Dell PowerStore for Nutanix Cloud Platform พร้อมใช้แล้วบน Nutanix Cloud Infrastructure (NCI) 7.6

Dell PowerStore for Nutanix Cloud Platform พร้อมใช้แล้วบน Nutanix Cloud Infrastructure (NCI) 7.6

Dell PowerStore for Nutanix Cloud Platform พร้อมใช้แล้วบน Nutanix Cloud Infrastructure (NCI) 7.6

Dell PowerStore นำระบบจัดเก็บข้อมูล NVMe all-flash storage ทำงานร่วมกับ Nutanix และ Prism ได้อย่างราบรื่น รวมถึงความสามารถในการสเกลได้อย่างเป็นอิสระ พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้

 

เดลล์ (Dell) และ นูทานิคซ์ (Nutanix) เผย PowerStore สามารถใช้งานร่วมกับ Nutanix Cloud Platform บน Nutanix Cloud Infrastructure 7.6 (NCI 7.6) แล้ว ความร่วมมือนี้ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรต่าง ๆ ที่ล้วนต้องการใช้ประสิทธิภาพของระบบจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กร ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานบนแพลตฟอร์มของ Nutanix โดยที่ยังคงความเรียบง่ายซึ่งเป็นจุดเด่นของแพลตฟอร์มไว้

Dell PowerStore ที่ทำงานร่วมกับ Nutanix Cloud Platform บน NCI 7.6 นำประสิทธิภาพจาก NVMe all-flash ครบวงจร และความสามารถในการสเกลส่วนประมวลผลและส่วนจัดเก็บข้อมูลแยกออกจากกันได้อย่างอิสระบน Nutanix AHV hypervisor นอกจากนี้ PowerStore ยังเชื่อมต่อเข้ากับ Prism ได้อย่างราบรื่นจนผู้ใช้งานแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือใหม่หรือฝึกอบรมพิ่มเติม ทั้งยังเสริมความสมบูรณ์ให้แพลตฟอร์มด้วย Dell Private Cloud ที่มาพร้อมระบบติดตั้งอัตโนมัติ การบริหารจัดการวงจรชีวิตระบบแบบครบวงจร และการสนับสนุนด้านฮาร์ดแวร์ระดับระบบจาก Dell

การผสานรวมครั้งนี้ส่งผลให้ PowerStore กลายเป็นแพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลแพลตฟอร์มที่สองของ Dell ที่ทำงานร่วมกับ Nutanix ต่อจาก PowerFlex ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลภายนอกระบบแรกที่รองรับและทำงานร่วมกับ Nutanix Cloud Platform ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับ Dell Private Cloud ที่เข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์ให้แพลตฟอร์มด้วยระบบบริหารจัดการวงจรชีวิตแบบอัตโนมัติ พร้อมการสนับสนุนด้านฮาร์ดแวร์ระดับระบบจาก Dell จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ มีโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ผ่านการทดสอบ ตรวจสอบ และได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการแล้วอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อใช้ในการรัน Nutanix ร่วมกับระบบจัดเก็บข้อมูลภายนอกระดับองค์กรได้อย่างมั่นใจ

ความสามารถที่โดดเด่น

PowerStore เป็นแพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลแบบ all-flash ระดับเรือธงของ Dell ที่มอบประสิทธิภาพ NVMe แบบ end-to-end พร้อมระบบบีบอัดข้อมูลที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา และระบบปกป้องข้อมูลที่ครอบคลุม Dell และ Nutanix ได้ร่วมกันออกแบบระบบให้เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์เพื่อคงประสบการณ์การใช้งานในสภาพแวดล้อมไอทีของ Nutanix ที่ทีมของ Nutanix คุ้นเคยและคาดหวังไว้

  • ประสิทธิภาพของ NVMe all-flash แบบ end-to-end – ระบบจัดเก็บข้อมูลที่ตอบสนองรวดเร็วและเสถียร สำหรับฐานข้อมูลที่มีความสำคัญสูงมาก ๆ สำหรับแอปพลิเคชันองค์กร และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยไม่ดึงทรัพยากรประมวลผลไปใช้กับบริการจัดการข้อมูลของระบบจัดเก็บ
  • การสเกลส่วนประมวลผลและส่วนจัดเก็บข้อมูลแยกออกจากกันได้อย่างอิสระ – Dell Private Cloud ช่วยให้สามารถเพิ่มโหนดประมวลผล Dell PowerEdge หรือขยายความจุ PowerStore ในส่วนต่าง ๆ ได้ตามความต้องการใช้งานจริง กลไกความยืดหยุ่นแบบไดนามิกของ PowerStore (PowerStore’s Dynamic Resiliency Engine) ช่วยให้สามารถปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างละเอียดทีละไดรฟ์
  • ผสานการทำงานกับ Prism ได้อย่างราบรื่น – สามารถจัดสรรทรัพยากร (provisioning) ทำสแนปชอต คัดลอกระบบ (clones) และขยายขนาดเวอร์ชวลฮาร์ดดิสก์ได้โดยตรงผ่าน Prism ดังนั้นทีมงานสามารถนำทักษะของ Nutanix ที่มีอยู่มาใช้งานได้ทันทีตั้งแต่วันแรก โดยไม่ต้องผ่านการฝึกอบรมใหม่
  • รับประกันอัตราการลดขนาดข้อมูลสูงถึง 6:1 – เทคโนโลยีขจัดข้อมูลซ้ำ (deduplication) และบีบอัดข้อมูลอัจฉริยะที่พร้อมทำงานตลอดเวลา เป็นการรับประกันอัตราการลดขนาดข้อมูลในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมที่อัตรา 6:1 ช่วยให้จัดเก็บเวิร์กโหลดได้มากขึ้น และลดต้นทุนด้านระบบจัดเก็บข้อมูล
  • ความแข็งแกร่งในการรับมือกับความปลอดภัยไซเบอร์ได้หลายรูปแบบ – รองรับตั้งแต่การคัดลอกข้อมูลแบบ asynchronous ไปจนถึงแบบ Metro synchronous ที่มีค่า RPO และ RTO เป็นศูนย์ โดยบริหารจัดการนโยบายการปกป้องข้อมูลจาก Prism นอกจากนี้ การสำรองข้อมูลระยะไกลผ่าน Dell PowerProtect Data Manager ยังช่วยจัดเก็บข้อมูลระยะยาว พร้อมรองรับการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (cloud archival) และการล็อกป้องกันการแก้ไขข้อมูล (retention locks)

Dell Private Cloud เติมเต็มแพลตฟอร์มให้สมบูรณ์

PowerStore นำระบบจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กรมาให้กับ Nutanix ในขณะที่ Dell Private Cloud ช่วยเติมเต็มแพลตฟอร์มให้สมบูรณ์ด้วยการติดตั้ง AHV โดยอัตโนมัติผ่านแบบแปลนระบบที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว (validated blueprints) การบริหารจัดการวงจรชีวิตของระบบ พร้อมการสนับสนุนระบบทั้งหมดด้วยฮาร์ดแวร์ที่อยู่ในระดับระบบจาก Dell ผลลัพธ์ที่ได้คือความเรียบง่ายในการใช้งานเสมือนเครื่องสำเร็จรูป (appliance-like simplicity) บนโครงสร้างพื้นฐานแบบแยกส่วน พร้อมความยืดหยุ่นในการเลือกใช้งาน PowerStore หรือ PowerFlex บนโครงสร้างพื้นฐานหลักของ Dell เพียงหนึ่งเดียว

ข้อมูลที่ระบุอยู่ใน Technical First Look ล่าสุด Omdia ได้ยืนยันประสิทธิภาพของการทำงานร่วมกันนี้ โดยระบุว่า Dell Private Cloud ช่วยให้องค์กรสามารถ “ปรับใช้คลัสเตอร์ที่พร้อมรองรับเวิร์กโหลดได้ภายในเวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานคนหลังการติดตั้งฮาร์ดแวร์ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนลงได้มากกว่า 90% เมื่อเทียบกับวิธีการที่ต้องใช้คนทำการติดตั้ง”

“ลูกค้าทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นต่างมองหาโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ทั้งความยืดหยุ่นและความเรียบง่าย โดยยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพระดับสูง การนำ Dell PowerStore มาใช้งานร่วมกับ Nutanix Cloud Platform ในครั้งนี้ ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถดึงศักยภาพของระบบจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กรมาใช้ พร้อมกับสามารถสเกลส่วนประมวลผลและส่วนจัดเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นอิสระจากกัน โดยทั้งหมดนี้สามารถบริหารจัดการผ่านเครื่องมือ Prism ที่คุ้นเคยอยู่แล้ว นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Dell และ Nutanix มุ่งมั่นมอบทางเลือกและความสามารถในการควบคุมที่ดียิ่งขึ้นให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านไอทีของลูกค้าเรา”

– Helder Queiros, Senior Director, OEM & Alliances, APJ, Nutanix

ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ

PowerStore for Nutanix คือความคืบหน้าล่าสุดจากความร่วมมือยาวนานกว่า 14 ปีที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การที่ PowerStore รองรับ Nutanix Cloud Platform ในครั้งนี้ ทำให้ Dell มีพอร์ตโฟลิโอโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสภาพแวดล้อม Nutanix ที่ครอบคลุมที่สุดในตลาด ตั้งแต่ไพรเวทคลาวด์ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมแบบแยกส่วน (disaggregated architecture) ตลอดจนการปกป้องข้อมูลที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น นี่คือรูปแบบของอิสรภาพทางโครงสร้างพื้นฐานอย่างแท้จริง ทั้งความยืดหยุ่นในการเลือกแพลตฟอร์มที่ใช่สำหรับทุกเวิร์กโหลด ความเรียบง่ายในการบริหารจัดการผ่านเครื่องมือที่ทีมงานคุ้นเคยอยู่แล้ว และการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ

การวางจำหน่าย

PowerStore for Nutanix Cloud Platform พร้อมใช้งานแล้ววันนี้บน AOS 7.6 ไม่ว่าองค์กรจะต้องการอัปเกรดระบบจาก HCI แบบเดิม กำลังพิจารณาทางเลือกอื่นให้กับไฮเปอร์ไวเซอร์ หรือกำลังมองหาประสิทธิภาพของระบบจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กรที่ใช้กับสภาพแวดล้อมของ Nutanix ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปที่หน้าเว็บ PowerStore หรือติดต่อผู้แทนขายของ Dell หรือ Nutanix ได้แล้ววันนี้

AI adoption in financial services accelerating, but growing governance gaps and infrastructure challenges are slowing scale: Nutanix Enterprise Cloud Index

รายงาน Nutanix Enterprise Cloud Index เผย การใช้งาน AI ในภาคบริการทางการเงินเร่งตัวขึ้น แต่ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลที่ขยายตัว ยังคงฉุดรั้งการเติบโต

AI adoption in financial services accelerating, but growing governance gaps and infrastructure challenges are slowing scale: Nutanix Enterprise Cloud Index

 Nutanix (NASDAQ: NTNX), a leader in hybrid multicloud computing, today announced the findings of its eighth annual Financial Sector Enterprise Cloud Index (ECI) report. The findings reveal that while financial services organisations are rapidly adopting AI, many are struggling to scale effectively as governance, infrastructure, and operational readiness lag behind.

Key findings:

  • Shadow AI is widespread and poses a significant risk: 66% of IT executives report employees using unsanctioned AI, while 86% say it creates business risk.
  • Governance and process are the biggest barriers: Process complexity (38%) and organisational factors, including leadership and skills (34%), outweigh technical limitations (28%) when scaling AI.
  • Data sovereignty is creating growing tension: While 79% prioritise data sovereignty, 62% still run containerised workloads in the public cloud, creating a growing “Sovereignty Debt”
  • Containerisation is accelerating as a foundation for AI: 90% say AI is accelerating container adoption, with 89% expecting containerisation to grow.

The findings point to an inflection for the financial services industry, as organisations race to scale AI amid increasing regulatory and operational pressures. 

As financial services organisations push forward with deployment, 68% acknowledge that their infrastructure is not fully equipped to support AI workloads on-premises, while nearly two-thirds (64%) rely on third-party providers to bridge that gap. To move from adoption to scale, organization’s will need to better align infrastructure, governance, and operational processes to ensure AI can be deployed securely and compliantly.

Jay Tuseth, Vice President, APJ at Nutanix, said: “Across APJ, the race is no longer just about who has the most advanced AI models, but who can scale them securely and responsibly. As financial institutions navigate growing risks around sovereignty and unsanctioned AI use, success requires a shift toward flexible, containerized platforms that unify workloads across hybrid environments. The winners won’t just have the biggest compute budgets – they will be the ones who successfully align their infrastructure with regional compliance and data sovereignty demands.” 

Noppadol Punyatipat, Country Manager, Nutanix (Thailand), said, “The financial sector’s AI transformation in Thailand is reaching a critical inflection point as infrastructure and governance lag behind deployment velocity. Today, most organizations have moved past questioning whether to adopt AI to a more challenging task: managing systems for maximum long-term value and efficiency. Amid organizational silos and accumulated data compliance risks, Thai leaders must boldly transform legacy infrastructure and establish clear governance standards. Tomorrow’s challenge is not about the budget, but the readiness to break down old ways of working and embrace flexible technologies like containers and hybrid multicloud to drive AI innovation confidently, securely, and in full compliance with strict industry regulations.  

For the eighth consecutive year, Nutanix commissioned a global research study to assess the state of cloud adoption, containerization, and GenAI application deployment. Conducted in November 2025 by Wakefield Research, the survey gathered responses from 1,600 cloud, IT, and engineering executives with at least a manager-level title. Respondents represent organizations with 500 or more employees across Australia, Brazil, France, Germany, India, Italy, Japan, Mexico, the Netherlands, the Kingdom of Saudi Arabia, Singapore, Spain, the United Kingdom, and the United States.

The full report is available here.

รายงาน Nutanix Enterprise Cloud Index เผย การใช้งาน AI ในภาคบริการทางการเงินเร่งตัวขึ้น แต่ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลที่ขยายตัว ยังคงฉุดรั้งการเติบโต

รายงาน Nutanix Enterprise Cloud Index เผย การใช้งาน AI ในภาคบริการทางการเงินเร่งตัวขึ้น แต่ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลที่ขยายตัว ยังคงฉุดรั้งการเติบโต

รายงาน Nutanix Enterprise Cloud Index เผย การใช้งาน AI ในภาคบริการทางการเงินเร่งตัวขึ้น แต่ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลที่ขยายตัวยังคงฉุดรั้งการเติบโต

 Nutanix: นูทานิคซ์ (NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านไฮบริดมัลติคลาวด์คอมพิวติ้ง ประกาศผลสำรวจจากรายงาน Enterprise Cloud Index (ECI) สำหรับภาคธุรกิจการเงินประจำปีที่แปด พบว่า แม้ธุรกิจบริการทางการเงินจะนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็ว แต่องค์กรหลายแห่งยังประสบปัญหาในการขยายระบบอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากความพร้อมด้านการกำกับดูแล โครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติงานยังคงล้าหลัง 

ผลสำรวจสำคัญ

  • Shadow AI แพร่กระจายวงกว้างและสร้างความเสี่ยงสูง: ผู้บริหารด้านไอที 66% ระบุว่าพนักงานมีการใช้ AI ที่ไม่ได้รับอนุญาต และ 86% ยอมรับว่าสิ่งนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจ
  • การกำกับดูแลและกระบวนการคืออุปสรรคใหญ่ที่สุด: ความซับซ้อนของกระบวนการ (38%) รวมถึงปัจจัยภายในองค์กร เช่น ภาวะผู้นำและทักษะ (34%) เป็นอุปสรรคในการขยายระบบ AI มากกว่าข้อจำกัดทางเทคนิค (28%)
  • อธิปไตยทางข้อมูล (data sovereignty) กำลังเพิ่มความตึงเครียด: แม้ 79% จะให้ความสำคัญกับอธิปไตยทางข้อมูล แต่ 62% ยังคงรันเวิร์กโหลดแบบคอนเทนเนอร์บนพับลิคคลาวด์ ซึ่งทำให้เกิด “หนี้จากการไม่ปฏิบัติตามหลักอธิปไตย” (sovereignty debt) เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • การใช้คอนเทนเนอร์เติบโตอย่างรวดเร็ว ก้าวสู่การเป็นรากฐานของ AI: 90% ระบุว่า AI เป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้งานคอนเทนเนอร์ โดย 89% คาดว่าการใช้คอนเทนเนอร์จะเติบโตขึ้นอีก

ผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เมื่อองค์กรต่าง ๆ ต้องเร่งขยายการใช้ AI ท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎระเบียบและการปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้น 

ในขณะที่องค์กรบริการทางการเงินผลักดันการใช้งาน AI แต่ 68% ยอมรับว่าโครงสร้างพื้นฐานของตนยังไม่พร้อมที่จะรองรับเวิร์กโหลด AI ที่ใช้ภายในองค์กร (on-premises) ได้อย่างเต็มที่ ขณะที่เกือบสองในสาม (64%) ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอก (third-party) เพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว ทั้งนี้ การจะเปลี่ยนผ่านจากการใช้งานไปสู่การขยายระบบได้นั้น องค์กรจำเป็นต้องปรับโครงสร้างพื้นฐาน การกำกับดูแล และกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกันมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งาน AI ได้อย่างปลอดภัยและเป็นไปตามกฎระเบียบ

นายเจย์ ทูเซธ รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (APJ) ของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “ปัจจุบันการแข่งขันในภูมิภาค APJ ไม่ใช่แค่เรื่องว่าใครมีโมเดล AI ที่ล้ำสมัยที่สุดอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของใครจะสามารถขยายระบบได้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ ความสำเร็จของสถาบันการเงินที่ต้องรับมือกับความเสี่ยงด้านอธิปไตยของข้อมูลและการใช้ AI ที่ไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มมากขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนผ่านไปสู่แพลตฟอร์มรูปแบบคอนเทนเนอร์ที่ยืดหยุ่น ซึ่งสามารถผสานรวมเวิร์กโหลดต่าง ๆ บนสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดเข้าด้วยกัน ผู้ชนะจะไม่ใช่ผู้ที่เทงบประมาณให้กับงานด้านการประมวลผลมากที่สุด แต่จะเป็นผู้ที่สามารถปรับโครงสร้างพื้นฐานให้สอดรับกับข้อกำหนดทางกฎระเบียบและอธิปไตยข้อมูลของแต่ละภูมิภาคได้สำเร็จ” 

นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่ AI ของภาคการเงินไทยกำลังถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลเริ่มตามไม่ทันความเร็วในการใช้งาน วันนี้องค์กรส่วนใหญ่ก้าวข้ามคำถามที่ว่า ‘ควรใช้ AI หรือไม่’ ไปสู่โจทย์ที่ท้าทายกว่า คือจะบริหารจัดการระบบอย่างไรให้คุ้มค่าสูงสุดในระยะยาวและเปี่ยมประสิทธิภาพ ท่ามกลางอุปสรรคเรื่องการทำงานแบบไซโลและความเสี่ยงสะสมด้านกฎระเบียบข้อมูล ผู้นำองค์กรไทยต้องกล้าปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานเดิมและสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลที่ชัดเจน ความท้าทายต่อจากนี้ไม่ใช่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นความพร้อมในการทลายรูปแบบการทำงานเดิม ๆ แล้วเปิดรับเทคโนโลยีที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น คอนเทนเนอร์ และไฮบริดมัลติคลาวด์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และสอดรับกับหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดของอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง” 

นูทานิคซ์ได้มอบหมายให้มีการจัดทำรายงานวิจัยระดับโลกเพื่อประเมินสถานะการใช้งานคลาวด์ เทคโนโลยีคอนเทนเนอร์ และการใช้งาน GenAI application เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน การสำรวจครั้งนี้จัดทำโดย Wakefield Research ในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหารระดับผู้จัดการขึ้นไปในสายงานคลาวด์ ไอที และวิศวกรรม จำนวน 1,600 คน ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นตัวแทนจากองค์กรที่มีพนักงานตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป ครอบคลุมประเทศออสเตรเลีย บราซิล ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา 

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่

Nutanix Delivers Complete Platform for the Agentic AI Era

Nutanix ตอบโจทย์โลกยุค Agentic AI ด้วยแพลตฟอร์มครบวงจร

Nutanix Delivers Complete Platform for the Agentic AI Era

  • New capabilities for Agentic AI infrastructure will enable enterprises and neoclouds to optimize, govern, and accelerate Agentic AI use cases
  • Growing ecosystem of infrastructure, cloud, and service providers empower customers with choice and control
  • Expanded options to modernize virtual machines and containers leveraging server and storage investments help customers navigate a constrained hardware supply chain environment, with more planned in the future
  • Expanded management capabilities extend operational and data sovereignty

At .NEXT Conference 2026, Nutanix (NASDAQ: NTNX), a leader in hybrid multicloud computing, today announced new capabilities to the Nutanix Cloud Platform (NCP) solution designed to help organizations operate reliably as AI workloads expand, cloud environments grow more complex, and hardware supply constraints drive the need for more flexible infrastructure platforms. 

As organizations modernize their infrastructure, many are reassessing longstanding virtualization platforms to ensure they can deliver the flexibility, performance, and cost predictability required for virtual machines, containers, and AI workloads. 

NCP enables customers to make better use of existing infrastructure and choose from a broader ecosystem of hardware vendors, hyperscalers, neoclouds, and service providers. NCP also helps organizations run virtualized, modern applications and AI workloads anywhere, helping to keep critical IT projects on track while preserving flexibility and long-term platform choice.

“As organizations continue to modernize their cloud infrastructure in a supply-constrained environment, organizations are having to balance leveraging the flexibility of hybrid multicloud infrastructure and the need to maintain sovereignty of their data and applications,” said Thomas Cornely, Executive Vice President, Product Management, Nutanix. “With the Nutanix Cloud Platform, customers can make better use of existing hardware infrastructure, expand across a growing ecosystem of cloud and infrastructure providers, and maintain choice and control over where workloads run, even as hardware availability and procurement timelines shift.” 

Extending the Nutanix Cloud Platform to add Full-Stack Capabilities for Modern Applications and AI Workloads

The NCP solution’s full-stack capabilities continue to be expanded to include new services for AI infrastructure, unified storage, and advanced data services. The updates include:

  • The Nutanix Agentic AI solution, a full-stack platform announced during NVIDIA GTC 2026 and currently in early access, is designed to help enterprises build and operate AI applications on NCP. The full solution will be available in the second half of 2026 and include a secure, high-performance virtualization foundation for AI infrastructure, and integrate compute, storage, networking, and Kubernetes services to simplify deployment and operations. Together, these capabilities will enable enterprises to run modern and AI workloads efficiently across hybrid and multicloud environments.
  • NKP Metal, announced today at .NEXT 2026, is in early access and will be generally available in the second half of 2026.  It extends the Nutanix Kubernetes Platform (NKP) solution to support Kubernetes deployments directly on bare-metal infrastructure, delivering the performance for edge environments and AI training workloads that rely on dense GPU infrastructure.
  • Nutanix Unified Storage (NUS) 5.3 is generally available now and ideally suited to drive the transformation of object storage into a performance storage tier required for AI Factories. The release expands Smart Tiering to enable seamless data movement to Google Cloud and OVHCloud S3, while adding multitenant object scaling and quotas to support massive AI data lakes. NUS will also introduce, later in 2026, Remote Direct Memory Access (RDMA) acceleration for S3-compatible object storage to dramatically increase throughput for large AI training datasets and data-intensive pipelines.
  • The updated Nutanix Data Lens 2.0 solution is generally available now and can run fully on-premises, including in air-gapped environments. The release brings ransomware analytics, data audit and governance, and visibility across distributed storage footprints to sovereign and dark-site deployments that cannot rely on SaaS-based data security.
  • Nutanix and MongoDB announced a certified integration, generally available now, between Nutanix Database Service and MongoDB Ops Manager that is built on MongoDB’s third-party backup integration model. Nutanix and MongoDB are collaborating to simplify enterprise database operations with automated provisioning and lifecycle management across infrastructure and database environments.

Strengthening Nutanix’s Global Ecosystem of Cloud and AI Infrastructure Providers

Building on the capabilities that Nutanix has added for the Agentic AI era, Nutanix Service Provider Central (SP Central), currently in Early Access, brings new multitenancy capabilities that enable Nutanix’s service provider partners to more easily deliver a broader range of hosted infrastructure and AI services on NCP while helping to maintain secure, logical isolation between tenants sharing the same infrastructure.

SP Central will be generally available in the second half of 2026 and will help enable service providers to offer scalable hosted infrastructure, cloud native and AI services while helping customers maintain control across distributed environments. 

Learn more about how Nutanix is expanding capabilities for service provider partners and enabling the next generation of neocloud providers, both announced at .NEXT.

Expanding to be the Broadest Infrastructure Ecosystem in Nutanix History

Nutanix continues to support a broad range of workloads by offering flexible deployment architectures across a wide range of server and storage hardware, enabling organizations to leverage their existing hardware investments when supply chains are constrained. 

To enable this approach, Nutanix is strengthening integrations across a global ecosystem of partners, including these capabilities available now:

  • The new Foundation Central appliance simplifies the deployment of Nutanix Cloud Infrastructure and the AHV hypervisor on a wide range of enterprise servers from Cisco, Dell, Fujitsu, HPE, and Lenovo, as well as the NX Platform.
  • Dell: Nutanix has added support for synchronous disaster recovery for Dell PowerFlex.
  • Everpure: Nutanix has enhanced its Everpure integration, extending support from //x and //xl FlashArrays to the new //c FlashArray platform, as well as added Nutanix synchronous disaster recovery capabilities unlocking greater deployment flexibility.

And coming later this year:

  • AMD: Nutanix continues to expand its portfolio of servers with AMD CPUs across all major server vendors to meet the needs of a wide range of applications. In addition, Nutanix plans to add support for AMD GPU-accelerated compute servers targeting AI workloads, helping provide additional options for customers.
  • Cisco: Nutanix continues to expand its strategic collaboration with Cisco by integrating Nutanix solutions with Cisco Unified Edge, Cisco Secure AI Factory, and Cisco AI Pod. FlexPod converged infrastructure with Cisco compute and networking, NetApp storage, and Nutanix software is planned for availability later this year.
  • Dell: In Early Access now, Nutanix plans to make Dell PowerStore support generally available, along with enhanced Dell Private Cloud automation. In addition, there will be support for Dell PowerFlex Ultra5 environments.
  • Lenovo: Nutanix is expanding its collaboration with Lenovo with a full-stack approach that will span support for Lenovo ThinkSystem storage, Lenovo ThinkSystem servers, and XC One automation.
  • NetApp: Nutanix also plans to add support for NetApp ONTAP later this year, expanding support for external storage to the NetApp AFF all-flash and FAS hybrid-flash systems.

Together, these additions represent the broadest expansion of infrastructure support in Nutanix’s history, offering customers proven deployment options across established enterprise platforms as well as maximum hardware flexibility and choice.

NCP also provides zero-copy migrations, generally available now, from VMware vSphere Virtual Volumes to AHV vDisks, enabling organizations to perform near-instantaneous, in-place workload conversion without data duplication. This capability can accelerate migration timelines and minimize infrastructure overhead and operational disruption.

Delivering Sovereign Control Across Hybrid Multicloud Environments 

Nutanix Cloud Clusters (NC2) is being expanded to support more deployment options across hyperscalers including the addition of secure government cloud regions such as AWS GovCloud, generally available now, and AWS European Sovereign Cloud, coming later this year. The introduction of Hyperdisk and C3 bare-metal instance support with NC2 on Google Cloud in the second half of 2026 will provide customers the flexibility to scale storage independent of compute and leverage bare-metal instance types that do not have any local storage. 

Customers can run workloads in the cloud in support of regulatory, latency, or procurement needs without refactoring while retaining the flexibility to bring them back on-premises. For organizations facing hardware availability challenges, these options provide the flexibility to continue deploying and scaling critical workloads without lengthy delays.

Unified Cloud Management to Build, Operate, and Govern the Modern Distributed Enterprise Cloud

As infrastructure spans clouds, on‑premises data centers, and sovereign environments, organizations need a consistent way to build, operate, and govern large sites and distributed estates, including highly secure, air‑gapped environments.

Nutanix Cloud Manager (NCM 2.0) is generally available now and built on a new architecture that enables customers to manage large numbers of clusters at scale, across multiple Prism Central (PC) instances.

  • NCM 2.0 provides multisite, multidomain management that unifies operations across large deployments. A new secure onboarding workflow enables multiple PCs to be managed from a single console, so teams can centralize inventory, alerts, playbooks, reporting, capacity planning, and what‑if analysis instead of relying on fragmented consoles and scripts.
  • NCM 2.0 also brings Cost Governance on‑premises as part of this platform re-architecture, eliminating the need for a separate SaaS application. Customers get AIOps, Self-Service, and Cost Governance in a single seamless experience. Delivered through the unified NCM console, Cost Governance lets customers track metering, showback, and budgeting while keeping all cost data inside their own infrastructure. 

Availability

The NCP news announced today comprises products that are either generally available now or are expected to be available in the second half of 2026.  Read more about the announcement here.

Nutanix ตอบโจทย์โลกยุค Agentic AI ด้วยแพลตฟอร์มครบวงจร

Nutanix ตอบโจทย์โลกยุค Agentic AI ด้วยแพลตฟอร์มครบวงจร

Nutanix ตอบโจทย์โลกยุค Agentic AI ด้วยแพลตฟอร์มครบวงจร

  • ความสามารถใหม่ ๆ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน Agentic AI จะช่วยให้องค์กรและผู้ให้บริการนีโอคลาวด์ (neoclouds) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ กำกับดูแล และเร่งการนำ Agentic AI ไปใช้งานด้านต่าง ๆ
  • ขยายระบบนิเวศพันธมิตรทั้งผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน คลาวด์ และผู้ให้บริการต่างๆ เพื่อมอบทางเลือกและอำนาจการควบคุมที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้า
  • เพิ่มตัวเลือกในการปรับปรุงเวอร์ชวลแมชชีนและคอนเทนเนอร์ให้ทันสมัย ​​โดยใช้ประโยชน์จากการลงทุนด้านเซิร์ฟเวอร์และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่ เป็นการช่วยให้ลูกค้าสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมด้านซัพพลายเชนของฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่อย่างจำกัดได้ พร้อมแผนที่จะขยายเพิ่มเติมในอนาคต
  • ขยายขีดความสามารถในการบริหารจัดการไปสู่ส่วนการปฏิบัติงานและรักษาอธิปไตยของข้อมูล

ณ งาน .NEXT 2026 นูทานิคซ์ (Nutanix; NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านไฮบริดมัลติคลาวด์คอมพิวติ้ง ประกาศความสามารถใหม่ของโซลูชัน Nutanix Cloud Platform (NCP) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ดำเนินงานได้อย่างมั่นคงท่ามกลางการขยายตัวของเวิร์กโหลด AI สภาพแวดล้อมคลาวด์ที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น และการขาดแคลนฮาร์ดแวร์ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนผลักดันให้เกิดความจำเป็นที่องค์กรต้องใช้แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้ทันสมัย องค์กรหลายแห่งก็ประเมินแพลตฟอร์มเวอร์ชวลไลเซชันที่ใช้มานานเสียใหม่ควบคู่กันไป เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งความสามารถเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้เวอร์ชวลแมชชีน คอนเทนเนอร์ และเวิร์กโหลด AI 

NCP ช่วยให้ลูกค้าใช้โครงสร้างพื้นฐานไอทีที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถเลือกใช้ฮาร์ดแวร์ ไฮเปอร์สเกลเลอร์ นีโอคลาวด์ และผู้ให้บริการต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรใช้เวอร์ชวลไลซ์ แอปพลิเคชันสมัยใหม่ และเวิร์กโหลด AI บนสภาพแวดล้อมใดก็ได้ เป็นการช่วยให้สามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการด้านไอทีต่าง ๆ ได้ ในขณะเดียวกันยังคงความยืดหยุ่นและทางเลือกในการใช้แพลตฟอร์มในระยะยาว

นายโทมัส คอร์เนลี รองประธานบริหารฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ นูทานิคซ์ กล่าวว่า “ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ ยังคงเดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาวะที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร องค์กรเหล่านั้นจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานไฮบริดมัลติคลาวด์ กับ ความต้องการในการรักษาอำนาจอธิปไตยของข้อมูลและแอปพลิเคชันของตน Nutanix Cloud Platform ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่เดิมได้ดีขึ้น ขยายขีดความสามารถไปยังระบบนิเวศของผู้ให้บริการคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเติบโต ตลอดจนรักษาทางเลือกและควบคุมตำแหน่งที่เวิร์กโหลดทำงานอยู่ได้แม้ในสภาวะที่ความพร้อมของฮาร์ดแวร์และลำดับเวลาการจัดซื้อจะเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม” 

Nutanix Cloud Platform ขยายขีดความสามารถให้รองรับความต้องการของระบบไอทีสำหรับแอปพลิเคชันสมัยใหม่และเวิร์กโหลดด้าน AI ได้อย่างครบวงจร

ความสามารถครบวงจร (full-stack capabilities) ของโซลูชัน NCP ยังคงได้รับการขยายขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมถึงบริการใหม่ ๆ สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI, ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์ (unified storage) และบริการข้อมูลขั้นสูง (advanced data services) การอัปเดตดังกล่าวประกอบด้วย 

  • โซลูชัน Nutanix Agentic AI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบ full-stack ประกาศเปิดตัวในงาน NVIDIA GTC 2026 และขณะนี้อยู่ในช่วงเปิดให้ใช้งานในวงจำกัดก่อนการวางตลาด (early access) นั้น ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถสร้างและใช้แอปพลิเคชัน AI บนแพลตฟอร์ม NCP ได้ ทั้งนี้โซลูชันเวอร์ชันสมบูรณ์จะวางตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่งจะรวมถึง พื้นฐานระบบเวอร์ชวลไลเซชันสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความปลอดภัยและสมรรถนะสูง และการบูรณาการระบบประมวลผล ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย และบริการ Kubernetes เข้าด้วยกัน เพื่อลดความยุ่งยากในการติดตั้งและดำเนินการ ความสามารถทั้งหมดนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถรันเวิร์กโหลดสมัยใหม่และเวิร์กโหลด AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ 
  • NKP Metal ที่เปิดตัว ณ งาน .NEXT 2026 นี้ อยู่ในช่วงเปิดให้ใช้งานในวงจำกัดก่อนการวางตลาด (early access) และจะเริ่มวางตลาดอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โซลูชันนี้เป็นการขยายขีดความสามารถของ Nutanix Kubernetes Platform (NKP) ให้รองรับการติดตั้งใช้งาน Kubernetes ลงบนโครงสร้างพื้นฐานแบบ bare-metal โดยตรง เพื่อมอบประสิทธิภาพสำหรับสภาพแวดล้อมแบบ edge และเวิร์กโหลดการเทรนโมเดล AI ที่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐาน GPU ที่มีความหนาแน่นสูง 
  • Nutanix Unified Storage (NUS) 5.3 ที่วางตลาดแล้วนี้เป็นโซลูชันที่เหมาะอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านการจัดเก็บข้อมูลแบบอ็อบเจ็กต์ (object storage) ไปสู่ระดับการจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงที่จำเป็นสำหรับ AI Factories โซลูชันนี้ขยายความสามารถของ Smart Tiering ให้เคลื่อนย้ายข้อมูลไปยัง Google Cloud และ OVHCloud S3 ได้อย่างราบรื่น พร้อมเพิ่มการปรับขนาดอ็อบเจกต์และการจัดการโควตาในระบบที่รองรับผู้ใช้งานหลายกลุ่มร่วมกัน (multitenant) ให้รองรับ AI data lake ขนาดมหึมา นอกจากนี้ NUS จะเปิดตัวเทคโนโลยีเร่งความเร็ว Remote Direct Memory Access (RDMA) สำหรับ object storage ที่รองรับ S3 ในช่วงปลายปี 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล (throughput) ให้กับชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้เทรน AI และไปป์ไลน์ที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก 
  • โซลูชัน Nutanix Data Lens 2.0 เวอร์ชันอัปเดตพร้อมใช้งาน และสามารถติดตั้งใช้งานกับระบบที่เป็น on-premises ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงในสภาพแวดล้อมที่ถูกตัดขาดจากการเชื่อมต่อภายนอกโดยสิ้นเชิง (air-gapped environments) เวอร์ชันอัปเดตนี้คือการนำความสามารถในการวิเคราะห์แรนซัมแวร์ การตรวจสอบและกำกับดูแลข้อมูล และความสามารถในการมองเห็นฟุตปรินท์ของการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจาย เข้ามาสู่การใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถควบคุมได้ (sovereign) และตัดขาดจากการเชื่อมต่อ (dark-site) ที่ไม่สามารถพึ่งพาระบบความปลอดภัยข้อมูลแบบ SaaS ได้
  • Nutanix และ MongoDB ประกาศความร่วมมือในการผสานรวมระบบที่ได้รับการรับรองและเปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้วในขณะนี้ ระหว่าง Nutanix Database Service และ MongoDB Ops Manager ที่สร้างขึ้นบนโมเดลการสำรองข้อมูลร่วมกับบุคคลที่สามของ MongoDB ทั้งนี้ Nutanix และ MongoDB กำลังร่วมมือกันลดความซับซ้อนในการดำเนินงานด้านฐานข้อมูลให้กับองค์กร ด้วยระบบการจัดสรรทรัพยากรและการบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลแบบอัตโนมัติ ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมของฐานข้อมูล

เสริมแกร่งระบบนิเวศผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ทั่วโลกของ Nutanix

Nutanix Service Provider Central (SP Central) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงการเปิดให้ทดสอบล่วงหน้า เป็นการพัฒนาต่อยอดจากความสามารถต่าง ๆ ที่ Nutanix ได้เพิ่มเข้ามาเพื่อรองรับยุค Agentic AI นำเสนอความสามารถด้านการจัดการผู้ใช้งานใหม่หลายกลุ่มร่วมกัน ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่เป็นพันธมิตรของ Nutanix สามารถให้บริการ AI และโครงสร้างพื้นฐานที่ผู้ให้บริการเทคโนโลยีเป็นเจ้าของและเป็นผู้ดูแล (hosted infrastructure) ที่หลากหลายบนแพลตฟอร์ม NCP ได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันเป็นการช่วยคงความปลอดภัย และการแยกส่วนการทำงานเชิงตรรกะ (logical isolation) ระหว่างผู้เช่าแต่ละรายที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

SP Central จะวางตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และจะช่วยให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสามารถนำเสนอโครงสร้างพื้นฐานแบบ hosted infrastructure ที่ปรับขนาดได้ บริการคลาวด์เนทีฟ และบริการ AI ให้กับลูกค้าของตน ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ลูกค้าคงความสามารถในการควบคุมสภาพแวดล้อมแบบกระจายได้

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายขีดความสามารถของ Nutanix สำหรับผู้ให้บริการทางเทคโนโลยีที่เป็นพันธมิตร และการขับเคลื่อนผู้ให้บริการนีโอคลาวด์ ที่เปิดตัวในครั้งนี้

การขยายตัวสู่ระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐานที่กว้างขวางที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Nutanix

Nutanix ยังคงสนับสนุนเวิร์กโหลดที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเสนอสถาปัตยกรรมการใช้งานที่มีความยืดหยุ่น ครอบคลุมฮาร์ดแวร์ที่เป็นเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่กว้างขวาง ซึ่งช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถใช้ประโยชน์จากเงินลงทุนในฮาร์ดแวร์เดิมที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในสภาวะที่ซัพพลายเชนมีข้อจำกัด 

Nutanix กำลังเสริมความแข็งแกร่งในการบูรณาการกับพันธมิตรในระบบนิเวศทั่วโลกเพื่อให้บรรลุแนวทางดังกล่าว รวมถึงขีดความสามารถต่าง ๆ ที่พร้อมใช้งานแล้วในปัจจุบัน ดังนี้

  • อุปกรณ์ Foundation Central ใหม่ ช่วยลดความซับซ้อนในการติดตั้งใช้งาน Nutanix Cloud Infrastructure และ AHV Hypervisor บนเซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กรที่หลากหลาย ทั้งจาก Cisco, Dell, Fujitsu, HPE และ Lenovo รวมถึงบนแพลตฟอร์ม NX 
  • Dell: Nutanix ได้เพิ่มการรองรับการกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติแบบซิงโครนัส (synchronous disaster recovery) ให้กับ Dell PowerFlex 
  • Everpure: Nutanix ได้ยกระดับการบูรณาการร่วมกับ Everpure โดยขยายการรองรับจาก FlashArray รุ่น //x และ //xl ไปยังแพลตฟอร์ม FlashArray รุ่นใหม่ //c พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติแบบซิงโครนัสของ Nutanix เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการติดตั้งใช้งานที่ดียิ่งขึ้น 

เตรียมพบกับการบูรณาการที่จะตามมาในช่วงปลายปีนี้ ดังนี้

  • AMD: Nutanix ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอของเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ CPUs ของ AMD ร่วมกับผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ชั้นนำทุกราย เพื่อตอบสนองความต้องการของแอปพลิเคชันที่หลากหลาย นอกจากนี้เพื่อช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า Nutanix ยังมีแผนที่จะเพิ่มการรองรับเซิร์ฟเวอร์ประมวลผลที่เร่งความเร็วด้วย GPU ของ AMD สำหรับเวิร์กโหลดด้าน AI โดยเฉพาะ 
  • Cisco: Nutanix ยังคงขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Cisco อย่างต่อเนื่อง โดยการบูรณาการโซลูชันของ Nutanix เข้ากับ Cisco Unified Edge, Cisco Secure AI Factory และ Cisco AI Pod นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดตัว FlexPod ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์ที่ผสานรวมระบบประมวลผลและเครือข่ายของ Cisco, ระบบจัดเก็บข้อมูลของ NetApp และซอฟต์แวร์ของ Nutanix เข้าด้วยกัน โดยคาดว่าจะพร้อมใช้งานในช่วงปลายปีนี้ 
  • Dell: Nutanix มีแผนที่จะวางตลาดการให้การรองรับ Dell PowerStore ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงเปิดให้ทดสอบล่วงหน้า ควบคู่ไปกับการยกระดับระบบอัตโนมัติสำหรับ Dell Private Cloud นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มการรองรับสภาพแวดล้อม Dell PowerFlex Ultra5 อีกด้วย 
  • Lenovo: Nutanix กำลังขยายความร่วมมือกับ Lenovo ด้วยแนวทางแบบฟูลสแต็กซึ่งจะครอบคลุมถึงการรองรับระบบจัดเก็บข้อมูล Lenovo ThinkSystem, เซิร์ฟเวอร์ Lenovo ThinkSystem และระบบอัตโนมัติ XC One 
  • NetApp: Nutanix ยังมีแผนที่จะเพิ่มการรองรับ NetApp ONTAP ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นการขยายขีดความสามารถในการรองรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก (external storage) ไปยังระบบ NetApp AFF all-flash และระบบ FAS hybrid-flash 

เมื่อพิจารณารวมกันแล้ว การเพิ่มขีดความสามารถเหล่านี้ถือเป็นการขยายขอบเขตการรองรับโครงสร้างพื้นฐานครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Nutanix ที่ช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกในการติดตั้งใช้งานที่ผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้วบนแพลตฟอร์มระดับองค์กรชั้นนำ ตลอดจนได้รับความยืดหยุ่นและอิสระในการเลือกใช้ฮาร์ดแวร์อย่างสูงสุด 

NCP ยังมาพร้อมความสามารถในการย้ายข้อมูลแบบ zero-copy ที่พร้อมใช้งานทั่วไปแล้วในขณะนี้ โดยรองรับการย้ายจาก VMware vSphere Virtual Volumes ไปยัง AHV vDisks ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถปรับเปลี่ยนเวิร์กโหลดได้เกือบจะในทันทีภายในระบบเดิม โดยไม่มีการทำสำเนาข้อมูลซ้ำซ้อน ขีดความสามารถนี้จะช่วยเร่งระยะเวลาการย้ายระบบให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดภาระด้านโครงสร้างพื้นฐานและลดการหยุดชะงักของการดำเนินงานให้เหลือน้อยที่สุด 

มอบอำนาจการควบคุมอธิปไตยข้อมูลบนสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดมัลติคลาวด์ทั้งหมด

Nutanix Cloud Clusters (NC2) กำลังได้รับการขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับตัวเลือกการปรับใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้นบนผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (hyperscalers) ซึ่งรวมถึงการเพิ่ม cloud regions ที่มีความปลอดภัยสูงสำหรับภาครัฐอย่าง AWS GovCloud ที่พร้อมใช้งานทั่วไปแล้วในขณะนี้ และ AWS European Sovereign Cloud ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้ การเปิดตัวการรองรับ Hyperdisk และ C3 bare-metal instance บน NC2 on Google Cloud ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 จะช่วยให้ลูกค้ามีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแยกจากส่วนประมวลผลได้อย่างอิสระ และสามารถเลือกใช้ bare-metal instance ประเภทที่ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลภายใน (local storage) ได้ 

ลูกค้าสามารถรันเวิร์กโหลดบนคลาวด์เพื่อตอบโจทย์ด้านข้อกำหนดทางกฎระเบียบ ระยะเวลาในการตอบสนอง หรือความต้องการในการจัดซื้อได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างใด ๆ ในขณะที่ยังคงรักษาความยืดหยุ่นในการย้ายเวิร์กโหลดเหล่านั้นกลับมายังระบบภายในองค์กร (on-premises) ได้เสมอ สำหรับองค์กรที่กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการจัดหาฮาร์ดแวร์ ทางเลือกเหล่านี้มอบความยืดหยุ่นในการปรับใช้และขยายขนาดเวิร์กโหลดที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องเผชิญกับความล่าช้าเป็นเวลานาน 

การจัดการคลาวด์แบบรวมศูนย์ เพื่อสร้าง ดำเนินงาน และกำกับดูแลระบบคลาวด์สำหรับองค์กรยุคใหม่ที่มีการกระจายตัว (Modern Distributed Enterprise Cloud) 

การที่โครงสร้างพื้นฐานขยายตัวครอบคลุมทั้งบนคลาวด์ ระบบภายในองค์กร และสภาพแวดล้อมแบบอธิปไตยข้อมูล องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องมีวิธีการที่สอดคล้องกันในการสร้าง ดำเนินงาน และกำกับดูแลไซต์ขนาดใหญ่และสินทรัพย์ไอทีที่มีการกระจายตัว ซึ่งรวมถึงสภาพแวดล้อมที่ต้องการความปลอดภัยอย่างสูงและมีการตัดขาดจากการเชื่อมต่อภายนอกอย่างสิ้นเชิง

Nutanix Cloud Manager (NCM 2.0) พร้อมใช้งานทั่วไปแล้วในขณะนี้ สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมใหม่ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการคลัสเตอร์จำนวนมหาศาลได้ตามต้องการ ครอบคลุมอินสแตนซ์ Prism Central (PC) หลากหลายชุด 

  • NCM 2.0 มาพร้อมกับระบบการจัดการแบบหลายไซต์และหลายโดเมน (multisite, multidomain management) ที่ช่วยให้การปฏิบัติงานในระบบขนาดใหญ่เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมีเวิร์กโฟลว์การเริ่มต้นใช้งานรูปแบบใหม่ที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งช่วยให้สามารถบริหารจัดการ Prism Central (PC) หลายชุดได้จากคอนโซลเดียว ทำให้ทีมงานสามารถรวมศูนย์การจัดการข้อมูลทรัพยากร การแจ้งเตือน เพลย์บุ๊ก การรายงานผล การวางแผนขยายขีดความสามารถ รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์จำลองเข้าไว้ด้วยกัน โดยไม่ต้องพึ่งพาคอนโซลและสคริปต์ที่แยกส่วนกัน 
  • นอกจากนี้ NCM 2.0 ยังได้นำ Cost Governance on-premises มาไว้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มใหม่ ช่วยขจัดความจำเป็นในการใช้แอปพลิเคชัน SaaS แยกต่างหาก ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นไร้รอยต่อ ทั้งในส่วนของ AIOps, Self-Service และ Cost Governance ทั้งนี้ Cost Governance ซึ่งให้บริการผ่านคอนโซลหนึ่งเดียวของ NCM จะช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตามการวัดผลการใช้งาน สรุปค่าใช้จ่ายตามหน่วยงาน และกำหนดงบประมาณ ในขณะที่ยังคงสามารถเก็บรักษาข้อมูลด้านต้นทุนทั้งหมดไว้ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานของตนเอง 

ความพร้อมในการให้บริการ

การเพิ่มความสามารถและการเปิดตัวต่าง ๆ เกี่ยวกับ NCP ที่ประกาศในครั้งนี้ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่วางตลาดแล้ว และผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะพร้อมใช้งานในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่