพาะส่วน neural circuit ที่รับผิดชอบการประมวลผลภาษาญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ความแม่นยำนี้ช่วยให้การเข้าใจและการสร้างภาษาญี่ปุ่นดีขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ยังคงรักษาความสามารถดั้งเดิมของโมเดลไว้อย่างครบถ้วน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนความร่วมมือกับ Alibaba Tongyi Lab ซึ่ง FLUX ได้ใช้เป็นแนวทางเพื่อพัฒนา FLUX-Japanese-Qwen และสร้างโมเดลเฉพาะอุตสาหกรรมแรกสำหรับภาคการเงิน  

ด้วยการใช้ Pinpoint-tuning กับชุดข้อมูลภาษาญี่ปุ่นที่เฉพาะเจาะจงในด้านการเงิน ซึ่งถูกต้องทั้งในแง่กฎระเบียบ แนวปฏิบัติทางธุรกิจ และการพัฒนาอุตสาหกรรม โมเดลที่สร้างมาเฉพาะทางด้านการเงินนี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมด้านการเงิน ด้วยการตอบสนองที่เชื่อถือได้และเข้าใจบริบท ช่วยผลักดันให้เกิดการนำ AI มาใช้ในภาคส่วนนี้อย่างแพร่หลาย  

 เทอร์โบ เอไอ (Turbo AI) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำ ใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ล้ำสมัยของอาลีบาบา คลาวด์ เพื่อให้บริการโซลูชันแบบบูรณาการที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคกับไลฟ์ไซเคิลของ AI ทั้งหมด ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาโมเดลไปจนถึงการปรับใช้และการประยุกต์ใช้จริง โซลูชันเหล่านี้ครอบคลุมกรณีการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การดำเนินการโมเดลขนาดเล็ก ไปจนถึงการจัดการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่  

นายหยวน ลู หัวหน้าฝ่ายบิ๊กดาต้าของ Turbo AI กล่าวว่า “ด้วยการใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ยืดหยุ่นและปลอดภัยของอาลีบาบา คลาวด์ รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรอัจฉริยะ Turbo AI สามารถกำหนดค่าและปรับขนาดทรัพยากรการประมวลผลได้อย่างยืดหยุ่น ช่วยให้เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและปรับปรุงประสิทธิภาพต้นทุนของเวิร์กโหลด AI ฐ์ของลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ”

Bosch and Alibaba Group Deepen Strategic Partnership to Advance AI-powered Digital Innovation

Bosch และ Alibaba Group กระชับความร่วมมือทางกลยุทธ์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Bosch and Alibaba Group Deepen Strategic Partnership to Advance AI-powered Digital Innovation

  • Alibaba cloud to dedicate its global capabilities to support Bosch’s technology stack
  • Both intend to deepen collaboration in leveraging Alibaba’s AI strength to facilitate Bosch’s business innovations, such as smart cockpit
  • Bosch to expand its e-commerce presence in Southeast Asia, Spain, and Latin America through Alibaba’s global platforms

Bosch, a leading global supplier of technology and services, and Alibaba Group, a global technology company focused on e-commerce and cloud computing, today announced an expanded strategic partnership to accelerate digital transformation through advanced cloud computing and AI technologies. The enhanced collaboration will focus on cloud-based enterprise operations, AI-driven business innovations, and e-commerce expansion.

“Our partnership opens up exciting opportunities for both Bosch and Alibaba to expand our offerings in the global market,” said Dr. Tanja Rückert, member of the Bosch board of management and Chief Digital Officer. “By joining forces, we combine Alibaba’s advanced cloud infrastructure, AI capabilities and e-commerce market reach with Bosch’s deep technological expertise in mobility, industrial technology and consumer goods to drive greater efficiency and innovation worldwide. AI has been an innovation booster for Bosch across all business sectors, and cooperation with strong partners like Alibaba is essential for Bosch to realizing its full potential and creating greater value.”

“This partnership with Bosch demonstrates our commitment to empowering global businesses with world-class technologies and highlights Alibaba’s strengths in AI and cloud computing,” said Joe Tsai, Chairman of Alibaba Group. “Bosch’s leading expertise in advanced automotive solutions and household appliances, combined with Alibaba’s innovations in cloud, AI and e-commerce, will enable both our companies to bring compelling value propositions to customers worldwide.”

Powering Innovation through Cloud Services and AI

The expanded partnership – focusing on cloud migration and AI cooperation- marks a significant step further in bolstering Bosch’s digital operations and fostering industrial innovation. As part of Bosch Group ’s cloud hyperscalers strategy, the collaboration between the two companies covers multiple business areas, such as corporate operations, home appliances and commercial vehicles, to enhance operational efficiency and enable smarter business processes. In addition, the two companies intend to collaborate on exploring the potential of running Bosch’s intelligent driving environment on Alibaba Cloud’s AI infrastructure.

The partnership will leverage Alibaba’s AI capabilities to support Bosch’s businesses, boosting operational efficiency and enhancing product intelligence. In the automotive sector, for instance, the two companies plan to evaluate Qwen-based multimodal models to elevate the smart cockpit experience with more intuitive in-vehicle interactions. The two companies also intend to explore the possibility of development of next-generation automated driving solutions powered by Qwen’s visual language model to enhance scene recognition accuracy.

Driving Global E-commerce Growth

As a key pillar of the expanded partnership, Bosch and Alibaba will further drive growth and innovation in e-commerce through expanded product portfolio, enhanced customer engagement, and optimized brand experience. In 2025, Bosch plans to launch new product categories in China with consumer insights from Alibaba’s e-commerce platform. Alibaba will also support Bosch in reaching a broader consumer base in China through comprehensive omni-channel digital marketing. 

Based on the framework of collaboration in China, Bosch will extend its e-commerce footprint to Southeast Asia, Spain, and Latin America through Alibaba’s global e-commerce platforms including Lazada, Miravia and AliExpress, to better serve local consumers with innovative, high-quality products.

Bosch and Alibaba’s collaboration in e-commerce began in 2017. Bosch has since established a strong presence on Alibaba’s Tmall platform, offering a wide range of consumer-focused products, including home appliances, power tools, heating systems, and automotive aftermarket parts. Joint efforts across marketing, sales, membership programs and online-to-offline services have significantly strengthened Bosch’s digital ecosystem and customer engagement in China.

Bosch และ Alibaba Group กระชับความร่วมมือทางกลยุทธ์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Bosch และ Alibaba Group กระชับความร่วมมือทางกลยุทธ์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Bosch และ Alibaba Group กระชับความร่วมมือทางกลยุทธ์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

  • อาลีบาบา คลาวด์ เสริมแกร่งเทคโนโลยีของบ๊อช ด้วยศักยภาพระดับโลกของบริษัทฯ
  • บริษัททั้งสองแห่งมุ่งกระชับความร่วมมือ ในการนำความแข็งแกร่งด้าน AI ของอาลีบาบาไปใช้ส่งเสริมนวัตกรรมทางธุรกิจของบ๊อชให้มากขึ้น เช่น โซลูชันห้องโดยสารอัจฉริยะ (smart cockpit)
  • บ๊อชจะขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สเปน และละตินอเมริกา ผ่านแพลตฟอร์มของอาลีบาบาที่ได้รับการยอมรับและใช้ทั่วโลก

บ๊อช (Bosch) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและบริการ และอาลีบาบา กรุ๊ป บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่เน้นด้านอีคอมเมิร์ซและคลาวด์คอมพิวติ้ง ประกาศขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งและ AI ประสิทธิภาพล้ำหน้า ความร่วมมือนี้จะเน้นไปที่การดำเนินงานขององค์กรโดยใช้คลาวด์, นวัตกรรมทางธุรกิจที่ใช้ AI เป็นตัวขับเคลื่อน และการขยายธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซ 

ดร. ทันจา รัคเคิร์ต สมาชิกคณะกรรมการบริหารของบ๊อชและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัล กล่าวว่า “ความร่วมมือของเราเปิดโอกาสที่น่าตื่นเต้นในการขยายการนำเสนอสินค้าและบริการของเราในตลาดโลก การรวมพลังกันครั้งนี้เป็นการผสานโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ประสิทธิภาพสูง ความสามารถด้าน AI และ ความสามารถในการเข้าถึงตลาดอีคอมเมิร์ซของอาลีบาบา เข้ากับ ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีเชิงลึก ของบ๊อชด้านโมบิลิตี้, เทคโนโลยีอุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพและนวัตกรรมทั่วโลกได้มากขึ้น AI เป็นตัวเร่งนวัตกรรมให้กับทุกส่วนธุรกิจของบ๊อช ความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งเช่นอาลีบาบาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราได้ใช้ศักยภาพสูงสุดและสร้างมูลค่าได้มากขึ้น”

นายโจ ไช่ ประธานกรรมการของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า “ความร่วมมือกับบ๊อชครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการใช้เทคโนโลยีระดับโลกเสริมศักยภาพธุรกิจทั่วโลก และเน้นย้ำให้เห็นความแข็งแกร่งด้าน AI และคลาวด์คอมพิวติ้งของอาลีบาบา เมื่อรวมความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันยานยนต์ประสิทธิภาพสูงและเครื่องใช้ในครัวเรือนของบ๊อช เข้ากับ นวัตกรรมด้านคลาวด์ AI และอีคอมเมิร์ซของอาลีบาบา จะทำให้ทั้งสองบริษัทสามารถนำเสนอคุณประโยชน์ที่น่าสนใจให้กับลูกค้าทั่วโลก”

ขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่านบริการคลาวด์ และ AI

การขยายความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การย้ายเวิร์กโหลดไปยังคลาวด์และความร่วมมือด้าน AI ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างการดำเนินงานด้านดิจิทัลของบ๊อช และส่งเสริมนวัตกรรมทางอุตสาหกรรม ความร่วมมือของทั้งสองบริษัทเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ cloud hyperscalers ของ Bosch Group จึงครอบคลุมหน่วยงานทางธุรกิจหลากหลาย เช่น การดำเนินงานขององค์กร เครื่องใช้ในบ้าน และยานพาหนะเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเปิดใช้งานกระบวนการทางธุรกิจที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทตั้งใจที่จะร่วมมือกันสำรวจศักยภาพในการใช้สภาพแวดล้อมการขับขี่อัจฉริยะของ บ๊อชบนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของอาลีบาบา คลาวด์ 

ความร่วมมือนี้จะใช้ความสามารถด้าน AI ของอาลีบาบาเพื่อสนับสนุนธุรกิจของบ๊อช เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเพิ่มความชาญฉลาดให้กับผลิตภัณฑ์ เช่น บริษัททั้งสองวางแผนที่จะประเมินการใช้ Qwen-based multimodal models กับธุรกิจด้านยานยนต์ เพื่อยกระดับประสบการณ์ห้องโดยสารอัจฉริยะด้วยการโต้ตอบภายในรถที่ใช้งานง่ายขึ้น นอกจากนี้บริษัททั้งสองจะสำรวจความเป็นไปได้การพัฒนาโซลูชันการขับขี่อัตโนมัติรุ่นต่อไปที่ขับเคลื่อนโดยโมเดลภาษาภาพของ Qwen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจดจำสถานที่แวดล้อม

ขับเคลื่อนการเติบโตด้านอีคอมเมิร์ซทั่วโลก

อีคอมเมิร์ซเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือที่ขยายออกไป บ๊อชและอาลีบาบาจะขับเคลื่อนการเติบโตและนวัตกรรมด้านอีคอมเมิร์ซ ผ่านการขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ เพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า และประสบการณ์แบรนด์ที่ดีที่สุด บ๊อชวางแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ในประเทศจีนในปี พ.ศ. 2568 โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของอาลีบาบา ทั้งนี้ อาลีบาบาจะสนับสนุนบ๊อชให้เข้าถึงฐานผู้บริโภคที่กว้างขึ้นในประเทศจีนผ่านการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจร

ตามกรอบความร่วมมือในประเทศจีน บ๊อชจะขยายฟุตพริ้นท์อีคอมเมิร์ซไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สเปน และละตินอเมริกา ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลกของอาลีบาบา ซึ่งรวมถึง Lazada, Miravia และ AliExpress เพื่อให้บริการผู้บริโภคในท้องถิ่นด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมและมีคุณภาพสูงได้ดียิ่งขึ้น

ความร่วมมือด้านอีคอมเมิร์ซของบ๊อชและอาลีบาบาเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2560 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บ๊อชได้สร้างการแสดงตนที่แข็งแกร่งบนแพลตฟอร์ม Tmall ของอาลีบาบา โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นผู้บริโภคที่หลากหลาย รวมถึงเครื่องใช้ในบ้าน เครื่องมือไฟฟ้า ระบบทำความร้อน และชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ ความพยายามร่วมกันในการตลาด การขาย โปรแกรมสมาชิก และบริการออนไลน์สู่ออฟไลน์ได้เสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลและการมีส่วนร่วมของลูกค้าของบ๊อชในประเทศจีนอย่างมีนัยสำคัญ