นูทานิคซ์ คาดการณ์ทางเทคโนโลยี ปี 2026

นูทานิคซ์ คาดการณ์ทางเทคโนโลยี ปี 2026

นูทานิคซ์ คาดการณ์ทางเทคโนโลยี ปี 2026

บทความโดย
นายลี แคสเวลล์, รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชัน, นูทานิคซ์
นายเดโบโชติ ดัตตา, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปัญญาประดิษฐ์, นูทานิคซ์

องค์กรจำนวนมากมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในการประยุกต์ใช้ AI ทั้งเรื่องของการกำหนดกลยุทธ์ด้านไอที โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงความปลอดภัยไซเบอร์ ผลสำรวจ Enterprise Cloud Index (ECI) ล่าสุดของนูทานิคซ์ เผยแนวโน้มสำคัญไม่ว่าจะเป็นความท้าทายในการปรับขนาดเวิร์กโหลด GenAI จากการพัฒนาสู่การใช้งานจริง การกำกับดูแลข้อมูลที่เกิดจากการใช้ GenAI ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ และการบูรณาการกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีอยู่เดิม

นายลี แคสเวลล์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชัน ของนูทานิคซ์ และนายเดโบโชติ ดัตตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ ของนูทานิคซ์ ได้คาดการณ์ AI ในปี 2026 เพื่อเป็นแนวทางให้องค์กรต่าง ๆ เตรียมพร้อมปลดล็อกและใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

ธุรกิจต่าง ๆ จะเปลี่ยนจาก AI-first สู่ AI-smart

องค์กรหลายแห่งกระโจนเข้าใช้ AI (AI-first) อย่างรวดเร็วโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา และขาดการวางแผนอย่างชัดเจนว่าจะใช้ AI กับงานส่วนใดของธุรกิจได้บ้างจริง ๆ เช่นเดียวกับช่วงที่กระแส cloud-first มาแรง ที่สุดท้ายแล้วองค์กรต่างต้องเริ่มกลับมาประเมินเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ของตัวเองใหม่ และพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะนำ AI ไปใช้งานในส่วนใดจึงจะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรบ้าง

แอปพลิเคชัน AI กลายเป็นแอปพลิเคชันสำคัญต่อธุรกิจจนขาดไม่ได้อย่างรวดเร็วกว่าแอปฯ รูปแบบอื่นที่เราเคยเห็นมา ในปี 2026 องค์กรต่าง ๆ จะเริ่มผสานรวม AI เข้ากับระบบไอทีหลักขององค์กรโดยเน้นสามด้านสำคัญคือ ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ, การจัดการและบำรุงรักษาระบบหลังการติดตั้ง (day two operations) และ ความปลอดภัย

การมาถึงของ Enterprise AGI ที่ใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะ โดยมี AI Agents เป็นตัวขับเคลื่อน

โมเดลและระบบ AI ที่มีศักยภาพสูงในปัจจุบัน สามารถทำงานที่ยากมาก ๆ ที่แม้แต่มนุษย์ผู้เชี่ยวชาญที่สุดยังต้องยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ขั้นสูง หรือการเขียนโค้ดที่ซับซ้อน เมื่อมีการนำขีดความสามารถระดับสูงเหล่านี้มาปรับใช้และบูรณาการเข้ากับระบบขององค์กรผ่าน AI agents ก็จะทำให้ใกล้ถึงจุดที่ระบบสามารถทำงานในระดับที่ใกล้เคียงกับ AGI ซึ่งมีศักยภาพในการดำเนินงานส่วนใหญ่ขององค์กรให้สำเร็จได้อย่างเบ็ดเสร็จ

การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความเป็นอิสระและมีอำนาจจัดการเบ็ดเสร็จด้วยตนเอง โดยเฉพาะนอกประเทศสหรัฐอเมริกา

การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้หลายประเทศเริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีอิสระและควบคุมได้ด้วยตนเอง (Sovereign AI infrastructure) ทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ทั้งในส่วนของการใช้งานทางธุรกิจทั่วไปและด้านอื่น ๆ ได้

โดยเริ่มจากการมี GPU farms ระบบพลังงานและพื้นที่ใช้งานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงสแต็กซอฟต์แวร์และโมเดลพื้นฐาน เป็นของตนเอง และทั้งหมดนี้จะได้รับการปรับแต่งให้ตรงความต้องการเฉพาะด้วยข้อมูลที่เป็นสิทธิ์และอยู่ในการควบคุมของตนเอง ซึ่งจะทำให้เกิดสแต็กโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์ใหม่ในที่สุด

Sovereign edge จะยังคงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

AI คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานมีลักษณะกระจายตัวมากขึ้น เพราะ AI เริ่มขยายขอบเขตไปประมวลผล ณ จุดกำเนิดของข้อมูล (edge) มากขึ้น องค์กรจึงต้องพิจารณาถึงเรื่องของการบริหารจัดการที่ต้องทำได้ทั่วโลก ความปลอดภัยแบบกระจายศูนย์ นโยบายการกู้คืนและทำลายระบบจากระยะไกล (remote recovery/destruction policies) ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการใช้เทคโนโลยี sovereign edge นอกจากนี้องค์กรยังต้องพึ่งพาวิศวกรรมด้านแพลตฟอร์มให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

การใช้ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ธุรกิจต่างมองหาวิธีการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI ภายในพื้นที่การทำงานที่อยู่ในอำนาจควบคุมของตนเอง ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้โซลูชันด้านการบริหารจัดการที่ใช้ได้ทั่วโลกที่ผนวกรวมระบบความปลอดภัย และความแข็งแกร่งของการทำงานที่ edge เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อการควบคุมดูแลที่มีประสิทธิภาพ

การเติบโตอย่างรวดเร็วของ open generative AI และ Agents ที่ทำงานอยู่ภายในองค์กร

แม้จะยังมีความกังวลเกี่ยวกับ AI อยู่ไม่น้อย แต่ประโยชน์ที่ได้รับนั้นชัดเจนและจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกามีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากห้องปฏิบัติการด้านการพัฒนาโมเดลพื้นฐานต่าง ๆ และแอปพลิเคชันเปลี่ยนโลกอย่าง Cursor ในขณะที่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เกิดกระแสโอเพ่นโมเดลอย่างกว้างขวาง เช่น DeepSeek, Mistral และอื่น ๆ โมเดลเหล่านี้ได้รับการปรับแต่งด้วยข้อมูลเฉพาะที่อยู่ในการควบคุมขององค์กร เพื่อนำไปใช้งานภายในองค์กรนั้น ๆ

ปัจจุบันเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่อาศัยการทำงานร่วมกับโมเดล open weights ที่พัฒนานอกประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถทำงานเทียบเคียงได้กับแอปพลิเคชัน AI ชั้นนำแล้ว นูทานิคซ์คาดว่าเทคโนโลยีที่เป็นระบบเปิดนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่ปรากฎการณ์ที่ความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นตามประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีตามแนวคิด Jevon’s Paradox และจะเป็นแรงกดดันให้ค่ายโมเดลในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องลงมาแข่งขันในตลาด open weights models อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังก้าวสู่ทศวรรษแห่งสงครามแพลตฟอร์ม 

เรากำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่วงการเทคโนโลยีจะเต็มไปด้วยการขับเคี่ยวกันเพื่อชิงความเป็นใหญ่ในด้านแพลตฟอร์ม ที่ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่งอีกต่อไป แต่จะวัดกันที่ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของทั้งแพลตฟอร์ม องค์กรต่างๆ จะให้ความสำคัญกับโซลูชันที่เน้นเป็นแบบแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อย ๆ โซลูชันที่ให้ความอิสระในการเลือกใช้เทคโนโลยี ควบคู่ไปกับความสามารถที่จะตอบโจทย์ตามลำดับความสำคัญหลักสามประการ ได้แก่ ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น (resiliency) การปรับปรุงฮาร์ดแวร์ให้ทันสมัย และ การยกระดับซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย

เส้นทางสู่การสร้างนวัตกรรมที่เร็วที่สุดจะเกิดจากแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการให้อิสระในการเลือกใช้คอนเทนเนอร์ต่าง ๆ อิสระในการเลือกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) และการเลือกหน่วยประมวลผลกราฟฟิก (GPUs) ผู้ให้บริการที่สามารถบูรณาการทางเลือกเหล่านี้เข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วจะเป็นผู้คว้าชัยในยุคนี้  ขณะที่องค์กรที่เลือกใช้แพลตฟอร์มที่สมบูรณ์ที่สุด จะสามารถบริหารจัดการแอปพลิเคชันทั้งแบบดั้งเดิมและแอปพลิเคชันใหม่ที่ติดตั้งอยู่บนไฮบริดคลาวด์ รวมถึง ณ sovereign edge ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Nutanix Announces Key Innovations for Enhanced Hybrid Cloud Efficiency, Storage, Security, Cloud Native Operations, and AI Adoption

Nutanix เปิดตัวนวัตกรรมที่เป็นกุญแจปลดล็อกประสิทธิภาพของ ไฮบริดคลาวด์ การจัดเก็บข้อมูล การรักษาความปลอดภัย การดำเนินงานแบบ cloud native และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ AI

Nutanix Announces Key Innovations for Enhanced Hybrid Cloud Efficiency, Storage, Security, Cloud Native Operations, and AI Adoption

At its annual .NEXT conference, Nutanix introduced several new features and strategic partnerships designed to boost efficiency in hybrid cloud environments, deliver enterprise-grade Kubernetes® management, leverage external storage, strengthen security, and advance AI adoption. Attendees learned how Nutanix is expanding its future-ready platform and partner ecosystem to help organizations modernize infrastructure, run both virtualized and containerized apps and data anywhere, and innovate with agentic AI. 

Mr. Noppadol Punyatipat, Country Manager, Nutanix (Thailand) said, “Technology innovation is happening faster than ever, with tools like generative AI reshaping enterprise IT strategy, infrastructure and security. Working with our partners, we’re helping organisations unlock their potential in this era. The updates we shared at .NEXT underscore Nutanix’s commitment to empowering Thailand’s businesses with a platform to run their apps and data anywhere, accelerating innovation with a complete, enterprise-ready cloud-native solution across on-premises, hybrid, and multicloud environments. Our future-ready, modernized platform, offers a simpler path to enterprise AI and seamless migration to the cloud. The future starts now with Nutanix.”

Nutanix Enables Agentic AI Anywhere with Latest Release of Nutanix Enterprise AI

Nutanix announced the latest version of Nutanix Enterprise AI (NAI), featuring deep integration with NVIDIA Enterprise AI, including NVIDIA NIM™ and NVIDIA NeMo™ framework. This release is aiming to accelerate the deployment of Agentic AI applications in the enterprise by simplifying the building, running, and management of models and inferencing services across various environments. The updated NAI offering extends a shared model service methodology, streamlining resources and models for multiple applications, and includes a centralized LLM model repository designed for secure and private connections to generative AI applications and agents.

Nutanix and Pure Storage Deliver Greater Customer Choice with New Integrated Solution for Mission-Critical Workloads

Nutanix and Pure Storage announced a partnership to provide a deeply integrated solution for mission-critical workloads. This collaboration combines Nutanix Cloud Infrastructure, powered by the Nutanix AHV hypervisor and Nutanix Flow virtual networking and security, with Pure Storage FlashArray over NVMe/TCP. The integrated solution offers flexibility, security, and scalability, designed to meet the high-performance demands of modern IT environments, including AI applications. This partnership comes at a crucial time as IT leaders navigate the evolving virtualization market to find a solution that will enhance operational effectiveness.

Nutanix Announces Cloud Native AOS to Extend Enterprise Value to Kubernetes Anywhere

Nutanix introduced Cloud Native AOS, a new solution that extends Nutanix enterprise storage and advanced data services to hyperscaler Kubernetes® services and cloud native bare metal environments without requiring a hypervisor. This innovation enables developers to build portable cloud native applications with mission-critical data resiliency across various infrastructures. Cloud Native AOS simplifies day two operations for Kubernetes applications and consolidates storage management across the distributed hybrid cloud, enhancing data protection, replication, and restoration.

Nutanix Introduces Nutanix Cloud Infrastructure for External Storage

Nutanix is pleased to announce the general availability of NCI Compute, enabling customers to leverage external storage with Nutanix Cloud Platform. The first supported solution, Dell PowerFlex, is designed for mission-critical environments requiring high resiliency, security, scalability, and performance. This integration offers VM-centric disaster recovery, security, and automation, providing flexible deployment options. Dell PowerFlex with Nutanix Cloud Platform will be offered alongside Dell’s HCI appliance, Dell XC Plus, giving customers choice and flexibility. For PowerFlex customers, this joint solution offers an enterprise cloud platform with Nutanix AHV as a new hypervisor option for demanding environments. Additionally, Cisco and Pure Storage are expanding their partnership of more than 60 validated designs to include Nutanix in the portfolio for a FlashStack with Nutanix solution.

Nutanix Announces Public Preview of Nutanix Cloud Clusters on Google Cloud

Nutanix announced the public preview of Nutanix Cloud Clusters (NC2) on Google Cloud, expanding workload mobility and hybrid cloud capabilities. This solution allows organizations to deploy the Nutanix hyperconverged software stack on Google Cloud Z3 bare-metal instances, enabling quick migration, app modernization, and disaster recovery. NC2 on Google Cloud integrates advanced cloud platform features like AI, Kubernetes, and database management, providing a consistent operating model across hybrid and multicloud environments. This preview program is a key milestone in the Nutanix commitment to hybrid multicloud, building on NC2’s successful support for AWS and Azure.

Nutanix Unveils Omnissa Horizon Integration on AHV for Enhanced VDI and App Delivery

Nutanix announced a partnership with Omnissa to integrate Omnissa Horizon with the Nutanix AHV hypervisor. This collaboration offers organizations more flexibility in deploying virtual desktop infrastructure (VDI) on Nutanix Cloud Infrastructure (NCI). With Omnissa Horizon running on NCI with AHV, customers can manage VDI across on-premises, private clouds, and public cloud providers through a unified platform. This integration simplifies app delivery, enhances operational efficiency, and provides a secure, high-performance desktop experience for hybrid workforces and high-security environments.

Nutanix and Canonical Partner to Simplify Kubernetes Deployments with Nutanix Kubernetes Platform and Ubuntu Pro

Nutanix announced a partnership with Canonical to enhance the Nutanix Kubernetes Platform (NKP) with built-in support for Ubuntu Pro. This integration simplifies Kubernetes installation and adoption, offering a trusted, enterprise-ready Linux platform for AI workloads. Ubuntu Pro provides 10+ years of security maintenance, Linux kernel vulnerability patching without system reboots, and the ability to run Linux FIPS 140 workloads. NKP customers will benefit from seamless, secure, and stable images, ensuring their systems are up-to-date and protected against vulnerabilities.

Nutanix Introduces Simplified Multi-Cluster Citrix Management on Prism Central on AHV

Nutanix announced support for multi-cluster Citrix environments hosted on the Nutanix AHV hypervisor, fully integrated with Nutanix Prism Central. This solution allows customers to manage multiple clusters of Citrix Virtual Apps and Desktops from a single control plane, simplifying operations and enhancing security. It also supports seamless integration across AWS and Microsoft Azure with Nutanix Cloud Clusters (NC2), optimizing image management and operational efficiency. This collaboration continues to empower businesses with reliable virtual desktop infrastructure solutions.

Nutanix Announces Expansion of Security Ecosystem and Simplified Compliance

Nutanix announced enhancements to its security ecosystem, integrating with key cybersecurity partners and aligning with the NIST Cybersecurity Framework 2.0. These updates include partnerships with Qualys, Tenable, CyberArk, Check Point, Palo Alto Networks, F5, Cohesity, HYCU, Rubrik, Veeam, CrowdStrike, BigID, AccuKnox, and Sysdig. The expanded ecosystem aims to provide a defense-in-depth posture across application, data, network, identity, and cloud security, simplifying compliance and supporting robust security operations for Nutanix Cloud Platform (NCP) customers. 

Nutanix Rolls Out Key Updates to Nutanix Cloud Clusters

Nutanix unveiled several significant updates to Nutanix Cloud Clusters (NC2), enhancing workload mobility, disaster recovery, and operational efficiency across hybrid and multicloud environments. Key announcements include the public preview of NC2 on Google Cloud starting June 20th, new features for Multicloud Snapshot Technology (MST) supporting Azure Blob Storage, and multi-site support for MST. Additionally, Nutanix introduced Elastic SAN support for NC2 on Azure, availability of i7 family of bare-metal instances from AWS, separate gateways for each VPC in AWS, increased VLAN subnets per cluster with native networking in AWS, and new NC2 regions including Mexico Central, Thailand, Taiwan, New Zealand, and Canada.

These updates highlight the company’s dedication to simplifying cloud operations and helping businesses achieve greater resilience while driving innovation in hybrid and multicloud environments. For full details of the .NEXT 2025 announcements and for other news updates, please visit the Nutanix Newsroom and Nutanix blog page.

Nutanix เปิดตัวนวัตกรรมที่เป็นกุญแจปลดล็อกประสิทธิภาพของ ไฮบริดคลาวด์ การจัดเก็บข้อมูล การรักษาความปลอดภัย การดำเนินงานแบบ cloud native และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ AI

Nutanix เปิดตัวนวัตกรรมที่เป็นกุญแจปลดล็อกประสิทธิภาพของ ไฮบริดคลาวด์ การจัดเก็บข้อมูล การรักษาความปลอดภัย การดำเนินงานแบบ cloud native และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ AI

Nutanix เปิดตัวนวัตกรรมที่เป็นกุญแจปลดล็อกประสิทธิภาพของไฮบริดคลาวด์ การจัดเก็บข้อมูล การรักษาความปลอดภัยการดำเนินงานแบบ cloud native และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ AI

นูทานิคซ์ (Nutanix) ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่และกลยุทธ์ด้านพันธมิตรหลายรายการ ณ งานประชุม .NEXT โดยฟีเจอร์และกลยุทธ์เหล่านี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์เพื่อมอบการจัดการ Kubernetes® แบบ enterprise-grade เพื่อการใช้ประโยชน์จากสตอเรจภายนอกเสริมแกร่งด้านความปลอดภัย และส่งเสริมการใช้ AI ให้มากขึ้น ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้วิธีการที่ Nutanix กำลังขยายแพลตฟอร์มที่พร้อมรองรับอนาคต และขยายระบบนิเวศพันธมิตร เพื่อช่วยองค์กรต่าง ๆ ปรับโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย และสามารถใช้งาน virtualized และ containerized applications และสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ รวมถึงการสร้างนวัตกรรมด้วย Agentic AI

นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย นูทานิคซ์ กล่าวว่า “นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน การเกิดขึ้นของเครื่องมือใหม่ ๆ เช่น generative AI เข้ามาพลิกโฉมการกำหนดกลยุทธ์ด้านไอที โครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยไซเบอร์ขององค์กร นูทานิคซ์ผสานความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อช่วยองค์กรปลดล็อกและใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ การอัปเดทต่าง ๆ ที่เราประกาศ ณ งาน .NEXT ตอกย้ำความมุ่งมั่นของนูทานิคซ์ในการเสริมแกร่งธุรกิจไทยด้วยแพลตฟอร์มที่เรียกใช้แอปพลิเคชันและข้อมูลได้ทุกที่ เร่งสร้างนวัตกรรมด้วยโซลูชัน cloud-native ที่สมบูรณ์แบบ และพร้อมให้องค์กรได้ใช้บนสภาพแวดล้อมทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น on-premises, ไฮบริด หรือ มัลติคลาวด์ แพลตฟอร์มที่ทันสมัยและพร้อมรองรับอนาคตของเรานี้ เป็นรากฐานที่ช่วยให้องค์กรใช้ AI ได้ง่ายขึ้น สามารถย้ายเวิร์กโหลดไปยังคลาวด์ได้อย่างราบรื่น และองค์กรสามารถเริ่มเส้นทางสู่อนาคตได้ทันทีด้วยนูทานิคซ์”

Nutanix ช่วยให้สามารถใช้ Agentic AI ได้ทุกที่ ด้วยการเปิดตัว Nutanix Enterprise AI รุ่นล่าสุด

Nutanix เปิดตัว Nutanix Enterprise AI (NAI) เวอร์ชันล่าสุดที่บูรณาการเชิงลึกเข้ากับ NVIDIA Enterprise AI ซึ่งรวมถึง NVIDIA NIM™ และเฟรมเวิร์ก NVIDIA NeMo™ การเปิดตัวเวอร์ชันใหม่ครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเร่งการใช้แอปพลิเคชัน Agentic AI ในองค์กร ด้วยการทำให้การสร้าง การเรียกใช้ และการจัดการโมเดลและบริการด้านการอนุมานต่าง ๆ บนสภาพแวดล้อมหลากหลายทำได้ง่ายขึ้น NAI ที่อัปเดตนี้ขยายวิธีการบริการโมเดลที่ใช้ร่วมกัน ทำให้ทรัพยากรและโมเดลสำหรับหลายแอปพลิเคชันมีความคล่องตัวขึ้น และยังรวมถึงที่เก็บโมเดล LLM แบบรวมศูนย์ที่ออกแบบมาเพื่อการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวกับแอปพลิเคชันและ Agent AI เชิงสร้างสรรค์

Nutanix และ Pure Storage มอบทางเลือกที่ดีขึ้นให้ลูกค้า ด้วยโซลูชันใหม่ที่บูรณาการมา เพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจ

Nutanix และ Pure Storage ประกาศความร่วมมือในการนำเสนอโซลูชันที่มีการบูรณาการเชิงลึกเพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่สำคัญต่อการทำธุรกิจ โดยการผสานรวม Nutanix Cloud Infrastructure ที่ใช้ขุมพลังของ Nutanix AHV hypervisor และ Nutanix Flow virtual networking และประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย เข้ากับ Pure Storage FlashArray บน NVMe/TCP โซลูชันแบบบูรณาการนี้นำเสนอความยืดหยุ่น ความปลอดภัย และความสามารถในการปรับขนาดการใช้งาน ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมไอทีสมัยใหม่ที่ต้องการใช้โซลูชันสมรรถนะสูง ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชัน AI ต่าง ๆ ด้วย ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นในเวลาสำคัญที่ผู้รับผิดชอบด้านไอทีต่างมองหาแนวทางจัดการกับตลาดเวอร์ชวลไลเซชันที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพื่อหาโซลูชันที่จะช่วยให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Nutanix เปิดตัว Cloud Native AOS ช่วยองค์กรใช้ Kubernetes ได้ทุกที่

Nutanix เปิดตัว Cloud Native AOS โซลูชันใหม่ที่ขยายบริการสตอเรจระดับองค์กรและบริการด้านข้อมูลขั้นสูงของ Nutanix ไปยังบริการ hyperscaler Kubernetes® และสภาพแวดล้อม cloud native bare metal โดยไม่ต้องพึ่งพาไฮเปอร์ไวเซอร์ นวัตกรรมนี้ช่วยให้นักพัฒนาสร้าง portable cloud native แอปพลิเคชัน ที่สามารถทำงานได้บนคลาวด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพับลิค ไพรเวทหรือไฮบริด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับข้อมูลสำคัญๆ ของธุรกิจ บนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความหลากหลาย Cloud Native AOS ช่วยให้การจัดการ (Day-2 Operations) สำหรับแอปพลิเคชัน Kubernetes ง่ายขึ้น และรวมการจัดการพื้นที่เก็บข้อมูลทั่วทั้งระบบคลาวด์แบบไฮบริดที่กระจายตัว (distributed hybrid cloud)​ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องข้อมูล การจำลองข้อมูล และการกู้คืนข้อมูล

Nutanix เปิดตัว Nutanix Cloud Infrastructure for External Storage

Nutanix ประกาศวางตลาด (general availability) NCI Compute ที่ช่วยให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จาก external storage กับ Nutanix Cloud Platform ได้ โซลูชันแรกที่รองรับคือ Dell PowerFlex ที่ออกแบบเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่สำคัญต่อการดำเนินงานของธุรกิจ ซึ่งต้องการความแข็งแกร่ง ความปลอดภัย ความสามารถในการปรับขนาด และสมรรถนะในระดับสูง การบูรณาการนี้นำเสนอการกู้คืนระบบ การรักษาความปลอดภัย และระบบอัตโนมัติ ที่มีเวอร์ชวลแมชชีนเป็นศูนย์กลาง ให้เป็นทางเลือกการใช้งานที่ยืดหยุ่นให้กับลูกค้า Dell PowerFlex with Nutanix Cloud Platform จะนำเสนอควบคู่กับ Dell XC Plus ซึ่งเป็นอุปกรณ์ HCI ของ Dell เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่ยืดหยุ่น โซลูชันร่วมนี้ นำเสนอแพลตฟอร์มคลาวด์ระดับองค์กรที่มี Nutanix AHV เป็นไฮเปอร์ไวเซอร์ทางเลือกใหม่เพื่อใช้กับสภาพแวดล้อมที่ต้องการประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ สูง ให้กับลูกค้าที่ใช้ PowerFlex นอกจากนี้ Cisco และ Pure Storage กำลังเพิ่มความร่วมมือกับ Nutanix โดยมีความร่วมมือมากกว่า 60 การออกแบบที่ผ่านการรับรองแล้ว (validated designs)เพื่อรวม Nutanix ไว้ในฟอร์ตโฟลิโอสำหรับ  FlashStack กับทาง Nutanix solution

Nutanix ประกาศเปิดตัว Nutanix Cloud Clusters บน Google Cloud ในรูปแบบ Public Preview

Nutanix เปิดตัว Nutanix Cloud Clusters (NC2) on Google Cloud ในรูปแบบ public preview เป็นการขยายความสามารถในการย้ายเวิร์กโหลดและความสามารถของไฮบริดคลาวด์ โซลูชันนี้ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ Nutanix hyperconverged software stack บน Google Cloud Z3 bare-metal instances ช่วยให้โยกย้าย ปรับแอปพลิเคชันให้ทันสมัย และกู้คืนระบบจากความเสียหาย ได้อย่างรวดเร็ว NC2 on Google Cloud ผสานรวมฟีเจอร์ต่าง ๆ ของแพลตฟอร์มคลาวด์ประสิทธิภาพล้ำหน้า เช่น AI, Kubernetes และการบริหารจัดการฐานข้อมูลมอบรูปแบบการทำงานที่สอดคล้องกันที่ใช้ได้กับสภาพแวดล้อมไฮบริดและมัลติคลาวด์ การเปิด public preview นี้เป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งในความมุ่งมั่นของ Nutanix ต่อการพัฒนาไฮบริดมัลติคลาวด์ เพิ่มเติมจากความสำเร็จในการใช้ NC2 ร่วมกับ AWS และ Azure

Nutanix เปิดตัวการผสาน Omnissa Horizon ไว้ใน AHV เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ VDI และ App Delivery

Nutanix ร่วมมือกับ Omnissa ผสานรวม Omnissa Horizon เข้ากับ Nutanix AHV hypervisor เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ ใช้โครงสร้างพื้นฐานเวอร์ชวลเดสก์ท็อป (VDI) บนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ Nutanix (Nutanix Cloud Infrastructure: NCI) ได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อ Omnissa Horizon รันบน NCI ด้วย AHV ลูกค้าจะสามารถจัดการ VDI บนระบบในองค์กร (on-premises),ไพรเวทคลาวด์ และบนบริการพับลิคคลาวด์ของผู้ให้บริการต่าง ๆ ได้ผ่านแพลตฟอร์มเดียว การบูรณาการนี้ช่วยให้การส่งมอบแอปพลิเคชัน (app delivery) ง่ายขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และมอบประสบการณ์การใช้ เดสก์ท็อปสมรรถนะสูงและปลอดภัยให้กับพนักงานที่ทำงานแบบไฮบริด รวมถึงช่วยให้การทำงานบนสภาพแวดล้อมต่าง ๆ มีความปลอดภัยสูง

Nutanix และ Canonical ร่วมมือกัน ทำให้การใช้ Kubernetes ง่ายขึ้น ด้วย Nutanix Kubernetes Platform และ Ubuntu Pro

Nutanix ร่วมมือกับ Canonical เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Nutanix Kubernetes Platform (NKP) ด้วยการเป็น built-in support ให้กับ Ubuntu Pro การบูรณาการนี้ช่วยให้ติดตั้งและใช้ Kubernetes ได้ง่ายขึ้น เป็นการนำเสนอแพลตฟอร์ม Linux ที่เชื่อถือได้และพร้อมใช้ในระดับองค์กรสำหรับการใช้เวิร์กโหลด AI ต่าง ๆ Ubuntu Pro มีการบำรุงรักษาระบบความปลอดภัยมากกว่า 10 ปี แพตช์ช่องโหว่ของ Linux kernel ได้โดยไม่ต้องรีบูตระบบ และสามารถรันเวิร์กโหลด Linux FIPS 140 ได้ ลูกค้าที่ใช้ NKP จะได้ประโยชน์จากอิมเมจที่มีความเสถียร ปลอดภัย และลื่นไหลไร้รอยต่อ (seamless) ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบต่าง ๆ จะได้รับการอัปเดทให้เป็นปัจจุบันและได้รับการป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ต่าง ๆ

Nutanix เปิดตัวการจัดการ Multi-Cluster Citrix บน Prism Central on AHV ที่เรียบง่าย

Nutanix ประกาศสนับสนุนสภาพแวดล้อม multi-cluster ของ Citrix ที่โฮสต์บน Nutanix AHV hypervisor โดยการผสานรวมเข้ากับ Nutanix Prism Central เต็มรูปแบบ โซลูชันนี้ช่วยให้ลูกค้าจัดการ multiple clusters ของ Citrix Virtual Apps and Desktops จาก control plane เดียว ช่วยให้ทำงานง่ายและปลอดภัยมากขึ้น และยังรองรับการผสานรวม AWS และ Microsoft Azure เข้ากับ Nutanix Cloud Clusters (NC2) ได้อย่างราบรื่น ช่วยให้การจัดการอิมเมจ และการดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความร่วมมือนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานเวอร์ชวลเดสก์ท็อปที่เชื่อถือได้

Nutanix ประกาศขยายระบบนิเวศด้านความปลอดภัยและลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

Nutanix ประกาศปรับปรุงระบบนิเวศด้านความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการผสานรวมกับพันธมิตรด้านความปลอดภัยไซเบอร์รายสำคัญ ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพให้รองรับ NIST Cybersecurity Framework 2.0 การอัปเดทเหล่านี้รวมถึงความร่วมมือกับ Qualys, Tenable, CyberArk, Check Point, Palo Alto Networks, F5, Cohesity, HYCU, Rubrik, Veeam, CrowdStrike, BigID, AccuKnox, และ Sysdig การขยายระบบนิเวศครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อมอบการป้องกันเชิงลึกให้กับแอปพลิเคชัน ข้อมูลเน็ตเวิร์ก อัตลักษณ์ และความปลอดภัยในการใช้คลาวด์, ทำให้ทำตามกฎระเบียบได้ง่ายขึ้น และสนับสนุนการทำงานด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งให้ลูกค้าที่ใช้ Nutanix Cloud Platform (NCP)

Nutanix ประกาศอัปเดต Nutanix Cloud Clusters ครั้งใหญ่

Nutanix เผยการอัปเดต Nutanix Cloud Clusters (NC2) ครั้งสำคัญหลายประการ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการย้ายเวิร์กโหลด การกู้คืนระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนสภาพแวดล้อมไฮบริดและมัลติคลาวด์ การอัปเดทสำคัญ ประกอบด้วย public preview of NC2 บน Google Cloud เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน, ฟีเจอร์ใหม่ ๆ สำหรับ Multicloud Snapshot Technology (MST) ที่รองรับ Azure Blob Storage, และ multi-site support สำหรับ MST นอกจากนี้ Nutanix ยังได้ประกาศการสนับสนุน Elastic SAN กับ NC2 บน Azure, ความพร้อมใช้ของ i7 family ของ bare-metal instances จาก AWS, เกตเวย์แยกสำหรับแต่ละ VPC ใน AWS, เพิ่ม VLAN subnets per cluster ด้วย native networking ใน AWS, และ NC2 regions ใหม่ ซึ่งรวมถึง เม็กซิโกกลาง ไทย ไต้หวัน นิวซีแลนด์ และแคนาดา

การอัปเดทดังกล่าวข้างต้นทั้งหมดเป็นการเน้นย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการลดความซับซ้อนของการทำงานบนคลาวด์ และ การช่วยธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมบนไฮบริดและมัลติคลาวด์ ท่านสามารถอ่านรายละเอียดประกาศและข่าวต่าง ๆ จากงาน .NEXT ได้ที่ ห้องข่าวของ Nutanix และ บล็อกเพจของ Nutanix

Nutanix Announces Cloud Native AOS to Extend the Enterprise Value of its Data Platform to Kubernetes Anywhere

Nutanix เปิดตัว Cloud Native AOS ขยายการใช้งาน Data Platform ขององค์กรไปยัง Kubernetes ใดก็ได้

Nutanix Announces Cloud Native AOS to Extend the Enterprise Value of its Data Platform toKubernetes Anywhere

New solution enables developers to simply build truly portable cloud-native applications with mission-critical data resiliency anywhere

.NEXT Conference – Nutanix (NASDAQ: NTNX), a leader in hybrid multicloud computing, announced the Cloud Native AOS solution, which extends Nutanix enterprise storage and advanced data services to hyperscaler Kubernetes® services and cloud-native bare-metal environments – without requiring a hypervisor.

As data becomes more distributed, users seek a consistent way to protect, replicate, and restore data across Kubernetes infrastructure in data centers, bare-metal edge locations and cloud-native hyperscalers. What’s been missing is a common data platform that can run across bare-metal, virtualized, and containerized infrastructure.

Cloud Native AOS completes this puzzle with storage and data services that can run directly on cloud-native infrastructure anywhere, in the cloud or on bare metal. By eliminating the need for a hypervisor, this new solution allows users to consolidate storage management across the distributed hybrid cloud.

This new solution simplifies day two intelligent operations for Kubernetes applications and their data – anywhere. Cloud Native AOS extends Nutanix’s proven and resilient AOS software  – the backbone of its platform for data, Platform-as-a-Service, and AI – to stateful, native Kubernetes clusters in the cloud and bare-metal environments.

“Nutanix has built a complete platform for enterprise-grade infrastructure with advanced data services in virtualized data centers,” said Thomas Cornely, SVP, Product Management at Nutanix. “Now we are extending the reach of our platform to users of cloud-native infrastructure on Kubernetes service in public clouds and on bare metal, delivering enterprise resiliency, day 2 operations, and security.”

Key benefits include:

  • Ready-to-Use Resilience for Any Application – Cloud Native AOS provides resilience for Kubernetes infrastructure by protecting containerized applications and their data with integrated disaster recovery between availability zones, clouds and on-premises.
  • Cloud-Native Mobility – Customers can build and deploy cloud-native applications with seamless migration of applications and data optimally located across sites, including the ability to move applications back to on-premises containerized environments.
  • Integrated Data Management – The solution empowers developers to use Kubernetes APIs to automate and provide self-service control over all aspects of data management for their applications.

“Networld is focused on container application runtime platforms. By utilizing Cloud Native AOS, not only can we enhance application portability and enable data storage across cloud availability zones and regions, but it also facilitates data migration and disaster recovery, including on-premises environments,” said Issei Tsuruzono, Corporate Officer and Head of Technology Division of Networld. “We expect this product to be groundbreaking for containerized applications. In addition, we are also planning to provide support to our partners in Japan.”

“Participating in the Early Access Program for Cloud Native AOS has been a great experience for us,” said Manfred Pichlbauer, IT Consultant at Bacher Systems.” Cloud Native AOS platform sets a new standard for speed, scalability, and reliability and is designed for the most demanding workloads. It empowers organizations to move faster, store smarter, and scale effortlessly—unlocking new levels of performance without compromise.”

Cloud Native AOS is currently in early access on Amazon EKS and will be generally available this Summer. Early access for on-premises containerized environments on bare-metal servers is expected to be available by the end of this calendar year.

For more technical information on Cloud Native AOS, see the technical blog.

Nutanix เปิดตัว Cloud Native AOS ขยายการใช้งาน Data Platform ขององค์กรไปยัง Kubernetes ใดก็ได้

Nutanix เปิดตัว Cloud Native AOS ขยายการใช้งาน Data Platform ขององค์กรไปยัง Kubernetes ใดก็ได้

Nutanix เปิดตัว Cloud Native AOSขยายการใช้งาน Data Platform ขององค์กรไปยัง Kubernetes ใดก็ได้

โซลูชันใหม่นี้ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สร้าง cloud-native applications ที่เคลื่อนย้ายได้อย่างแท้จริงได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมความแข็งแกร่งของข้อมูลที่สำคัญต่อการทำงาน ไม่ว่าจะอยู่บนสภาพแวดล้อมใดก็ตาม

ณ งาน .NEXT Conference ซึ่งเป็นงานประจำปีของนูทานิคซ์ (NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านไฮบริดมัลติคลาวด์คอมพิวติ้ง นูทานิคซ์ประกาศเปิดตัวโซลูชัน Cloud Native AOS ซึ่งเป็นการขยายบริการด้านสตอเรจสำหรับองค์กรและบริการด้านข้อมูลที่ล้ำสมัยของนูทานิคซ์ ไปยังบริการ Kubernetes® ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ และ ขยายไปยังสภาพแวดล้อม cloud-native bare-metal โดยไม่ต้องพึ่งพาไฮเปอร์ไวเซอร์

การที่ข้อมูลมีการกระจายมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานต่างมองหาวิธีการที่สอดคล้องกันเพื่อใช้ปกป้อง ทำสำเนาข้อมูล และกู้คืนข้อมูลบนโครงสร้างพื้นฐาน Kubernetes ได้ ทั้งที่อยู่ในศูนย์ข้อมูล, bare-metal edge และไฮเปอร์สเกลบนคลาวด์ต่าง ๆ แต่สิ่งที่ขาดหายไป คือ แพลตฟอร์มข้อมูล (data platform) ที่ควรจะใช้ร่วมกันได้ไม่ว่าจะทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็น bare-metal, virtualized หรือ containerized ก็ตาม

Cloud Native AOS ช่วยต่อจิ๊กซอร์ที่ขาดหายไปนี้ให้สมบูรณ์ ด้วยบริการสตอเรจและข้อมูลที่สามารถทำงานตรงไปยังโครงสร้างพื้นฐาน cloud-native ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่บนคลาวด์หรือบน bare-metal โซลูชันใหม่นี้ช่วยให้ผู้ใช้รวมศูนย์การบริหารจัดการสตอเรจของ distributed hybrid cloud ไว้ด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฮเปอร์ไวเซอร์

โซลูชันใหม่ช่วยให้การจัดการและบำรุงรักษาระบบอย่างชาญฉลาด (day two intelligent operations) ให้กับแอปพลิเคชัน Kubernetes และข้อมูลของแอปพลิเคชันเหล่านั้นทำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะใช้งานอยู่ที่ใดก็ตาม Cloud Native AOS ขยายการใช้ซอฟต์แวร์ AOS ที่แข็งแกร่งและได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้วของนูทานิคซ์ ซึ่งเป็นแกนหลักของแพลตฟอร์มสำหรับข้อมูล, Platform-as-a-Service และ AI ขยายไปยังคลัสเตอร์ stateful, native Kubernetes ต่าง ๆ บนสภาพแวดล้อมคลาวด์ และ bare-metal

นายโทมัส คอร์เนลลี รองประธานอาวุโส ฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ นูทานิคซ์ กล่าวว่า “นูทานิคซ์ได้สร้างแพลตฟอร์มครบวงจรที่รองรับโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กร ด้วยบริการข้อมูลขั้นสูงต่าง ๆ ในศูนย์ข้อมูลแบบเวอร์ชวลมาแล้ว และขณะนี้เรากำลังขยายให้ผู้ใช้โครงสร้างพื้นฐาน cloud-native บนบริการ Kubernetes ที่อยู่บนพับลิคคลาวด์ต่าง ๆ และ bare metal สามารถเข้าใช้แพลตฟอร์มของเราได้ ซึ่งเป็นการมอบความแข็งแกร่ง, การจัดการและบำรุงรักษาระบบ (day 2 operations) รวมถึงความปลอดภัยให้กับองค์กร”

คุณประโยชน์สำคัญรวมถึง

  • ความแข็งแกร่งที่พร้อมใช้กับแอปพลิเคชันใดก็ได้ – Cloud Native AOS ช่วยให้โครงสร้างพื้นฐาน Kubernetes มีความแข็งแกร่งรัดกุมด้วยการปกป้อง containerized applications และข้อมูลของแอปฯ นั้น ๆ ด้วยความสามารถในการกู้คืนระบบที่ผสานรวมระหว่าง availability zones, คลาวด์ และ ระบบภายในองค์กร (on-premises)
  • คลาวด์-เนทีฟ โมบิลิตี้ – ลูกค้าสามารถสร้างและใช้ cloud-native applications ด้วยการโยกย้ายแอปพลิเคชันและข้อมูลให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดทั่วทั้งไซต์ได้อย่างราบรื่น ซึ่งรวมถึงความสามารถในการย้ายแอปพลิเคชันกลับไปยังสภาพแวดล้อมคอนเทนเนอร์ที่อยู่ใน on-premises
  • การจัดการข้อมูลแบบบูรณาการ – โซลูชันนี้ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้ Kubernetes APIs เพื่อให้การทำงานเป็นไปโดยอัตโนมัติ และมอบความสามารถในการควบคุมทุกแง่มุมของการจัดการข้อมูลที่ใช้กับแอปพลิเคชันของตนได้แบบ self-service

นายอิสเซ่ ซูรุโซโน เจ้าหน้าที่องค์กรและหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ Networld กล่าวว่า “Networld ให้ความสำคัญกับ container application runtime platforms ต่าง ๆ  การใช้ Cloud Native AOS ไม่เพียงช่วยให้เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนย้ายแอปพลิเคชันและสามารถจัดการการจัดเก็บข้อมูลบน cloud availability zone และ region ต่าง ๆ ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถโยกย้ายข้อมูลและกู้คืนระบบได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน on-premises เราคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นแนวทางใหม่ให้กับ containerized applications ต่าง ๆ นอกจากนี้ เรายังวางแผนที่จะให้การสนับสนุนนี้แก่พันธมิตรในประเทศญี่ปุ่นของเราด้วย”

นายมานเฟรด พิชล์บาวเออร์ ที่ปรึกษาด้านไอทีของ Bacher Systems กล่าวว่า “เราได้รับประสบการณ์ยอดเยี่ยมจากการเข้าร่วมโปรแกรม Early Access ของ Cloud Native AOS  แพลตฟอร์ม Cloud Native AOS ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ด้านความเร็ว ความสามารถในการปรับขนาด และความเชื่อถือได้ ทั้งยังได้ออกแบบมาเพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่รับงานค่อนข้างหนัก ช่วยให้องค์กรเดินหน้าได้เร็วขึ้น จัดเก็บข้อมูลได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น และปรับขนาดการทำงานได้อย่างง่ายดาย เป็นการปลดล็อกสู่การได้รับประสิทธิภาพระดับใหม่ที่สูงขึ้น”

Cloud Native AOS ปัจจุบันอยู่ในช่วง early access บน Amazon EKS และจะเปิดให้ใช้งานทั่วไป (general available) ในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้ และคาดว่าการเข้าใช้แบบ early access กับสภาพแวดล้อม on-premises containerized บน bare-metal servers จะพร้อมใช้ภายในสิ้นปีนี้

ศึกษาข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับ Cloud Native AOS ได้ที่ technical blog