Alibaba Releases Qwen3.8-Flash with Innovative Model Architecture Delivering Optimal Price-Performance

อาลีบาบาส่งโมเดล Qwen3.8-Flash ลุยตลาด ชูสถาปัตยกรรมใหม่สุดล้ำ คุ้มค่าและทรงพลังที่สุด

Alibaba Releases Qwen3.8-Flash with Innovative Model Architecture Delivering Optimal Price-Performance

Alibaba has unveiled Qwen3.8-Flash, an open-weight, multimodal Mixture-of-Experts (MoE) model that delivers exceptional value for money. Qwen3.8-Flash features a 125B-parameter main model, supplemented by an additional 51B N-gram embeddings, with 6B parameters activated per token. It strikes an optimal balance between capability, latency, and cost — making it ideal for high-volume applications, tool-driven workflows, and coding or co-working assistants. The model also serves as an early preview of the architecture that is designed to power the upcoming Qwen4 series.

Qwen3.8-Flash demonstrates remarkable capabilities in agentic coding, long-horizon agent tasks, and multimodal intelligence. It performs competitively against leading models such as DeepSeek-V4-Flash and Claude-Opus-4.6 across multiple benchmarks, including SWE-bench Pro (agentic coding), CoWorkBench (long-horizon office work), Toolathlon Verified (real-world tool use), MathVision (visual math problem solving), AndroidWorld (agentic mobile use) and ERQA (embodied intelligence).

The model natively supports 262K tokens of context and can be extended to 1 million tokens. Its weights are now available on Hugging Face and ModelScope for global developers to download and use. The model can be accessed via API at competitive rates on Model Studio and Qwen Cloud, Alibaba’s AI-native cloud platform. The pricing per 1 million tokens is 1 RMB (0.16 USD) for input and 3 RMB (0.47 USD) for output.

The model is also available on QwenWork, Alibaba’s all-in-one workplace AI agent platform, where it powers a redesigned Standard mode that cuts token consumption per task by 75% and roughly doubles generation speed of the current mode, bringing flagship-level capability within reach of everyday workloads.

Architectural Innovations Drive Compute Efficiency

Qwen3.8-Flash introduces architectural innovations across attention mechanisms, residual connections, embeddings, and optimization. As a result, it enhances model capability while further improving computational efficiency, capacity, and training stability. For instance, its hybrid attention architecture combines Gated DeltaNet (GDN), which efficiently compresses historical information, with Qwen Sparse Attention (QSA), a novel design that uses a lightweight compressed indexer to select relevant context, substantially reducing attention costs for long sequences. Additionally, the Gated Residual (GR) mechanism expands data pathways between layers while strengthening cross-layer information flow and training stability. The N-gram Embedding technique scales model capacity with minimal additional computation, and the Muon Optimizer further enhances large-scale model training efficiency.

Driven by architectural innovations, Qwen3.8-Flash significantly reduces both training and inference costs compared to Qwen3.7-Plus—a model three times its size. It requires only about one-ninth of the training resources while delivering superior performance in coding and office tasks.

Across the open-source community including both Hugging Face and ModelScope, Alibaba has open-sourced more than 460 models. This ecosystem has spawned over 300,000 derivative models and accumulated more than 3 billion global downloads, making it the world’s most-downloaded open-source model family.

อาลีบาบาส่งโมเดล Qwen3.8-Flash ลุยตลาด ชูสถาปัตยกรรมใหม่สุดล้ำ คุ้มค่าและทรงพลังที่สุด

อาลีบาบาส่งโมเดล Qwen3.8-Flash ลุยตลาด ชูสถาปัตยกรรมใหม่สุดล้ำ คุ้มค่าและทรงพลังที่สุด

อาลีบาบาส่งโมเดล Qwen3.8-Flash ลุยตลาด ชูสถาปัตยกรรมใหม่สุดล้ำ คุ้มค่าและทรงพลังที่สุด

อาลีบาบาเปิดตัว Qwen3.8-Flash โมเดลประมวลผลมัลติโมดัลแบบเปิดเผยค่าน้ำหนักที่ผ่านการเทรนเรียบร้อยแล้ว (open-weight) ที่ใช้สถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts (MoE) ชูจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่าสูงสุด โมเดลนี้ประกอบด้วยโมเดลหลักที่มีพารามิเตอร์ 125 พันล้านรายการ (125B) เสริมด้วย N-gram Embeddings อีก 51 พันล้านรายการ (51B) โดยดึงพารามิเตอร์มาใช้งานจริงเพียง 6 พันล้านพารามิเตอร์ (6B) ต่อหนึ่งโทเคน ซึ่งช่วยสร้างความสมดุลได้อย่างลงตัวระหว่างความสามารถ ความเร็วในการตอบสนอง และต้นทุน เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องรองรับปริมาณงานสูง เวิร์กโฟลว์ที่ทำงานร่วมกับเครื่องมือต่าง ๆ ตลอดจนระบบช่วยเขียนโค้ดและผู้ช่วยทำงานร่วม นอกจากนี้ Qwen3.8-Flash ยังเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อรองรับซีรีส์ Qwen4 ที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้

Qwen3.8-Flash แสดงให้เห็นศักยภาพอันโดดเด่นทั้งการเขียนโค้ดด้วยเอเจนต์ (agentic coding),  การทำงานอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องในระยะยาว (long-horizon agent tasks) และ AI ที่ประมวลผลได้แบบมัลติโมดัล (multimodal intelligence) โมเดลนี้ทำคะแนนเทียบชั้นได้กับโมเดลชั้นนำเช่น DeepSeek-V4-Flash และ Claude-Opus-4.6 จากการทดสอบในหลายเกณฑ์วัดมาตรฐาน (benchmarks) ไม่ว่าจะเป็น SWE-bench Pro (การเขียนโค้ดด้วยเอเจนต์), CoWorkBench (งานออฟฟิศที่มีขั้นตอนซับซ้อนและต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน), Toolathlon Verified (การเรียกใช้เครื่องมือจริงเพื่อทำงานซับซ้อนหลายขั้นตอนให้สำเร็จ), MathVision (การแก้โจทย์คณิตศาสตร์ผ่านการประมวลผลและตีความภาพ), AndroidWorld (การควบคุมสมาร์ตโฟนด้วยเอเจนต์) และ ERQA (ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ) 

โมเดลนี้รองรับ context ในตัวได้ 262K โทเคน และขยายได้ถึง 1 ล้านโทเคน ปัจจุบันเปิดให้นักพัฒนาทั่วโลกดาวน์โหลดและใช้งานค่าน้ำหนักโมเดล (weights) ได้แล้วบน Hugging Face และ ModelScope นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงโมเดลผ่าน API ในราคาประหยัดบน Model Studio และ Qwen Cloud ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์ของอาลีบาบาที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับ AI อย่างเจาะจง โดยมีอัตราค่าบริการต่อ 1 ล้านโทเคนสำหรับการอินพุตอยู่ที่ 1 หยวน (0.16 ดอลลาร์สหรัฐ) และ 3 หยวน (0.47 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับเอาต์พุต 

โมเดลนี้ยังพร้อมใช้งานบน QwenWork ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI agent สำหรับการทำงานแบบครบวงจรของอาลีบาบา โดยเข้ามาขับเคลื่อน standard mode ออกแบบใหม่ ช่วยลดการใช้โทเคนต่องานลง 75% และเพิ่มความเร็วในการสร้างเนื้อหาได้เกือบสองเท่า เมื่อเทียบกับโหมดปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดึงความสามารถระดับเรือธงมาใช้กับเวิร์กโหลดทั่วไปได้ 

นวัตกรรมทางสถาปัตยกรรม ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการประมวลผล

Qwen3.8-Flash มาพร้อมนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมที่ครอบคลุมทั้ง attention mechanisms, residual connections, embeddings ไปจนถึงการทำ optimization ส่งผลให้โมเดลมีความสามารถสูงขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพ การประมวลผล ความจุ และความเสถียรในการเทรน เช่น สถาปัตยกรรม hybrid attention ที่ผสาน Gated DeltaNet (GDN) ที่ช่วยบีบอัดข้อมูลย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้ากับ Qwen Sparse Attention (QSA) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ที่ใช้ดัชนีบีบอัดน้ำหนักเบาในการคัดเลือกบริบทที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดต้นทุนในการประมวลผล attention สำหรับลำดับข้อมูลขนาดยาวได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้กลไก Gated Residual (GR) ยังช่วยขยายช่องทางการส่งข้อมูลระหว่างเลเยอร์ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับการไหลของข้อมูล และเพิ่มความเสถียรในการเทรน ในขณะที่เทคนิค N-gram Embedding ช่วยเพิ่มความจุของโมเดลโดยใช้ทรัพยากรการประมวลผลเพิ่มเพียงเล็กน้อย และการใช้ Muon Optimizer ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรนโมเดลขนาดใหญ่ให้ทำได้ดีขึ้น

นวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมขับเคลื่อนให้ Qwen3.8-Flash สามารถช่วยลดต้นทุนการเทรนและการอนุมาน (inference) ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ Qwen3.7-Plus ซึ่งเป็นโมเดลที่มีขนาดใหญ่กว่าถึงสามเท่า โดยใช้ทรัพยากรในการเทรนเพียงประมาณหนึ่งในเก้าเท่านั้น แต่กลับให้ประสิทธิภาพด้านการเขียนโค้ดและงานออฟฟิศที่เหนือกว่า

ปัจจุบันอาลีบาบาได้เปิดโอเพนซอร์สโมเดลไปแล้วมากกว่า 460 โมเดลให้กับชุมชนโอเพนซอร์ส ซึ่งรวมถึง Hugging Face และ ModelScope จนระบบนิเวศนี้ได้ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเป็นโมเดลอนุพันธ์ (derivative models) มากกว่า 300,000 โมเดล และมียอดดาวน์โหลดทั่วโลกสะสมกว่า 3 พันล้านครั้ง ส่งผลให้โมเดลตระกูลนี้กลายเป็นตระกูลโมเดลโอเพนซอร์สที่มียอดดาวน์โหลดสูงที่สุดในโลก 

ผู้ให้เช่ามือใหม่ควรรู้! วางแผนปล่อยเช่าอย่างไรไม่ให้ขาดทุน รับตลาดเช่าบูม

ผู้ให้เช่ามือใหม่ควรรู้! วางแผนปล่อยเช่าอย่างไรไม่ให้ขาดทุน รับตลาดเช่าบูม

ผู้ให้เช่ามือใหม่ควรรู้! วางแผนปล่อยเช่าอย่างไรไม่ให้ขาดทุน รับตลาดเช่าบูม

ความท้าทายทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผู้บริโภคเลือกชะลอแผนการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยออกไปก่อน และหันมาเลือกเช่าแทน ส่งผลให้เทรนด์การเช่าอย่าง Generation Rent กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ของคนหาบ้านยุคนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และต้องการหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ระยะยาว ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.DDproperty.com ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 พบว่า ภาพรวมความต้องการเช่าที่อาศัยยังคงเติบโตต่อเนื่อง ตลาดเช่ามีสัดส่วนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ลงทะเบียนแสดงความสนใจเช่า (Lead/View) ถึง 15.6% เพิ่มขึ้นจาก 8.7% ในช่วงครึ่งแรกปี 2568  

ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจากผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ฯ ในเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า ภาพรวมความต้องการเช่าทั่วประเทศยังคงมีทิศทางเติบโต และมีสัญญาณบวกในหลายทำเล ดังนี้

  • ภาพรวมความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 4% จากเดือนก่อนหน้า (MoM) สวนทางกับความต้องการซื้อที่ยังคงชะลอตัว โดยลดลง 3% MoM สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงเผชิญความท้าทายในการเป็นเจ้าของที่อาศัยในเมืองหลวง 
  • เมื่อพิจารณาความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยในจังหวัดปริมณฑล (ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, นครปฐม และสมุทรสาคร) พบว่า ภาพรวมความต้องการเช่าเติบโต 6% MoM โดยนนทบุรี เพิ่มขึ้นมากที่สุด อยู่ที่ 18% MoM ตามมาด้วยปทุมธานี เพิ่มขึ้น 8% MoM และสมุทรสาคร เพิ่มขึ้น 4% MoM
  • ด้านภาพรวมความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยในตลาดต่างจังหวัด (ไม่รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล) เพิ่มขึ้นถึง 9% MoM โดย 5 จังหวัดที่มีความต้องการเช่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดส่วนใหญ่อยู่ในหัวเมืองท่องเที่ยว ได้แก่ เชียงใหม่ เพิ่มขึ้น 25% MoM, ชลบุรี เพิ่มขึ้น 13% MoM, ภูเก็ต เพิ่มขึ้น 12% MoM, ขอนแก่น เพิ่มขึ้น 4% MoM และประจวบคีรีขันธ์ เพิ่มขึ้น 2% MoM

สัญญาณบวกจากเทรนด์ Generation Rent ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เวลานี้กลายเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของบ้าน/คอนโดฯ ที่จะนำมาปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้และรีบคว้าโอกาสจากดีมานด์ที่มีอยู่ อย่างไรก็ดี ท่ามกลางโอกาสย่อมมาพร้อมกับการแข่งขันที่สูงเช่นกัน ผู้ให้เช่าจึงไม่ควรมองข้ามการวางแผนอย่างรอบคอบก่อนปล่อยเช่า เพื่อสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด 

ผู้ให้เช่ามือใหม่ควรรู้ 6 เช็กลิสต์วางแผนปล่อยเช่าอย่างไรไม่ให้ขาดทุน

ความท้าทายของการปล่อยเช่าที่อยู่อาศัยไม่ได้อยู่ที่การหาผู้เช่าเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญคือการบริหารต้นทุนอย่างเข้าใจและเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น ผู้ให้เช่ามือใหม่จึงไม่ควรละเลยการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ขอแนะนำ 6 เช็กลิสต์ที่ผู้ให้เช่ามือใหม่ควรรู้ก่อนวางแผนปล่อยเช่า เพื่อช่วยให้บริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสปล่อยเช่าอย่างคุ้มค่าในระยะยาว ดังนี้

  1. สำรวจต้นทุนที่ต้องรับผิดชอบ ผู้ให้เช่าควรเริ่มต้นจากการสำรวจต้นทุนทั้งหมดที่ต้องรับผิดชอบ โดยจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายแต่ละส่วน เช่น ต้นทุนคงที่ที่ต้องจ่ายสม่ำเสมออย่างค่างวดที่ต้องผ่อนชำระในกรณีที่ยื่นกู้ธนาคาร, ค่าส่วนกลาง, ค่าประกันภัยต่าง ๆ และต้นทุนที่ยืดหยุ่นได้อย่างการตกแต่งที่สามารถปรับงบให้เหมาะสมได้เอง อย่างไรก็ดี ผู้ใช้เช่าต้องมีงบสำรองในการดูแล/ซ่อมบำรุงโครงสร้างและเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพตามกาลเวลาด้วย นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนอื่น ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เช่น ค่านายหน้า, ค่าโฆษณาประกาศให้เช่า รวมไปถึงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และรายได้จากการปล่อยเช่าที่ต้องนำมาคำนวณเมื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี จากนั้นจึงนำต้นทุนทั้งหมดมาประเมินจุดคุ้มทุนเพื่อกำหนดค่าเช่าให้เหมาะสม ป้องกันการตั้งค่าเช่าที่อาจขาดทุนโดยไม่รู้ตัว
  2. ศึกษาตลาด ตั้งค่าเช่าให้โดนใจ ผู้ให้เช่าควรหาข้อมูลที่อยู่อาศัยให้เช่าประเภทเดียวกันในทำเลใกล้เคียงว่าส่วนใหญ่ปล่อยเช่าที่ราคาเท่าไร เป็นห้องตกแต่งครบพร้อมเข้าอยู่ (Fully Furnished) หรือตกแต่งให้บางส่วน (Fully Fitted) หรือเป็นห้องเปล่า รวมสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง เพื่อให้เห็นภาพกลไกตลาดอย่างรอบด้านและสามารถตั้งราคาปล่อยเช่าที่แข่งขันได้จริง โดยผู้ให้เช่าควรเลือกจุดเด่นที่มีมาเป็นจุดขาย เช่น เป็นห้องมุมรับแสงรับวิวได้ดี, ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินสวยงาม หรือตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้สามารถตั้งราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดได้อย่างสมเหตุสมผล จากนั้นจึงนำค่าเช่าที่ตั้งไว้มาคำนวณหาอัตราผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) เพื่อประเมินว่าค่าเช่านั้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าภายในระยะเวลาคืนทุนที่คาดหวังหรือไม่
  3. เลือกทำเลศักยภาพ เพิ่มโอกาสที่มากกว่า ทำเลถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยของผู้เช่า ดังนั้น ผู้ให้เช่าจึงควรพิจารณาเลือกซื้อบ้าน/คอนโดฯ ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโต มีความเจริญในพื้นที่ มีระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟฟ้าหรืออยู่ใกล้ทางพิเศษ นอกจากนี้ การเลือกโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งงาน, ใกล้สถานศึกษา หรือย่านธุรกิจ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมักมีกลุ่มผู้เช่าหมุนเวียนเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงที่ห้องจะว่างเป็นเวลานาน และยังช่วยเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาวอีกด้วย
  4. ทำการตลาดหลากหลาย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตรงจุด ผู้ให้เช่าควรเลือกประกาศผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ควบคู่กัน เพื่อขยายการเข้าถึงให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยระบุข้อมูลสำคัญในประกาศให้ชัดเจน, ใช้รูปถ่ายหรือวิดีโอให้เห็นบรรยากาศห้องจริงในมุมที่ทำให้ดูกว้างขวางปลอดโปร่ง พร้อมไฮไลต์ค่าเช่าและโปรโมชันที่ดึงดูดใจ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันผู้เช่ายุคใหม่หันมาค้นหาที่อยู่อาศัยผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งทางเว็บไซต์ประกาศขาย/ให้เช่าอสังหาฯ ชั้นนำอย่าง www.DDproperty.com หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เมื่อการแข่งขันสูงขึ้น การลงประกาศฟรีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้ให้เช่าจึงควรพิจารณาเพิ่มความน่าเชื่อถือและการมองเห็นประกาศผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ถือเป็นอีกกลยุทธ์ที่จะช่วยดันประกาศของผู้เช่าให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคุณภาพ และเพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  5. เสิร์ฟโปรโมชันเด็ดดึงดูดผู้เช่า การเสนอโปรโมชันที่น่าสนใจเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้เช่าให้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฟรีค่าส่วนกลาง, การตกแต่งพร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด, การติดตั้งเครื่องกรองน้ำให้, การบริการล้างแอร์ หรือสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่างให้ประกาศเป็นที่จดจำและโดดเด่นจากคู่แข่งในตลาด อย่างไรก็ดี การจัดโปรโมชันถือเป็นงบการตลาดที่ควรคำนวณให้สอดคล้องกับต้นทุนที่รับได้ เพื่อไม่ให้กระทบผลตอบแทนโดยรวม
  6. เลือกใช้เอเจนต์มืออาชีพเป็นผู้ช่วย การปล่อยเช่าอสังหาฯ มักมาพร้อมความท้าทายด้านการบริหารจัดการเรื่องเวลา โดยเฉพาะสำหรับผู้ให้เช่ามือใหม่ที่ทำงานประจำหรือไม่มีเวลานัดหมายชมห้องบ่อย ๆ การเลือกใช้บริการเอเจนต์อสังหาฯ ที่มีความเชี่ยวชาญในทำเลนั้น ๆ จะช่วยดูแลกระบวนการทั้งหมดอย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมินราคา, ทำการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์, คัดกรองผู้เช่าคุณภาพ, ประสานงานนัดหมายชมห้อง ไปจนถึงการเจรจาต่อรองและร่างสัญญาเช่าที่รัดกุมเพื่อช่วยรักษาสิทธิของผู้ให้เช่า นอกจากนี้ ยังช่วยให้เข้าถึงฐานผู้เช่าที่กว้างขึ้นผ่านเครือข่ายของเอเจนต์เอง เพิ่มโอกาสในการปิดการปล่อยเช่าได้ไวขึ้นอีกด้วย

อยากปล่อยเช่าให้ไว เลือกเอเจนต์อย่างไรให้ตอบโจทย์ยุคตลาดเช่าบูม

การปล่อยเช่าในปัจจุบันต้องอาศัยความเข้าใจตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ขอแนะนำ 6 แนวทางในการเลือกเอเจนต์อสังหาฯ มืออาชีพ เพื่อช่วยให้ผู้ให้เช่าได้ที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ ลดความยุ่งยากในทุกขั้นตอน ช่วยให้ปล่อยเช่าได้อย่างอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

  1. เลือกเอเจนต์ที่เชี่ยวชาญตรงกับอสังหาฯ ที่มี โดยทั่วไปแล้วเอเจนต์อสังหาฯ จะมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันออกไปทั้งในเรื่องประเภทอสังหาฯ, ระดับราคา และฐานลูกค้าที่มีตั้งแต่ตลาดทั่วไปจนถึงตลาดลักซ์ชัวรี ผู้ให้เช่าจึงควรเลือกเอเจนต์อสังหาฯ ที่มีความเชี่ยวชาญตรงกับประเภทอสังหาฯ และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการปล่อยเช่า โดยพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมาและสอบถามกับเอเจนต์อสังหาฯ โดยตรง เพื่อพิจารณาว่าเอเจนต์นั้นสามารถนำเสนอจุดเด่นของอสังหาฯ ที่ปล่อยเช่าได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงช่วยคัดกรองผู้เช่าที่มีความสนใจและกำลังซื้อสอดคล้องกัน เพิ่มโอกาสในการจับคู่ระหว่างทรัพย์ที่ปล่อยเช่ากับความต้องการของผู้เช่าได้อย่างเหมาะสม
  2. เข้าใจตลาด พร้อมให้คำแนะนำที่ตอบโจทย์ เอเจนต์อสังหาฯ มืออาชีพจะมีความเข้าใจพฤติกรรมคนหาบ้านปัจจุบัน จึงสามารถให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่ช่วยให้ปล่อยเช่าได้ง่ายขึ้น อย่างการดึงจุดเด่นของห้องที่ปล่อยเช่ามาทำให้แตกต่าง พร้อมทั้งแนะนำการตั้งค่าเช่าที่เหมาะสม เพราะหากตั้งราคาสูงเกินไปอาจใช้เวลานานกว่าจะหาผู้เช่าได้ ขณะที่การตั้งราคาต่ำเกินไปอาจกระทบต่อผลตอบแทนของผู้ให้เช่าและแผนการปรับขึ้นค่าเช่าในอนาคต นอกจากนี้ เอเจนต์อสังหาฯ จะมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดซึ่งสามารถแนะนำได้ว่าผู้ให้เช่าควรนำทรัพย์ออกสู่ตลาดช่วงไหน รวมไปถึงควรปรับกลยุทธ์อย่างไรเมื่อยังไม่สามารถหาผู้เช่าได้  
  3. วางกลยุทธ์การตลาดตรงกลุ่มเป้าหมาย เอเจนต์อสังหาฯ มีบทบาทสำคัญในการเป็นนักวิเคราะห์และนักวางแผนการตลาด โดยจะนำจุดเด่นของทรัพย์ที่มีมาเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันเพื่อหาโอกาสในทำเลนั้น แล้วนำมาวางแผนกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะสมทั้งในสื่อออฟไลน์และออนไลน์ นอกจากการนำเสนอประกาศที่มีรายละเอียดชัดเจนและรูปภาพที่ดึงดูดใจแล้ว ทั้งนี้ เอเจนต์อสังหาฯ ควรตามเทรนด์คอนเทนต์ล่าสุดเพื่อนำมาปรับใช้ในการนำเสนอประกาศผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างสร้างสรรค์ สร้างความโดดเด่นและช่วยให้ประกาศเข้าถึงผู้เช่าได้มากขึ้น รวมทั้งพร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำการจัดโปรโมชันที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย หากผู้ให้เช่าต้องการกลยุทธ์เพื่อเร่งการตัดสินใจเช่าอย่างรวดเร็ว
  4. บุคลิกภาพดี มีทักษะการสื่อสารเด่น บุคลิกภาพที่ดีของเอเจนต์อสังหาฯ จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือและสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น โดยเอเจนต์อสังหาฯ ควรมีบุคลิกภาพที่เป็นมิตร อัธยาศัยดี มีใจรักบริการ (Service Mind) ขณะเดียวกัน ควรมีทักษะการสื่อสารและเจรจาต่อรองอย่างมืออาชีพ สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับบ้าน/คอนโดฯ ที่ปล่อยเช่าได้อย่างชัดเจน ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง มีความยืดหยุ่นในการสื่อสาร ตั้งใจรับฟังความต้องการของทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่าเพื่อช่วยประสานให้ตรงกัน นอกจากนี้ เอเจนต์อสังหาฯ ที่มีประสบการณ์จะมีเทคนิคในการสื่อสารและช่วยเจรจาต่อรองราคา/เงื่อนไขต่าง ๆ ได้อย่างสุภาพ ช่วยประสานงานให้ทั้งสองฝ่ายได้ข้อตกลงที่พึงพอใจร่วมกันอย่างราบรื่น 
  5. มีความรู้กฎหมาย ช่วยดูแลเอกสารสัญญา ผู้ให้เช่าควรเลือกเอเจนต์อสังหาฯ ที่มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการให้เช่าอสังหาฯ เพื่อช่วยในการร่างสัญญาเช่า โดยระบุรายละเอียดและเงื่อนไขสำคัญอย่างชัดเจน, รัดกุม และเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เช่น ค่ามัดจำ, เงินประกัน, ระยะเวลาเช่า, เงื่อนไขในการเช่า ตลอดจนขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ให้เช่าและผู้เช่าในกรณีที่เกิดความเสียหาย นอกจากนี้ เอเจนต์อสังหาฯ มืออาชีพจะสามารถให้คำแนะนำในการเตรียมเอกสารที่จำเป็นในการทำสัญญารวมทั้งยื่นภาษีในส่วนที่เป็นรายได้จากการปล่อยเช่า ช่วยให้ผู้ให้เช่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ปิดช่องว่างความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด และป้องกันข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  6. เอเจนต์ต้องมีเอกสารรับรองความสามารถ ผู้ให้เช่าควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเอเจนต์อสังหาฯ ก่อนตกลงทำธุรกรรมหรือว่าจ้างเสมอ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือแอบอ้างจากมิจฉาชีพ โดยพิจารณาความน่าเชื่อถือจากประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมาของเอเจนต์อสังหาฯ,  มีใบประกาศนียบัตรการฝึกอบรมในหลักสูตร/ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเอเจนต์อสังหาฯ จากสถาบันที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หรือสังกัดอยู่กับบริษัทเอเจนต์แห่งใด ซึ่งจะเป็นเครื่องการันตีเบื้องต้นว่าเอเจนต์นั้นมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการเป็นนายหน้าอสังหาฯ มีมาตรฐานการทำงาน รวมทั้งมีความเป็นมืออาชีพเพียงพอ สามารถไว้วางใจให้ดูแลทรัพย์ที่ปล่อยเช่าและดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ได้

เมื่อผู้ให้เช่าเลือกเอเจนต์อสังหาฯ ที่ตอบโจทย์ได้แล้ว ควรพูดคุยตกลงรายละเอียดการทำงานและนัดทำสัญญาเพื่อระบุหน้าที่, กรอบการทำงาน, ค่านายหน้า และระยะเวลาที่ดำเนินการให้ชัดเจน เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของทั้งสองฝ่ายและช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น โดยทั่วไปค่านายหน้าสำหรับปล่อยเช่าอสังหาฯ จะอยู่ที่ค่าเช่า 1 เดือน ต่อสัญญาเช่า 1 ปี หรือตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายกำหนดร่วมกัน โดยเอเจนต์อสังหาฯ จะได้รับเงินส่วนนี้เมื่อมีการตกลงเช่า และผู้เช่าได้จ่ายค่ามัดจำและค่าเช่าล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี สื่อออนไลน์ยังคงเป็นช่องทางที่สะดวกและตอบโจทย์การค้นหาที่อยู่อาศัยในยุคนี้ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) จึงได้พัฒนาโปรแกรม “เอเจนต์ที่ได้รับการยืนยันตัวตน (Agent Verification)” เพื่อช่วยยืนยันตัวตนและคัดกรองเอเจนต์อสังหาฯ มืออาชีพ โดยจะแสดงข้อมูลการติดต่อที่ชัดเจน บริษัทต้นสังกัด ความเชี่ยวชาญเบื้องต้นและทำเลที่เชี่ยวชาญ ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าเอเจนต์อสังหาฯ ที่ผ่านการลงทะเบียนในโครงการนี้ และได้ป้ายสัญลักษณ์สีเขียว “ยืนยันตัวตน (Verified) บนเว็บไซต์ www.DDproperty.com เป็นเอเจนต์อสังหาฯ ที่มีความน่าเชื่อถือและไว้ใจได้ ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าทุกเส้นทางการซื้อ/ขาย/เช่าอสังหาฯ นี้จะเป็นไปอย่างราบรื่น

นอกจากนี้ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ยังมุ่งยกระดับมาตรฐานและเชิดชูผู้ประกอบวิชาชีพด้านอสังหาฯ ที่มีศักยภาพ โดยจัดงาน DDproperty Agent Awards 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งจะจัดพิธีมอบรางวัลในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 เพื่อยกย่องเอเจนต์อสังหาฯ มืออาชีพที่มีผลงานโดดเด่น ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพเอเจนต์ให้มีมาตรฐานและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

Nutanix Gives Enterprises the Freedom to Run Production Agentic AI Their Way

Dell PowerStore for Nutanix Cloud Platform พร้อมใช้แล้วบน Nutanix Cloud Infrastructure (NCI) 7.6

Nutanix Gives Enterprises the Freedom to Run Production Agentic AI Their Way

 Nutanix (NASDAQ: NTNX), a hybrid cloud leader and AI innovator, today announced the general availability of Nutanix Enterprise AI (NAI) 2.8, and the upcoming general availability of Nutanix Kubernetes Platform (NKP) 2.19, along with new incentives, programs, and resources designed to help partners accelerate growth on emerging AI opportunities. 

Many enterprises face a major roadblock when deploying AI: AI is accelerating the shift to containers, while critical applications and data remain spread across both virtualized and containerized environments. This divide can force enterprises to add infrastructure silos, move data or rearchitect existing workloads to support AI alongside the applications and data they already run. Nutanix addresses this with a governed, dual-native architecture that runs traditional applications and modern AI side by side, allowing the infrastructure to flexibly support the workload, integrated with leading silicon partners to provide choice and flexibility to customers. By bringing AI to where enterprise data already lives, Nutanix helps customers reduce silos and accelerate ROI without costly rearchitecting or added networking and data layer complexity. 

Expanding on NCP capabilities, NAI and NKP are designed to enable organizations to securely run, manage, and govern AI, containerized applications and virtualized workloads through a consistent control plane. These complement the core platform capabilities for near-bare metal performance for AI on virtualized infrastructure introduced with NCI 7.6. Together, they give enterprises a flexible alternative to infrastructure stacks that limit architectural choice, drive up costs, and require disruptive platform changes. 

For partners, the new Powered by Nutanix: Verified Services program aims to enable them to capitalize on major industry shifts and next-generation AI deployments by empowering them to build validated, high-margin services practices that span the full customer lifecycle. To operationalize these flexible new offerings, Service Provider (SP) Central provides an adaptable multitenant cloud foundation, giving service providers the control they need to grow infrastructure, platform, cloud-native, and AI services on their own terms. 

“Enterprise AI should not require customers to rebuild the systems that already run their business,” said Thomas Cornely, Executive Vice President, Product Management, Nutanix. “With our dual-native architecture, customers can bring AI to their existing applications and data while running each workload on the infrastructure best suited to it, with consistent operations and governance across VMs, containers and AI. This gives organizations a practical path to production without creating new silos or limiting future choice.” 

“Organizations in Thailand are under pressure to turn AI ambition into business outcomes, while continuing to support the applications and infrastructure they already rely on. As agentic AI adoption accelerates, the priority across the region is finding a simpler way to run AI at scale, with the governance, security and consistency required for production environments. Customers want the flexibility to adopt AI on their own terms, without embarking on large-scale rearchitecting projects. At the same time, there are significant opportunities for partners and service providers to develop new AI and cloud services that help customers accelerate their modernization efforts,” said Mr. Noppadol Punyatipat, Country Manager, Nutanix (Thailand).

Nutanix Enterprise AI: Helping Enterprises Bring AI to Their Data Without Rebuilding Everything

NAI delivers a unified and secure platform to deploy, manage, and scale AI workloads across hybrid environments. It enables enterprises to enforce governance over their agents and models, gain total visibility over token usage, and streamline AI development with a simple interface with built-in observability metrics and easy to use model-as-a-service while ensuring security, scalability, and integration with existing infrastructure. 

Key NAI updates include:

  • Agent Gateway: This now includes a generally available MCP Gateway which serves as a secure, unified front door for AI agents to access tools and data without custom engineering. To complement this, Nutanix has also released MCP Server for NCP to help customers build agentic AI applications with secure access to the infrastructure managed by Nutanix.
  • Private Inference: New advanced inference and fine tuning capabilities enable scalable, multiGPU inference for LLMs via tensor parallelism, delivering high throughput serving and low-latency response times for enterprise LLM workloads. In addition, this enables batch inference and speculative decoding. Key features include: 1) Parameter-Efficient Fine-Tuning which supports Low Rank Adaptation (LoRA) fine-tuning for smaller models (<8B parameters), helping organizations to cost-effectively customize open LLMs on private domain data using single-GPU compute while seamlessly deploying adapters straight to serving pipelines; 2) Scalable multiGPU serving which enables high throughput multiGPU inference via tensor parallelism, delivering fast, distributed serving across enterprise hybrid cloud environments; and 3) Speculative decoding which accelerates LLM inference token generation by up to 2.5x using lightweight draft models, cutting output latency without sacrificing model accuracy.
  • Enhanced Security against Rogue AI: With the rise of agentic AI and the risk of models breaking out of sandboxes, security is paramount. NAI provides robust protection against rogue models through our platform and APIs, featuring fine-grained Identity and Access Management (IAM), custom roles and seamless model sharing. This enforces least-privilege security, helping ensure agents operate securely and restricting access to only authorized roles, as well as support for air-gapped NVIDIA NIM deployment.

Nutanix Kubernetes Platform: A Trusted, Production-Ready Foundation for Modern Apps and AI

With NKP, organizations can simplify container operations across containers running on bare metal and VMs without piecing together complex, custom stacks. The upcoming release will provide an AI-optimized platform for building and running agentic applications at scale, including the following features coming soon:

  • NKP Metal: Built to bring HCI-grade simplicity to bare-metal Kubernetes, with automated OS, firmware, and container deployment, and persistent, enterprise-grade storage natively, eliminating the complexity of patchwork platforms.
  • NKP Full Stack: While NKP Metal is intended to bring simplicity to bare-metal deployments, NKP on AHV remains the cornerstone for organizations requiring robust, agile virtualized environments. Combined with Nutanix Flow, NKP on AHV is designed to deliver stronger network-level sandboxing for AI agents, helping provide essential isolation to mitigate the risk of rogue attacks and lateral movement.
  • AI Applications Catalog: Offers a one-click deployment path for curated, validated AI/ML software (Kubeflow, Milvus, Slurm) to help bypass manual integration challenges.
  • Hardware and Compliance: Planned expansion of ecosystem support with validated GPU integrations, alongside dynamic resource allocation for modern AI workloads.

CNCF Certified Kubernetes AI Conformant Platform: NKP has attained formal CNCF certification to validate that NKP provides the standardized APIs and capabilities required to reliably operate enterprise AI workloads.

AI Storage Performance and Validated Certifications with NVIDIA

Demanding AI workloads require infrastructure that keeps data moving, maximizes GPU utilization, and reduces deployment risk. Nutanix Unified Storage (NUS) recently achieved NVIDIA-Certified Storage validation at the enterprise level, providing a trusted, interoperable foundation that helps eliminate data bottlenecks. NUS establishes a low-latency, high-throughput data path directly to GPUs, maximizing GPU utilization and ensuring linear scalability for large-scale production AI workloads.

Helping Partners Build, Monetize, and Grow AI Services

According to Gartner®, “By 2029, 55 percent of enterprises will migrate 100 percent of workloads from VMware to alternative infrastructure delivery solutions”*. To help partners capitalize on this market shift, next-generation AI deployments and other emerging opportunities, Nutanix recently launched the Powered by Nutanix: Verified Services program. This program provides the framework to support the broader partner ecosystem in transitioning from traditional, one-time deals to high-margin, recurring revenue streams by building validated services practices. Backed by streamlined onboarding, comprehensive service delivery kits, and exclusive badging across hybrid cloud infrastructure, Kubernetes, and VM migration, the program equips partners to own the full customer lifecycle, drive faster time-to-value, and maximize long-term retention.

Nutanix is also announcing the general availability of SP Central, a unified multitenant control plane that gives displaced VMware service provider partners greater choice in how they build and monetize services. Service Provider Central gives providers one consistent foundation to build and monetize a broad portfolio of infrastructure, application, cloud-native, and AI services, with the flexibility on deployment location and licensing they need. This is designed to help providers improve utilization and protect margins while giving customers more choice in how and where they run applications and AI workloads.

Industry Analyst Commentary

“By introducing a “dual native” model that unifies services such as networking, security, and data protection across both VMs and containers, Nutanix is leaning into a competitive landscape where consistent policy enforcement and lifecycle management are becoming key differentiators. Enterprises are increasingly prioritizing platform consistency as application portfolios span legacy, refactored, and cloud-native designs.”

– Matt Flug, IDC

Ecosystem Partners Commentary

“At Continent 8 Technologies, we’ve worked closely alongside Nutanix to help shape the next generation of cloud services for regulated industries. Our continued collaboration with Nutanix, including the development of Service Provider Central, is built around helping our customers adopt modern cloud and AI capabilities without adding unnecessary complexity. Together, we’re enabling organizations in highly regulated industries to innovate faster and focus on their core business, while maintaining the security, compliance, and operational control they require.”

— Edward O’Connor, Chief Technology Officer at Continent 8 Technologies

Availability

NAI 2.8 and SP Central are generally available now. NKP 2.19 will be available soon.

Nutanix ช่วยให้องค์กรมีอิสระ ในการรัน Agentic AI ที่พร้อมใช้งานจริง ในรูปแบบของตัวเอง

Dell PowerStore for Nutanix Cloud Platform พร้อมใช้แล้วบน Nutanix Cloud Infrastructure (NCI) 7.6

Nutanix ช่วยให้องค์กรมีอิสระ ในการรัน Agentic AI ที่พร้อมใช้งานจริง ในรูปแบบของตัวเอง

Nutanix (NASDAQ: NTNX) (นูทานิคซ์) ผู้นำด้านไฮบริดคลาวด์และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมด้าน AI ประกาศวางตลาด Nutanix Enterprise AI (NAI) 2.8 และเตรียมวางตลาด Nutanix Kubernetes Platform (NKP) 2.19 เร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวสิทธิประโยชน์ โปรแกรม และทรัพยากรเพิ่มเติม ที่จะช่วยให้พันธมิตรสร้างการเติบโตจากโอกาสใหม่ ๆ ที่ AI นำพามาให้ได้อย่างรวดเร็ว      

องค์กรหลายแห่งเผชิญอุปสรรคสำคัญในการใช้ AI จากการที่ AI เข้ามาเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้คอนเทนเนอร์ แต่แอปพลิเคชันและข้อมูลสำคัญขององค์กรยังคงกระจัดกระจายอยู่ทั้งบนเวอร์ชวลไลเซชันและคอนเทนเนอร์ ความย้อนแย้งนี้ทำให้องค์กรต้องเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานแยกย่อยมากขึ้นเป็นไซโล ทั้งยังต้องย้ายข้อมูลหรือรื้อเวิร์กโหลดเดิมที่ใช้อยู่และทำใหม่ เพื่อให้รองรับการใช้ AI ควบคู่กับแอปพลิเคชันและข้อมูลที่ใช้อยู่แล้ว 

นูทานิคซ์แก้ปัญหานี้ด้วยการนำเสนอสถาปัตยกรรมแบบรองรับสองระบบและมีการกำกับดูแลในตัว และสามารถรันได้ทั้งแอปพลิเคชันรูปแบบเดิมและ AI ที่ทันสมัยควบคู่กันไป ช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานมีความยืดหยุ่นสามารถรองรับเวิร์กโหลด และการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านฮาร์ดแวร์ชั้นนำ เพื่อเพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่นให้ลูกค้า การที่นูทานิคซ์นำ AI เข้าไปใช้งานในจุดที่จัดเก็บข้อมูลขององค์กรอยู่แล้ว เป็นการช่วยลูกค้าลดไซโลและสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อระบบใหม่ หรือเพิ่มความซับซ้อนให้เครือข่ายและเลเยอร์ของข้อมูล

NAI และ NKP พัฒนาต่อยอดจากความสามารถของ Nutanix Cloud Platform (NCP) โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรใช้งาน บริหารจัดการ และกำกับดูแล AI แอปพลิเคชันรูปแบบคอนเทนเนอร์ รวมถึงเวิร์กโหลดแบบเวอร์ชวลไลซ์ ได้อย่างปลอดภัยผ่านระบบควบคุมกลางที่มีมาตรฐานเดียวกัน โซลูชันเหล่านี้เข้ามาเสริมศักยภาพหลักของแพลตฟอร์มในการรัน AI บนโครงสร้างพื้นฐานแบบเวอร์ชวลไลซ์ให้มีประสิทธิภาพสูงใกล้เคียงกับฮาร์ดแวร์ (bare-metal) ซึ่งเป็นความสามารถที่เปิดตัวพร้อมกับ NCI 7.6 การทำงานร่วมกันของโซลูชันเหล่านี้ ช่วยให้องค์กรมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม ที่มักจำกัดทางเลือกด้านสถาปัตยกรรม สร้างภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และต้องปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มครั้งใหญ่จนส่งผลกระทบต่อการทำงาน

Powered by Nutanix: Verified Services เป็นโปรแกรมใหม่ที่มุ่งช่วยให้พันธมิตรคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และการใช้ AI รุ่นใหม่ ด้วยการส่งเสริมให้สร้างบริการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและทำกำไรได้สูง ที่ครอบคลุมตลอดไลฟ์ไซเคิลการใช้บริการของลูกค้า และเพื่อให้สามารถให้บริการรูปแบบใหม่เหล่านี้เป็นไปอย่างคล่องตัว Service Provider (SP) Central จึงทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แบบ multitenant ที่ยืดหยุ่น ช่วยให้ผู้ให้บริการควบคุมและขยายบริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน แพลตฟอร์ม คลาวด์เนทีฟ และ AI ได้ตามทิศทางของตน

นายโทมัส คอร์เนลี รองประธานบริหารฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “การใช้ AI ในระดับองค์กร ไม่ควรเป็นการบีบให้ลูกค้าต้องรื้อระบบเดิมที่ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจอยู่แล้วและสร้างใหม่ สถาปัตยกรรมแบบรองรับสองระบบ (dual-native) ของเราจะช่วยให้ลูกค้าสามารถนำ AI ไปใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันและข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้วได้ และสามารถเลือกรันเวิร์กโหลดแต่ละรายการบนโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมที่สุดได้ โดยยังคงมาตรฐานการดำเนินงานและการกำกับดูแลเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานบนเวอร์ชวลแมชชีน คอนเทนเนอร์ หรือ AI ซึ่งเป็นแนวทางที่องค์กรใช้งานได้จริงโดยไม่ทำให้เกิดไซโลใหม่ ๆ และไม่จำกัดทางเลือกในอนาคต”

นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “องค์กรในประเทศไทยกำลังเผชิญความกดดันในการเปลี่ยนเป้าหมายด้าน AI ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันเดิมที่ใช้งานอยู่ เมื่อการใช้ agentic AI เติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งที่องค์กรในภูมิภาคนี้ต้องการมากที่สุด คือแนวทางที่ช่วยให้การรัน AI ในระดับใหญ่ทำได้ง่ายขึ้น โดยยังคงความรัดกุมด้านการกำกับดูแล ความปลอดภัย และความเสถียรที่จำเป็นไว้ได้ในสภาพแวดล้อมที่ใช้งานจริง นอกจากนี้ ลูกค้ายังต้องการความยืดหยุ่นในการประยุกต์ใช้ AI ตามความต้องการเฉพาะของตน โดยไม่ต้องรื้อหรือออกแบบโครงสร้างระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพันธมิตรและผู้ให้บริการในการพัฒนาบริการใหม่ ๆ ด้าน AI และคลาวด์ เพื่อช่วยเร่งการปรับปรุงระบบของลูกค้าให้ทันสมัยยิ่งขึ้น”

Nutanix Enterprise AI: ช่วยองค์กรดึง AI เข้าหาข้อมูล โดยไม่ต้องรื้อระบบทุกอย่างใหม่ 

NAI มอบแพลตฟอร์มที่เป็นหนึ่งเดียวและปลอดภัย เพื่อติดตั้งใช้งาน บริหารจัดการ และสเกลเวิร์กโหลด AI บนสภาพแวดล้อมแบบผสมผสานทั้งหมด ช่วยให้องค์กรควบคุมการกำกับดูแลเอเจนต์ และโมเดลต่าง ๆ สามารถมองเห็นภาพรวมการใช้โทเค็น และช่วยให้การพัฒนา AI คล่องตัว ผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายที่มาพร้อมตัววัดสถานะและวิเคราะห์ระบบเชิงลึกในตัว และ model-as-a-service ที่ใช้งานง่าย ทั้งยังมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย ความสามารถในการสเกล และการทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิม

การอัปเดทสำคัญของ NAI ประกอบด้วย

  • Agent Gateway: ปัจจุบันเปิด generally available ให้ใช้งาน MCP Gateway ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางเข้าหลักเพียงทางเดียวที่มีความปลอดภัย ช่วยให้ AI agents เข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเขียนโค้ดเชื่อมต่อเอง นอกจากนี้นูทานิคซ์ยังได้เปิดตัว MCP Server สำหรับ NCP เพื่อช่วยให้ลูกค้าสร้างแอปพลิเคชัน agentic AI ที่เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การจัดการของนูทานิคซ์ได้อย่างปลอดภัย
  • Private Inference: ความสามารถใหม่ ๆ ด้านการอนุมานและการปรับแต่งขั้นสูง รองรับการประมวลผลหาคำตอบ (inference) LLM โดยการแบ่งโมเดลออกเป็นส่วน ๆ แล้วกระจายไปคำนวณใน GPU หลายตัวพร้อมกันในเวลาเดียว (tensor parallelism) ส่งผลให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้ปริมาณมาก และมีระยะเวลาตอบสนองต่ำ เหมาะสำหรับเวิร์กโหลด LLM ระดับองค์กร นอกจากนี้ ยังช่วยให้สามารถประมวลผลหาคำตอบแบบกลุ่ม (batch inference) และถอดรหัสแบบคาดการณ์ได้ (speculative decoding) 

ฟีเจอร์สำคัญ ประกอบด้วย 1) Parameter-Efficient Fine-Tuning ที่รองรับการปรับแต่งโมเดลด้วยเทคนิค Low Rank Adaptation (LoRA) สำหรับโมเดลขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 8 พันล้านพารามิเตอร์) เป็นการช่วยให้องค์กรปรับแต่ง open LLM ด้วยข้อมูลภายในได้อย่างคุ้มค่าโดยใช้ GPU เพียงตัวเดียว พร้อมติดตั้ง adapter เข้าสู่ระบบประมวลผลได้ทันทีอย่างราบรื่น 2) Scalable multi-GPU serving ที่รองรับการประมวลผลผ่าน GPU หลายตัวด้วย tensor parallelism ช่วยเพิ่มปริมาณการรองรับข้อมูล และกระจายการให้บริการได้อย่างรวดเร็วครอบคลุมสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์ขององค์กร และ 3) Speculative decoding หรือการถอดรหัสเชิงคาดการณ์ ซึ่งช่วยเร่งการสร้างโทเค็นการอนุมาน LLM ได้สูงสุดถึง 2.5 เท่า โดยใช้โมเดลร่างน้ำหนักเบา (lightweight draft models) ที่ช่วยลดระยะเวลาในการแสดงผลโดยไม่ลดทอนความแม่นยำของโมเดล

  • การยกระดับความปลอดภัยเพื่อป้องกัน Rogue AI (โมเดล AI ที่ทำงานผิดปกติหรือไม่ได้รับอนุญาต): เมื่อ agentic AI เติบโตอย่างรวดเร็วพร้อมกับความเสี่ยงที่โมเดลอาจทำงานหลุดออกนอกขอบเขตการควบคุม (sandbox) ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด NAI ช่วยปกป้องระบบจาก rogue model ได้อย่างรัดกุมผ่านแพลตฟอร์มและ APIs ด้วยระบบบริหารจัดการสิทธิ์และการเข้าถึง (Identity and Access Management: IAM) ที่กำหนดได้อย่างละเอียด การกำหนดบทบาทผู้ใช้ตามต้องการ และการแชร์โมเดลอย่างราบรื่น ซึ่งช่วยควบคุมความปลอดภัยด้วยการให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น (least-privilege) จึงมั่นใจได้ว่าเอเจนต์ต่าง ๆ จะทำงานได้อย่างปลอดภัยและเข้าถึงได้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น รวมถึงรองรับการติดตั้งใช้งาน air-gapped NVIDIA NIM 

Nutanix Kubernetes Platform: โครงสร้างพื้นฐานพร้อมใช้และเชื่อถือได้ รองรับแอปพลิเคชันยุคใหม่ และ AI 

NKP ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการการทำงานของคอนเทนเนอร์ได้ง่ายขึ้นทั้งคอนเทนเนอร์ที่รันอยู่บนระบบ bare metal และเวอร์ชวลแมชชีน โดยไม่ต้องสร้างองค์ประกอบเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นมาเอง เวอร์ชันใหม่ที่จะเปิดตัวนี้ มอบแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาให้เหมาะกับ AI เพื่อใช้สร้างและรันแอปพลิเคชันแบบ agentic ในระดับใหญ่ รวมถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เตรียมเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ ได้แก่

  • NKP Metal: ออกแบบมาเพื่อนำความง่ายระดับ HCI มาสู่ Bare-Metal Kubernetes พร้อมระบบติดตั้ง OS, เฟิร์มแวร์ และคอนเทนเนอร์ แบบอัตโนมัติ รวมถึงมีระบบ persistent storage ระดับองค์กรในตัวอย่างแท้จริง ช่วยขจัดความยุ่งยากซับซ้อนจากการนำหลายระบบมาปะติดปะต่อกัน
  • NKP Full Stack: ในขณะที่ NKP Metal ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความง่ายให้กับการรันบน Bare-Metal แต่ NKP บน AHV ก็ยังคงเป็นหัวใจหลัก (cornerstone) สำหรับองค์กรที่ต้องการสภาพแวดล้อมแบบเวอร์ชวลไลเซชันที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และแข็งแกร่ง และเมื่อผสานการทำงานร่วมกับ Nutanix Flow ระบบ NKP บน AHV จะช่วยสร้าง network-level sandboxing ที่เข้มงวดให้กับ AI agent ซึ่งช่วยตัดแยกระบบ (isolation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีแบบแปลกปลอม (rogue attacks) และป้องกันการเจาะขยายวงลุกลามภายในเครือข่าย (lateral movement)
  • AI Applications Catalog: มอบช่องทางการติดตั้งใช้งานที่ง่ายเพียงคลิกเดียวให้กับซอฟต์แวร์ AI/ML ที่ผ่านการคัดสรรและทดสอบการทำงานแล้ว (เช่น Kubeflow, Milvus และ Slurm) ช่วยขจัดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อระบบด้วยตนเอง 
  • Hardware and Compliance: มีแผนขยายการรองรับระบบนิเวศร่วมกับพันธมิตร ด้วยการทำ validated integration กับ GPU ชั้นนำ ควบคู่ไปกับระบบจัดสรรทรัพยากรแบบยืดหยุ่นอัตโนมัติ (dynamic resource allocation) เพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI ยุคใหม่

CNCF Certified Kubernetes AI Conformant Platform: NKP ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการจาก CNCF เพื่อยืนยันว่า NKP มี API และศักยภาพที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจำเป็นต่อการรันเวิร์กโหลด AI ระดับองค์กรได้อย่างมีเสถียรภาพและเชื่อถือได้ 

ประสิทธิภาพระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับ AI และการรับรองมาตรฐานร่วมกับ NVIDIA

เวิร์กโหลด AI ที่ต้องการการประมวลผลสูง ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ถ่ายโอนข้อมูลได้ต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน GPU ได้สูงสุด และลดความเสี่ยงในการติดตั้งใช้งาน ล่าสุด Nutanix Unified Storage (NUS) ได้รับการรับรองมาตรฐาน NVIDIA-Certified Storage ในระดับองค์กร ช่วยสร้างรากฐานการทำงานร่วมกันที่เชื่อถือได้ และขจัดปัญหาคอขวดของข้อมูล นอกจากนี้ NUS ยังช่วยสร้างเส้นทางการส่งข้อมูลความเร็วสูงและมีระยะเวลาตอบสนองต่ำเข้าสู่ GPU โดยตรง ส่งผลให้ GPU ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการขยายระบบแบบเชิงเส้น (linear scalability) ให้กับเวิร์กโหลด AI ขนาดใหญ่ในสภาพแวดล้อมการใช้งานจริงได้อย่างมั่นใจ

ช่วยพันธมิตรพัฒนา สร้างรายได้ และขยายบริการด้าน AI

ข้อมูลจาก Gartner® ระบุว่า “ภายในปี 2029 องค์กรธุรกิจกว่า 55% จะย้ายเวิร์กโหลดทั้งหมดจาก VMware ไปยังโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานอื่น”* นูทานิคซ์จึงได้เปิดตัวโครงการ Powered by Nutanix: Verified Services เพื่อช่วยให้พันธมิตรคว้าโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงในตลาด การประยุกต์ใช้ AI ยุคใหม่ รวมถึงโอกาสใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น 

โครงการนี้มอบกรอบการทำงานที่ช่วยสนับสนุนระบบนิเวศพันธมิตรในวงกว้าง ให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการขายแบบครั้งเดียวในรูปแบบเดิม ไปสู่การสร้างรายได้ต่อเนื่องที่มีกำไรสูง ผ่านการสร้างบริการที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน โครงการนี้สนับสนุนพันธมิตรอย่างครบวงจรด้วยระบบ onboarding ที่รวดเร็ว ชุดเครื่องมือสำหรับส่งมอบบริการ และตราสัญลักษณ์รับรองพิเศษ ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์, Kubernetes และการย้ายระบบเวอร์ชวลแมชชีน สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้พันธมิตรดูแลลูกค้าได้ตลอดวงจรการใช้งาน สร้างมูลค่าให้ลูกค้าได้เร็วยิ่งขึ้น และรักษาฐานลูกค้าระยะยาวได้สูงสุด

นูทานิคซ์ยังได้เปิดให้ใช้งาน SP Central ซึ่งเป็นระบบควบคุมกลางแบบมัลติเทนแนนต์ (unified multitenant control plane) ที่เข้ามาช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่พันธมิตรผู้ให้บริการที่ได้รับผลกระทบจาก VMware ในการสร้างและทำกำไรจากบริการของตน Service Provider Central มอบรากฐานที่เป็นหนึ่งเดียวและมีมาตรฐานเดียวกันให้ผู้ให้บริการสามารถพัฒนาและสร้างรายได้จากพอร์ตโฟลิโอบริการที่หลากหลาย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน แอปพลิเคชัน คลาวด์เนทีฟ และบริการด้าน AI พร้อมมอบความยืดหยุ่นทั้งในเรื่องสภาพแวดล้อมที่ใช้งานและรูปแบบลิขสิทธิ์ SP Central นี้ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ให้บริการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ปกป้องอัตรากำไร ขณะเดียวกันก็เพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าในการรันแอปพลิเคชันและเวิร์กโหลด AI บนสภาพแวดล้อมที่ต้องการได้

ความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์อุตสาหกรรม

“การนำเสนอโมเดลแบบ ‘dual native’ ที่รวมบริการต่าง ๆ เช่น ระบบเครือข่าย ความปลอดภัย และการปกป้องข้อมูล เข้าด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว ทั้งบนเวอร์ชวลแมชชีน และคอนเทนเนอร์ ทำให้นูทานิคซ์กำลังก้าวสู่การแข่งขันในตลาดที่การบังคับใช้นโยบายและความต่อเนื่องในการดูแลระบบ เป็นปัจจัยชี้วัดความต่างสำคัญ เนื่องจากองค์กรยุคนี้ให้ความสำคัญกับความสอดคล้องกันของแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่พอร์ตโฟลิโอแอปพลิเคชันของตนขยายครอบคลุมตั้งแต่ระบบเดิม ระบบปรับปรุงโครงสร้างใหม่ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมแบบคลาวด์เนทีฟ” 

– Matt Flug, IDC

ความคิดเห็นจากพันธมิตรในระบบนิเวศ

“Continent 8 Technologies ทำงานร่วมกับนูทานิคซ์อย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยกำหนดทิศทางของบริการคลาวด์ยุคใหม่สำหรับอุตสาหกรรมที่มีกำกับดูแลเข้มงวด ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของเรากับนูทานิคซ์ รวมถึงการพัฒนา Service Provider Central ตั้งอยู่บนเป้าหมายที่ต้องการช่วยให้ลูกค้าประยุกต์ใช้ศักยภาพของคลาวด์และ AI ยุคใหม่ได้โดยไม่ต้องเผชิญความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น เรากำลังร่วมกันขับเคลื่อนให้องค์กรในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบเข้มงวด สามารถสร้างนวัตกรรมได้เร็วยิ่งขึ้นและโฟกัสที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัย มาตรฐานข้อบังคับ และการควบคุมการดำเนินงานได้อย่างครบถ้วน”

— Edward O’Connor, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี, Continent 8 Technologies

การวางจำหน่าย

NAI 2.8 และ SP Central เปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้ว ส่วน NKP 2.19 จะพร้อมเปิดให้ใช้งานในเร็ว ๆ นี้