Alibaba Cloud โชว์ Wuying Cloudbook ณ การประชุม Apsara Conference

Alibaba Cloud โชว์ Wuying Cloudbook ณ การประชุม Apsara Conference

Alibaba Cloud โชว์ Wuying Cloudbook ณ การประชุม Apsara Conference

Wuying Cloudbook ใช้เทคโนโลยีจาก Wuying Architecture เพียบพร้อมด้วยความปลอดภัย ความยืดหยุ่น และความสามารถในการทำงานร่วมกัน เพื่อรองรับการทำงานในยุคดิจิทัล

อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป โชว์ Wuying Cloudbook ผลิตภัณฑ์ด้านคลาวด์คอมพิวเตอร์ใหม่ล่าสุดที่ใช้สมรรถนะต่าง ๆ จาก Wuying Architecture ณ งาน Apsara Conference, Wuying Cloudbook ออกแบบมาเพื่อมอบพลังแห่งการประมวลผลแบบไร้ขีดจำกัดให้แก่องค์กรธุรกิจ เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูล คุ้มค่าใช้จ่ายมากขึ้น และรองรับการทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดที่มีความต้องการแตกต่างกัน

Wuying Cloudbook มาพร้อมความปลอดภัยที่รัดกุม สามารถปรับขนาดการทำงานได้ตามต้องการและสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่หลากหลาย ซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะของคลาวด์ จึงช่วยให้ผู้ใช้งานได้ใช้ประโยชน์จากสมรรถนะของคลาวด์คอมพิวติ้ง และลดปริมาณเวิร์กโหลดที่อยู่ในตัวอุปกรณ์ให้เหลือน้อยที่สุด ผู้ใช้สามารถปรับขนาดการประมวลผลและขนาดของสตอเรจขึ้นลงได้ตามต้องการและในเวลาที่ต้องการ จึงสามารถขจัดข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพในการใช้ซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ เช่น ซอฟต์แวร์ video-rendering และได้รับประสบการณ์การโต้ตอบแบบเรียลไทม์ที่มีการตอบสนองเร็วขึ้น และมีภาพคมชัด คุณภาพสูง

Wuying Cloudbook ช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลและการรับส่งทรัพยากรทางเทคโนโลยีจำนวนมหาศาลขององค์กรมีความปลอดภัย ด้วยการรวมศูนย์และบริหารจัดการทรัพยากรเหล่านั้นบนคลาวด์ จึงช่วยขจัดความท้าทายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยที่มักเกิดกับสภาพแวดล้อมการทำงานขององค์กร เช่น ข้อมูลสูญหาย และช่องโหว่ต่าง ๆ ของอุปกรณ์ที่ใช้ทำงานที่อาจถูกโจมตีได้ ในขณะที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงทรัพยากรทางเทคโนโลยีขององค์กรได้จากทุกที่ทุกเวลา

Wuying Cloudbook ยังช่วยขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันได้กว้างขวางมากขึ้น ผู้ใช้งานสามารถรันระบบปฏิบัติการได้หลากหลายในคราวเดียวกัน เช่น Windows, Linux หรือ Android นอกจากนี้การใช้และรันซอฟต์แวร์บนคลาวด์ทำให้ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดหรือติดตั้งซอฟต์แวร์ไว้ในตัวอุปกรณ์ที่ใช้งานซึ่งช่วยลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล และลดการใช้แบตเตอร์รี่ของอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Wuying Cloudbook จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการทำงานรูปแบบใหม่ เช่น การทำงานจากระยะไกล การจ้างงานภายนอกองค์กร (outsourcing) และ การทำงานร่วมกันของทีมที่อยู่ต่างสถานที่กัน

Wuying Cloudbook ใช้ประโยชน์จากความสามารถในการปรับขนาดการทำงาน ความปลอดภัย และความยืดหยุ่น ของ Wuying Architecture ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อผสานการทำงานของเวิร์กโหลดบนคลาวด์และที่อยู่ในอุปกรณ์ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นสถาปัตยกรรมระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมนี้ สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อป และแท็บเล็ต ไปจนถึงฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ที่ต้องการพลังแห่งการประมวลผลที่แข็งแกร่ง สถาปัตยกรรมนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้สมรรถนะในการประมวลผล และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะทำการประมวลผลบนอุปกรณ์ใดก็ตาม

นายเจียงเหว่ย เจียง นักวิจัยอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานของอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “Wuying Architecture เป็นสถาปัตยกรรมที่ใช้ในการเพิ่มและขยายพื้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น และมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากขึ้น Wuying ใช้ประโยชน์จากความสามารถและเครื่องมือด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็น cloud-based ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าจะปกป้องคุ้มครองข้อมูลขององค์กรให้มีความปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ ความสามารถในการทำงานร่วมกันกับอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่าง ๆ ของ Wuying Architecture ยังช่วยให้ฮาร์ดแวร์แบรนด์ต่าง ๆ ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ องค์กรธุรกิจ ตลอดจนผู้ใช้ส่วนบุคคล ได้รับประโยชน์จากคุณลักษณะของคลาวด์คอมพิวติ้งอย่างเต็มประสิทธิภาพ”

Wuying Cloudbook มีตัวเครื่องบางเฉียบ มีความลึกเพียง 13.9mm และมีจอ touchscreen ขนาด 14 นิ้ว สามารถรับชมวิดีโอแกะกล่องได้ที่ลิงก์นี้ พร้อมกันนี้อาลีบาบา คลาวด์ ยังได้นำเสนอผลิตภัณฑ์คลาวด์คอมพิวติ้งในรูปแบบของ card, box, all-in-one PC, laptop และ แอปพลิเคชันในรูปแบบ Desktop-as-a-Service (DaaS)

ประสบการณ์ของลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคการศึกษาที่ใช้ Wuying

IM Motors บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะแห่งหนึ่งในประเทศจีน เป็นบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งแรกที่นำ Wuying ไปใช้ในงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยในช่วงของการวิจัยและพัฒนา Wuying ช่วยให้ทีมงานหลายทีมที่ทำงานอยู่ต่างสถานที่และจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด สามารถเข้าใช้งานเอกสารการออกแบบต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น

นายเจี่ยว เซี่ยง ผู้อำนวยการบริหาร ศูนย์วิจัยอัจฉริยะของ IM Motors กล่าวว่า “ในอดีตอุตสาหกรรมยานยนต์อาศัยการทำงานร่วมกันแบบออฟไลน์อย่างมาก เนื่องจากขั้นตอนการทำงานหลายอย่างต้องใช้เวิร์กสเตชันขนาดใหญ่ Wuying ทำให้ความฝันของเราเป็นจริง เพราะไม่เพียงมอบพลังการประมวลผลที่สามารถรองรับเวิร์กโหลดหนัก ๆ ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยลดความวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลในเวลาที่เรารับส่งและแชร์ไฟล์ด้านการออกแบบที่เป็นความลับ เราจึงสามารถมุ่งความสำคัญไปในเรื่องของการออกแบบได้อย่างหมดกังวล”

East China Normal University เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยแห่งแรก ๆ ที่นำ Wuying ไปใช้ในภาคการศึกษา โดยนำคลาวด์คอมพิวเตอร์นี้ไปแทนที่ห้องเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมที่ใช้ในโครงการวิจัยต่าง ๆ ช่วยให้นักศึกษาสามารถทำโครงการของตนได้อย่างราบรื่น แม้จะต้องย้ายจากห้องปฏิบัติการไปตามห้องเรียนและหอพักต่าง ๆ เพราะงานวิจัยล้วนรวมศูนย์อยู่บนคลาวด์ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานวิจัยอย่างมาก

นายเว่ย หวัง อาจารย์ประจำ School of Data Science and Engineering, East China Normal University กล่าวว่า “โหมด mobile research ของ Wuying ได้พิสูจน์แล้วว่ามีคุณค่าและมีประโยชน์มากสำหรับอาจารย์และนักศึกษา ห้องปฏิบัติการบนคลาวด์ทำให้เราใช้สมรรถนะการประมวลผลได้ไม่จำกัดเป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการตอบสนองและแบนด์วิดท์ นอกจากนี้ยังให้บริการด้วยประสิทธิภาพสูงได้ 24 ชั่วโมงทุกวัน ซึ่งช่วยให้เราได้รับผลการวิจัยเร็วขึ้นมาก”

Alibaba Cloud Launches ModelScope Platform and New Solutions to Lower the Threshold for Materializing Business Innovation

Alibaba Cloud เปิดตัวแพลตฟอร์ม ModelScope และโซลูชันใหม่ๆ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการสร้างนวัตกรรมให้กับองค์กรธุรกิจ

Alibaba Cloud Launches ModelScope Platform and New Solutions to Lower the Threshold for Materializing Business Innovation

    • Hundreds of AI models are made accessible on a brand new open-source platform
    • Key serverless solutions launched to enable better product deployment and development

Alibaba Cloud, the digital technology and intelligence backbone of Alibaba Group, started its annual Apsara Conference today by announcing the launch of  ModelScope, an open-source Model-as-a-Service (MaaS) platform that comes with hundreds of AI models, including large pre-trained models for global developers and researchers. During its flagship conference, the global leading cloud provider also introduced a range of serverless database products and upgraded its integrated data analytics and intelligent computing platform to help customers further achieve business innovation through cloud te­chnologies.

“Cloud computing has given rise to a fundamental revolution in the way computing resources are organized, produced and put to commercial use while shifting the paradigm of software development and speeding up the integration of the cloud and endpoint terminals.” Jeff Zhang, President of Alibaba Cloud Intelligence, “As more customers are speeding up with their cloud adoption, we have been upgrading our cloud-based resources, services and tools to become serverless, more intelligent and digitalized in order to lower the barrier for companies to adopt new technology and capture more opportunities in the cloud era.”

MaaS to create transparent and inclusive technology community

The ModelScope platform is today launched with over 300 ready-to-deploy AI models developed by Alibaba DAMO Academy (“DAMO”), Alibaba’s global research initiative, in the past five years. These models cover various fields from computer vision to natural language processing (NLP) and audio. The platform also includes more than 150 state-of-the-art (SOTA) models, which are recognized globally as the best in their respective fields for achieving the results in a given task.

Also made available on the platform are Alibaba’s proprietary large pre-trained models such as Tongyi, which is capable of turning text into image with five billion parameters, and OFA (One-For-All), a six billion-parameter pre-trained model that excels at cross-modal tasks such as image captioning and visual question answering. Independant developers have also contributed dozens of models to the open-source platformn to date.

As an open-source community, ModelScope aims to make developing and running AI models easier and more cost effective. Developers and researchers can simply test the models online for free and get the results of their tests within minutes. They can also develop customized AI application by fine-tuning existing models, and run the models online backed by Alibaba Cloud, or deploy them on other cloud platforms or in a local setting.

The launch underscores DAMO’s ongoing efforts and commitment to promote transparent and inclusive technology by reducing the threshold for building and running AI models, enabling universities and smaller companies to easily use AI for their research and in their business respectively. The community is expected to grow further with more quality models available on the platform from DAMO, partners from research institutes and third-party developers in the near future.

New and upgraded solutions to increase computing efficiency

Staying ahead of the emerging trend of serverless software development, Alibaba Cloud is making its key cloud products serverless to enable customers to concentrate on product deployment and development without worrying about managing servers and infrastructure. Essentially, Alibaba Cloud’s updated products focus on turning computing power into an on-demand capability for users.

Examples of these are the cloud native database PolarDB, the cloud-native data warehouse AnalyticDB (ADB) and ApsaraDB for Relational Database Service (RDS). Leveraging Alibaba Cloud’s serverless technologies, customers can enjoy automatic scaling with extreme elasticity based on actual workloads and a pay-as-you-go billing model to reduce costs. The automatic elastic scaling time on demands can be as little as one second. The use of updated database products can help businesses in the Internet industry reduce their costs by 50%, on average, compared to using traditional ones. Currently, Alibaba Cloud has more than 20 serverless key products in total and is adding more product categories to become serverless.

Alibaba Cloud also upgraded its ODPS (Open Data Platform and Services), a self-developed integrated data analytics and intelligent computing platform, to provide companies with diversified data processing and analytics services. The platform can handle both online and offline data simultaneously in one system, providing businesses dealing with complex workloads with analytics for business decision-making with reduced cost and increased efficiency.

ODPS has refreshed global records for big data performance, according to recent results from the Transaction Processing Performance Council (TPC), an industry council that sets the standards for transaction processing and database benchmarking. Evaluated based on a 100 TB data benchmark, the performance of ODPS Maxcompute Cluster attained the top score for the sixth consecutive year. ODPS Hologres Cluster also shown a record-breaking result in the TPC-H 30000GB decision support benchmark test.

To drive workload collaboration between cloud and local hardware, Alibaba Cloud has announced the launch of the Wuying Architecture with a showcase on its applications on the Wuying Cloudbook. The Cloudbook with dedicated Architecture is designed to help users access unlimited computing power on the cloud in a more secure and agile manner while supporting collaboration and flexibility at a workplace.

Alibaba Cloud เปิดตัวแพลตฟอร์ม ModelScope และโซลูชันใหม่ๆ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการสร้างนวัตกรรมให้กับองค์กรธุรกิจ

Alibaba Cloud เปิดตัวแพลตฟอร์ม ModelScope และโซลูชันใหม่ๆ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการสร้างนวัตกรรมให้กับองค์กรธุรกิจ

Alibaba Cloud เปิดตัวแพลตฟอร์ม ModelScope และโซลูชันใหม่ๆ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการสร้างนวัตกรรมให้กับองค์กรธุรกิจ

    • สามารถเข้าใช้งานโมเดล AI หลายร้อยรายการบนแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สใหม่ล่าสุด
    • เปิดตัวโซลูชันสำคัญแบบ serverless เพื่อช่วยให้ใช้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้น

อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ธุรกิจ
ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป จัดการประชุมประจำปี Apasara Conference พร้อมเปิดตัว ModelScope ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สในรูปแบบ Model-as-a-Service (MaaS) ที่ประกอบด้วยโมเดล AI หลายร้อยรายการ รวมถึงโมเดล pre-trained ขนาดใหญ่สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์และนักวิจัยทั่วโลก ในการประชุมสำคัญนี้ Alibaba Cloud ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำของโลกจะแนะนำผลิตภัณฑ์ด้านดาต้าเบสที่ไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ (serverless) อีกหลายรายการ และประกาศการอัปเกรดระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบบูรณาการ และแพลตฟอร์มการประมวลผลอัจฉริยะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยลูกค้าให้ประสบความสำเร็จในการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีคลาวด์

นายเจฟฟ์ จาง ประธาน อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “คลาวด์คอมพิวติ้งทำให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดระบบทรัพยากรที่ใช้ในการประมวลผล การผลิต และนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ทั้งยังปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ และเร่งให้คลาวด์และอุปกรณ์ปลายทางที่เป็นจุดติดต่อกับผู้ใช้ (endpoint terminals) ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวได้เร็วขึ้น ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าจำนวนมากที่ต้องการนำคลาวด์มาใช้ได้อย่างรวดเร็ว เราได้อัปเกรดทรัพยากรด้านคลาวด์ บริการและเครื่องมือต่าง ๆ ให้ทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ ให้มีความชาญฉลาดมากขึ้น และอยู่ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อลดอุปสรรคให้บริษัทต่าง ๆ ในการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ และคว้าโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้นในยุคของคลาวด์”

MaaS เพื่อสร้างคอมมิวนิตี้ด้านเทคโนโลยีที่โปร่งใสและครบวงจร

แพลตฟอร์ม ModelScope มาพร้อมโมเดล AI ที่พร้อมใช้งานมากกว่า 300 รายการที่พัฒนาในช่วงห้าปีที่ผ่านมาโดย Alibaba DAMO Academy (“DAMO”) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการวิจัยระดับโลกของอาลีบาบาโมเดลเหล่านี้ครอบคลุมการทำงานด้านต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น computer vision ไปจนถึง NLP หรือการประมวลผลภาษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นตัวช่วยในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์และมนุษย์ รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวกับเสียง แพลตฟอร์มนี้ยังมีโมเดลล้ำสมัย (state-of-the-art: SOTA) มากกว่า 150 รายการ ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่าดีที่สุดในการทำงานแต่ละด้านที่เกี่ยวข้องให้สำเร็จตามเป้าที่กำหนด

แพลตฟอร์มนี้ยังมีโมเดล pre-trained ขนาดใหญ่ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของอาลีบาบา เช่น Tongyi ที่สามารถแปลงข้อความให้เป็นรูปภาพด้วยพารามิเตอร์ห้าพันล้านตัว และ OFA (One-For-All) ซึ่งเป็นโมเดล pre-trained ที่มีพารามิเตอร์หกพันล้านตัวที่มีการทำงานข้ามรูปแบบหรือวิธีได้อย่างยอดเยี่ยมเช่น คำบรรยายภาพ และ การตอบคำถามด้วยภาพ ทั้งนี้นักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระได้ช่วยส่งโมเดลต่าง ๆ ของตนมากมายเข้ามาสนับสนุนแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส

ModelScope เป็นหนึ่งในคอมมิวนิตี้ด้านโอเพ่นซอร์ส และมีเป้าหมายที่จะทำให้การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการนำโมเดล AI มาใช้ ทำได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์และนักวิจัยสามารถทำการทดสอบโมเดลต่าง ๆ ทางออนไลน์ได้อย่างไม่ยุ่งยาก ไม่มีค่าใช้จ่าย และจะได้รับผลการทดสอบเหล่านั้นภายในเวลาไม่กี่นาที นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาและปรับแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ได้ตามต้องการด้วยการปรับแต่งจากโมเดลต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว และใช้โมเดลนั้นออนไลน์ผ่านอาลีบาบา คลาวด์ หรือบนแพลตฟอร์มคลาวด์อื่น หรือใช้บนระบบที่ติดตั้งไว้ภายในก็ได้

การเปิดตัวครั้งนี้ เป็นการเน้นย้ำความมุมานะและความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของสถาบัน DAMO ที่ต้องการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่โปร่งใสและครอบคลุม ด้วยการลดกฎเกณฑ์ในการสร้างและใช้โมเดล AI ต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถใช้ AI ในการวิจัย และบริษัทขนาดเล็กสามารถใช้ AI ในเชิงธุรกิจ ได้อย่างง่ายดาย เป็นที่คาดการณ์ได้ว่าคอมมิวนิตี้นี้จะเติบโตต่อเนื่อง และในอนาคตอันใกล้จะมีโมเดลที่มีคุณภาพมากขึ้นบนแพลตฟอร์มจาก DAMO การสนับสนุนจากพันธมิตรจากสถาบันวิจัยต่าง ๆ และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ภายนอก

โซลูชันใหม่และโซลูชันที่ได้รับการอัปเกรดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล

อาลีบาบา คลาวด์ กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านคลาวด์ที่สำคัญทั้งหลายให้เป็นแบบ serverless เพื่อให้ก้าวนำหน้าเทรนด์ใหม่ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ และเพื่อให้ลูกค้าให้ความสำคัญไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสามารถพัฒนาได้โดยไม่ต้องกังวลกับการบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานไอที

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์และบริการดังกล่าว ได้แก่ cloud-native database PolarDB, cloud-native data warehouse AnalyticDB (ADB) และ ApsaraDB for Relational Database Service (RDS) ลูกค้าที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็น serverless ของอาลีบาบา คลาวด์ สามารถปรับขนาดการทำงานได้อัตโนมัติด้วยความยืดหยุ่นสูงมากตามการใช้เวิร์กโหลดที่แท้จริง และรูปแบบการจ่ายตามการใช้งานจริง

เพื่อลดค่าใช้จ่าย การปรับขนาดอย่างยืดหยุ่นได้แบบอัตโนมัติตามต้องการนั้นใช้เวลาเล็กน้อยเพียงหนึ่งวินาที การใช้ผลิตภัณฑ์ด้านดาต้าเบสที่อัปเกรดแล้วช่วยธุรกิจที่มีการให้บริการและนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านทางเว็บไซต์ของตน (Internet industry) ลดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ย 50% เมื่อเทียบกับการใช้ผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิม ปัจจุบัน อาลีบาบา คลาวด์ มีผลิตภัณฑ์หลักที่เป็นแบบ serverless โดยรวมมากกว่า 20 รายการและกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์หลายประเภทให้เป็นแบบ serverless มากขึ้น

อาลีบาบา คลาวด์ ยังได้อัปเกรด Open Data Platform and Services (ODPS) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะแบบ self-developed สำหรับการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้บริการด้านการประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายแก่องค์กรธุรกิจ แพลตฟอร์มนี้สามารถรองรับและจัดการข้อมูลทั้งออนไลน์และออฟไลน์ได้พร้อม ๆ กันบนระบบเดียว ช่วยให้ธุรกิจจัดการกับความซับซ้อนของเวิร์กโหลดได้ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจทางธุรกิจได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่ลดลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลวิจัยล่าสุดจาก Transaction Processing Performance Council (TPC) หน่วยงานที่กำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการเปรียบเทียบการประมวลผลธุรกรรมและประสิทธิภาพของดาต้าเบส ระบุว่า ODPS ได้สร้างสถิติใหม่ระดับโลกด้านประสิทธิภาพในการจัดการบิ๊กดาต้า จากการประเมินโดยอิงตามเกณฑ์มาตรฐานข้อมูลขนาด 100TB พบว่าประสิทธิภาพของ ODPS Maxcompute Cluster ได้คะแนนสูงสุดเป็นปีที่หกติดต่อกัน ส่วน ODPS Hologres Cluster ยังทำลายสถิติในการทดสอบเกณฑ์มาตรฐานการสนับสนุนการตัดสินใจของ TPC-H 30000GB ด้วย

อาลีบาบา คลาวด์ ยังได้เปิดตัว Wuying Architecture เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับการทำงานร่วมกันระหว่างคลาวด์และฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งอยู่ตามสถานที่ทำงานต่าง ๆ บริษัทฯ ได้สาธิตและแสดงให้เห็นถึงการใช้แอปพลิเคชันของบริษัทฯ บน Wuying Cloudbook ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้พลังแห่งการประมวลผลบนคลาวด์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยความคล่องตัวและปลอดภัยมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็รองรับการทำงานร่วมกันและสร้างความยืดหยุ่นในสถานที่ทำงานอีกด้วย

Alibaba Cloud เผยแผนงานกลยุทธ์ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ

Alibaba Cloud เผยแผนงานกลยุทธ์ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ

Alibaba Cloud เผยแผนงานกลยุทธ์ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ

ผู้นำคลาวด์ระดับโลกให้คำมั่นในการลงทุน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับระบบนิเวศ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และให้การสนับสนุนลูกค้าอย่างครบวงจรด้วยบริการด้านต่าง ๆ เต็มรูปแบบ

อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป เผยแผนงานกลยุทธ์ด้านธุรกิจระหว่างประเทศล่าสุด ในงาน Alibaba Cloud Summit ประจำปี 2022 โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีให้กับองค์กร รวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศด้านพันธมิตรทั่วโลกด้วยเงินลงทุน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และการยกระดับบริการลูกค้าในด้านต่าง ๆ เพื่อให้การสนับสนุนอย่างครอบคลุมตลอดเส้นทางที่ลูกค้าปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินธุรกิจให้เป็นดิจิทัล

ดร. ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานโครงการพิเศษและศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่

ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ซึ่งต้องอาศัยการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม 4.0 ที่อยู่บนพื้นฐานของการใช้ประโยชน์จากระบบดิจิทัลและข้อมูลขนาดใหญ่ ทำให้เราเห็นทั้งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดหลายด้าน รวมไปถึงปริมาณข้อมูล การขยายตัวของระบบนิเวศอัจฉริยะ และการทำธุรกรรมออนไลน์หรืออี-คอมเมิร์ซที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในขณะที่เรากำลังพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถ รวมไปถึงความก้าวหน้าทางดิจิทัล ก็มีความท้าทายต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน อาทิ การขาดแคลนแรงงานด้านดิจิทัล และผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นบริษัททางด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างอาลีบาบา คลาวด์ ที่ได้ให้คำมั่นในการเข้ามามีส่วนสนับสนุนในการใช้เทคโนโลยีจัดการกับความท้าทายต่าง ๆ ที่เราเผชิญอยู่ในเวลานี้”

ขับเคลื่อนนวัตกรรมต่าง ๆ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่เชื่อถือได้

ระหว่างงาน Alibaba Cloud Summit ประจำปี 2022 นี้ อาลีบาบา คลาวด์ ได้ลงนามข้อตกลงเกือบ 30 ฉบับ เพื่อช่วยให้ลูกค้าและพันธมิตรใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งชั้นนำเพื่อเร่งขีดความสามารถด้านนวัตกรรมดิจิทัลของตน

ตัวอย่างความร่วมมือ – อาลีบาบา คลาวด์ ร่วมมือกับ MetaverseXR ซึ่งเป็นบริษัทด้านเมตาเวิร์สชั้นนำของไทย เปิดตัวโซลูชันด้านเมตาเวิร์สครบวงจรสำหรับตลาดไทย เพื่อเติมเต็มความต้องการใช้ web3.0 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศ นอกจากนี้ อาลีบาบา คลาวด์ ได้ร่วมมือกับ True IDC ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ชั้นนำ มุ่งมั่นใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งสนับสนุนการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลให้กับธุรกิจไทย และขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับสมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย (TFA) เพื่อส่งเสริมสตาร์ทอัปและผู้ประกอบการด้านฟินเทคต่าง ๆ ในประเทศ ด้วยการใช้ความเชี่ยวชาญเชิงลึกและเทคโนโลยีล่าสุดสนับสนุนนวัตกรรมดิจิทัลให้กับบริษัทเหล่านี้

นายไทเลอร์ ชิว ผู้จัดการประจำประเทศไทย อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “เราเน้นย้ำพันธสัญญาของเราต่อตลาดไทย ด้วยการขยายระบบนิเวศด้านพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การสนับสนุนลูกค้าของเรา  เราขอขอบคุณลูกค้าและพันธมิตรไทยที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนตลอดมา เราจะเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรม และนำเทคโนโลยีโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสูงมาสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของลูกค้าและพันธมิตรไทย”

นายธีรพันธุ์ เจริญศักดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ ทรู ไอดีซี กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่า การเป็นพันธมิตรกับอาลีบาบา คลาวด์ จะช่วยให้เราสามารถขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีได้กว้างไกลมากขึ้น  อาลีบาบา คลาวด์ เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่สุดของโลก เราจึงมั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้ รวมถึงประสบการณ์ด้านองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญพิเศษของเรา จะช่วยเร่งให้ประเทศไทยเดินไปบนเส้นทางดิจิทัลได้เร็วขึ้น”

เน้นประโยชน์ที่พันธมิตรจะได้รับ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ครอบคลุม

กลยุทธ์ด้านระบบนิเวศที่ปรับใหม่นี้ อาลีบาบา คลาวด์ ประกาศความมุ่งมั่นใช้งบประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีให้กับพันธมิตร และสนับสนุนพันธมิตรให้ขยายตลาดด้วยเทคโนโลยีของอาลีบาบา คลาวด์ ภายในระยะเวลาสามปีงบประมาณ การลงทุนนี้ประกอบด้วยรางวัลทั้งที่เป็นตัวเงินและที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น การให้เงินทุน การให้เงินคืน และความคิดริเริ่มในการนำเสนอสินค้าและบริการออกสู่ตลาด (go-to-market)

อาลีบาบา คลาวด์ ยังได้ออกโปรแกรม “Regional Accelerator” เพื่อเร่งสร้างการเติบโตให้กับพันธมิตร โดยให้พันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจในตลาดที่แตกต่างกันได้ปรับรูปแบบการทำธุรกิจร่วมกันให้เหมาะกับตลาดในแต่ละท้องถิ่น  รูปแบบนี้ได้รับการออกแบบโดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระดับความเข้าใจทางเทคโนโลยีของตลาด การเจาะตลาดเฉพาะทาง ความต้องการด้านดิจิทัล และความต้องการทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มรายได้และส่งเสริมความเชี่ยวชาญทางเทคนิคให้กับพันธมิตร  ระบบนิเวศด้านพันธมิตรของอาลีบาบา คลาวด์ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากโปรแกรมนี้ ประกอบด้วย ผู้ค้าปลีก พันธมิตรทางเทคโนโลยี (ISV, SaaS และ SI) และพันธมิตรด้านการให้บริการและคำปรึกษา

คุณเซลิน่า หยวน ประธานด้านธุรกิจระหว่างประเทศ อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “อาลีบาบา คลาวด์ ให้ความสำคัญกับพันธมิตรเสมอมา  เรามุ่งมั่นให้การสนับสนุนพันธมิตรอย่างแข็งขัน เพื่อร่วมกันสร้างคุณค่าทั้งในแง่ของเทคโนโลยี และในเชิงธุรกิจ เพื่อเสริมขีดความสามารถให้กับลูกค้าที่เข้าร่วมโปรแกรมของเรา  กลยุทธ์ด้านพันธมิตรที่ปรับใหม่ของเรานี้ ให้ความสำคัญกับการเติบโตของพันธมิตร ด้วยการให้การสนับสนุนการขยายธุรกิจของพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราสามารถสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ต่อพันธมิตรและลูกค้าได้”

เพื่อจัดการกับความซับซ้อนต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศให้กับพันธมิตร อาลีบาบา คลาวด์ ได้พัฒนารูปแบบความร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มที่พัฒนา ผลิต และจำหน่ายซอฟต์แวร์สำเร็จรูป (ISV) โดยเน้นความสำคัญในการยกระดับความร่วมมือในอุตสาหกรรม กำหนดมาตรฐานกระบวนการส่งสินค้าและบริการออกสู่ตลาด และเร่งกระบวนการทางเทคนิคในการผสมผสานโซลูชันเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  อาลีบาบา คลาวด์ หวังว่าจะสรรหาพันธมิตรกลุ่ม ISV ที่ดูแลบริการด้านการเงิน ค้าปลีก อินเทอร์เน็ต และการผลิต มากขึ้นในอนาคต เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และสนับสนุนด้านนวัตกรรมให้กับลูกค้า

ปัจจุบันอาลีบาบา คลาวด์ทำงานกับพันธมิตรราว 11,000 รายทั่วโลก เช่น Salesforce, VMware, Fortinet, IBM และ Neo4j 

เสริมศักยภาพให้ลูกค้า ด้วยการสนับสนุนที่ครอบคลุมครบทุกความต้องการ

อาลีบาบา คลาวด์ ได้เปิดตัวโปรแกรม “Global Delivery and Service Program” เพื่อให้บริการและนำเสนอโซลูชันที่ทำงานบนคลาวด์รอบด้าน และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการใช้คลาวด์ให้กับลูกค้าทุกราย  ภายใต้โปรแกรมนี้ อาลีบาบา คลาวด์ ได้เปิดศูนย์บริการลูกค้าสามแห่งคือ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (ประเทศมาเลเซีย) ปอร์โต (ประเทศโปรตุเกส) และเม็กซิโกซิตี้ (ประเทศเม็กซิโก) เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการใช้คลาวด์ ให้คำปรึกษา และให้บริการโยกย้ายข้อมูลและแอปพลิเคชันบนคลาวด์ได้ตามกำหนดเวลาของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค

นอกจากศูนย์บริการลูกค้าสามแห่งนี้แล้ว อาลีบาบา คลาวด์ ยังได้จัดตั้งศูนย์ให้บริการ (Service Delivery Centers) อีกสามแห่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ (ประเทศมาเลเซีย) ดูไบ (ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) และฮ่องกง (ประเทศจีน) เพื่อสนับสนุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติมให้แก่สำนักงานและโครงการระดับภูมิภาคของลูกค้าในเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา

นวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อเสริมพลังให้กับการใช้คลาวด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

อาลีบาบา คลาวด์ ตอบรับความต้องการขององค์กรจำนวนมากที่ย้ายไปใช้คลาวด์ และต้องการบริการด้านคลาวด์บนสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดมากขึ้น ด้วยชุดผลิตภัณฑ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ได้รับการยอมรับและพร้อมให้บริการแล้วทั่วโลก ประกอบด้วย คลาวด์-เนทีฟ ดาต้าเบสหลายรุ่น และบริการดิสทริบิ้วเต็ดคลาวด์ต่าง ๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ลูกค้าองค์กรสามารถใช้บริการคลาวด์ในขอบเขตที่กว้างขวาง ครอบคลุมทั้งเน็ตเวิร์ก สตอเรจ และการประมวลผล ผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าว ประกอบด้วย

    • Cloud Enterprise Network (CEN) 2.0 ที่รองรับความสามารถด้านเน็ตเวิร์กขนาดใหญ่พิเศษ (ultra-large-scale networking) ด้วยความพร้อมใช้งานที่สูงขึ้น ค่าลาเทนซีที่ต่ำกว่า และการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น
    • ESSD Auto PL ผลิตภัณฑ์ด้านสตอเรจ ที่ให้บริการแบบ block storage รองรับการปรับขนาดแบบอัตโนม้ติภายในไม่กี่วินาที เพื่อช่วยให้ธุรกิจรับมือกับปริมาณการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
    • Lindorm คลาวด์เนทีฟดาต้าเบสหลากหลายรูปแบบของอาลีบาบา คลาวด์ ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ออกแบบมาเพื่อตอบความต้องการด้านการประมวลผลแบบ fusion-processing สำหรับตารางขนาดใหญ่, time series, space-time และ unstructured data ประเภทต่าง ๆ
    • ACK One (Alibaba Cloud Distributed Cloud Container Platform) แพลตฟอร์มการบริหารจัดการคอนเทนเนอร์หลายคลัสเตอร์และหลายภูมิภาค เพื่อมอบประสบการณ์การบริหารจัดการ การให้บริการ และการดำเนินงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันแก่องค์กรต่าง ๆ และเมื่อต้นปีนี้ อาลีบาบา คลาวด์ ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในกลุ่ม “ผู้นำ” ในรายงาน Forrester WaveTM Public Cloud Container Platforms Q1 2022 เป็นครั้งแรก จากบรรดาผู้ให้บริการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมจำนวนแปดรายที่ได้รับการประเมิน
  •  
  •  
  •  

NaRaYa ร่วมมือ Alibaba Cloud เพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า

NaRaYa ร่วมมือ Alibaba Cloud เพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า

NaRaYa ร่วมมือ Alibaba Cloud เพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า

แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำของไทย ใช้โซลูชันคลาวด์ ขับเคลื่อนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

บริษัท นารายณ์อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า ไลฟ์ไตล์แบรนด์นารายา (NaRaYa) เริ่มเดินสู่เส้นทางการทำธุรกิจผ่านระบบดิจิทัลด้วยอาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ซึ่งเป็นธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ รองรับการขยายตัวธุรกิจอีคอมเมิร์ซของบริษัทฯ ทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาค ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล และมอบประสบการณ์ การช้อปปิงที่ดีที่สุดให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

NaRaYa เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ผลิตกระเป๋า เครื่องประดับ เสื้อผ้า และ สกินเเคร์ ที่ดึงดูดลูกค้า หลากหลายกลุ่มทั่วโลก มีสาขาจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งสิ้น 18 แห่งทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของ NaRaYa ได้รับการออกแบบด้วยความใส่ใจและพิถีพิถัน คัดสรรวัสดุคุณภาพดี เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มี คุณภาพสูงในราคาสมเหตุสมผล มีการพัฒนาผลิตภัณท์อย่างต่อเนื่องให้ตรงกับความต้องการของ ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และสนับสนุนการสร้างงานในท้องถิ่น

การระบาดของโควิด-19 ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจทุกอุตสาหกรรม อันเนื่องมาจาก ข้อจำกัดในการพบปะกัน และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องการ ใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และช่องทางนี้เริ่มมีบทบาทสำคัญกับอุตสาหกรรม ทุกประเภท NaRaYa เล็งเห็นถึงความท้าทายเหล่านี้จึงนำบริการทางเทคโนโลยีของ Alibaba Cloud เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำธุรกิจผ่านโลกออนไลน์ โดยสามารถสร้างแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นและมีลาเทนซีต่ำ เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิงที่ดียิ่งขึ้น ให้กับลูกค้า ด้วยการใช้คุณประโยชน์จากโซลูชันคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพชั้นนำของ Alibaba Cloud ได้แก่ Elastic Compute Services, Alibaba Cloud CDN และ Object Storage Service (OSS) ซึ่งโซลูชันเหล่านี้เป็นโซลูชันเดียวกันที่ใช้รองรับเทศกาลช้อปปิงระดับโลก 11.11 โดยไม่เกิดดาวน์ไทม์

นายพศิน ลาทูรัส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท นารายณ์อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า “โซลูชันของ Alibaba Cloud ช่วยให้เราเอาชนะความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด อย่างเช่น การระบาดของโควิด-19 และช่วยให้บริษัทเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจให้เป็นดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสามารถ ในการแข่งขัน การที่แพลตฟอร์มด้านอีคอมเมิร์ซของบริษัทฯ โฮสต์อยู่บน Alibaba Cloud และการใช้ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Alibaba Cloud เพื่อรองรับการดำเนินงานธุรกิจค้าปลีกที่สำคัญของเรานั้น ช่วยให้ เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจด้านต่าง ๆ เราพึงพอใจมากที่ได้รับ ความยืดหยุ่น คล่องตัว รวมถึงความสะดวกจากผลิตภัณฑ์คลาวด์เหล่านี้”

นายไทเลอร์ ชิว ผู้จัดการประจำประเทศไทย Alibaba Cloud กล่าวว่า “บริษัทฯ ขอขอบคุณที่ NaRaYa ให้ความไว้วางใจโซลูชันของเรา และยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ NaRaYa ในการ เดินหน้าสู่ดิจิทัล และนำเทคโนโลยีโซลูชันที่พิสูจน์ประสิทธิภาพแล้ว และเป็นเทคโนโลยีที่รองรับ การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของเรา มาใช้เป็นพลังขับเคลื่อนสู่การสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจของ NaRaYa และด้วยประสบการณ์ที่ประสบผลสำเร็จและความสามารถด้านนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ใช้สนับสนุน อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซที่ Alibaba Cloud มีให้ เราหวังว่าจะได้เป็นพลังขับเคลื่อนให้ NaRaYa สร้าง แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่แข็งแกร่ง และส่งต่อประโยชน์สู่ลูกค้าในประเทศไทยและทั่วโลกได้มากขึ้น”

โซลูชันของ Alibaba Cloud ยังช่วยให้ NaRaYa เห็นข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า สามารถให้คำตอบและ บริการต่าง ๆ ที่ตรงตามความต้องการที่เฉพาะของลูกค้าแต่ละราย เพื่อเพิ่มประสบการณ์การช้อปปิงที่ดี ให้กับลูกค้านั้น ๆ ซึ่งเป็นจุดสำคัญหลักที่ NaRaYa ต้องการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในเวลาที่ เลือกซื้อสินค้าของบริษัท

นายพศิน ลาทูรัส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท นารายณ์อินเตอร์เทรด จำกัดกล่าวสรุปว่า “NaRaYa เริ่มจากธุรกิจขนาดเล็กและเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นทวีคูณ ปัจจุบันเราไม่เพียงเป็นแบรนด์ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักในระดับสากลด้วย เราเชื่อว่า เทคโนโลยี คือ พลังขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทางธุรกิจ การได้รับรู้ข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า ช่วยให้เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ และเทคโนโลยีช่วยให้ธุรกิจของเราเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น”