“แฮร์รี่ วี. คริชนัน” CEO และ MD พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD

“แฮร์รี่ วี. คริชนัน” CEO และ MD พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD

“แฮร์รี่ วี. คริชนัน” CEO และ MD พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD

พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป จำกัด (หรือชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก NYSE คือ PGRU) (จากนี้จะเรียกว่า “พร็อพเพอร์ตี้กูรู” หรือ “กรุ๊ป”) บริษัทเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (“PropTech”)1 และเป็นบริษัทแม่ของ 2 แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย ประกอบด้วย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของไทย และ thinkofliving.com เว็บไซต์รีวิวโครงการอสังหาฯ ชั้นนำของไทย มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า นายแฮร์รี่ วี. คริชนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566

นายแฮร์รี่ คริชนัน เป็นศิษย์เก่าที่ได้รับการยกย่องจากสถาบัน INSEAD และเป็นบุคคลสำคัญในภาคธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัล ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหารของ INSEAD ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจสำหรับโลก แฮร์รี่ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ INSEAD ในฐานะศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) ในปี 2548 โดยมีส่วนช่วยเหลือชุมชนและสังคมเป็นอย่างมาก ด้วยประสบการณ์การเป็นผู้นำในองค์กรเทคโนโลยีและดิจิทัลต่าง ๆ ทั่วเอเชียและสหรัฐอเมริกามากว่าสองทศวรรษ แฮร์รี่จะสานต่อภารกิจของ INSEAD ในการนำพาผู้คน วัฒนธรรม และแนวคิดเพื่อกำหนดรูปแบบผู้นำที่มีความรับผิดชอบ เป้าหมายของเขาคือการใช้เครือข่ายทั่วโลกของสถาบันและวัฒนธรรมที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ 

แฮร์รี่เป็นสมาชิกของชุมชน INSEAD และมีอิทธิพลอย่างสูงต่อผู้นำในอนาคต ดังที่เห็นได้จากปาฐกถาแรกของเขาต่อกลุ่ม EMBA 2018-19 และสุนทรพจน์ต้อนรับหลักสูตร MBA 19J ในปี 2561 และ 2562 การมีส่วนร่วมของเขาในการเจรจาที่สำคัญ เช่น “บทบาทของพันธมิตรในการขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศและภาวะผู้นำแบบครอบคลุม” โดย INSEAD Gender Initiative ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเขาในการเป็นผู้นำที่มีส่วนร่วมและจัดการกับประเด็นสำคัญทางสังคม การแต่งตั้งเขาเป็นคณะกรรมการจึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเทและคุณค่าที่เขามอบให้กับชุมชน INSEAD

แอนเดรียส จาคอบส์ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบัน INSEAD กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับคุณแฮร์รี่ คริชนันเข้าสู่คณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD ความเป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่างของเขาในภาคเทคโนโลยีและดิจิทัล ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่มีต่อชุมชน INSEAD ทำให้เขาเป็นผู้สนับสนุนอันทรงคุณค่าของคณะกรรมการของเรา คณบดีฟรานซิสโก เวโลโซ และผมหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากวิสัยทัศน์และความเชี่ยวชาญของเขา” 

นายแฮร์รี่ วี. คริชนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวในโอกาสได้รับการแต่งตั้งว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบันที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาตนเองและวิชาชีพของผมเอง และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสตอบแทน INSEAD และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในอนาคต ผมหวังว่าจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการเพื่อพัฒนา INSEAD ในฐานะสถาบันการศึกษาธุรกิจเพื่อโลกที่ดียิ่งขึ้น”

ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะกรรมการของพร็อพเพอร์ตี้กูรูมาเป็นเวลา 8 ปี แฮร์รี่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคและธุรกิจต่าง ๆ สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ด้วยข้อมูลที่รอบด้าน แฮร์รี่เป็นผู้นำทีมที่ทรงพลังโดยมีกูรูมากกว่า 1,600 คน และมีบทบาทสำคัญในการบรรลุวิสัยทัศน์ของกรุ๊ปที่ว่า “เราขับเคลื่อนชุมชนให้ใช้ชีวิต ทำงาน และเจริญเติบโตในเมืองแห่งวันพรุ่งนี้”

ประสบการณ์อย่างยาวนานของแฮร์รี่ในการขยายธุรกิจตั้งแต่สตาร์ตอัปที่ได้รับการสนับสนุนจากกิจการร่วมค้าไปจนถึงบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงความสำเร็จในการนำพร็อพเพอร์ตี้กูรูเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กในเดือนมีนาคม 2565 แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของเขาในฐานะนักเทคโนโลยี นักยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และคณะกรรมการบริหาร

ก่อนร่วมงานกับพร็อพเพอร์ตี้กูรู แฮร์รี่มีส่วนสำคัญในการขยายธุรกิจของบริษัทใหญ่ เช่น Cisco, Yahoo และ LinkedIn ในเอเชียแปซิฟิก เขาเป็นนักลงทุนและที่ปรึกษาให้กับบริษัทสตาร์ตอัปที่เติบโตอย่างรวดเร็วหลายแห่ง และยังเป็นสมาชิกของคณะอนุกรรมการบริการสมัยใหม่ของสภาเศรษฐกิจในอนาคตแห่งสิงคโปร์ (Singapore’s Future Economy Council Modern Services Sub-committee) โดยให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาทักษะ

นอกเหนือจากบทบาทในองค์กร แฮร์รี่ยังให้คำแนะนำและทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำอื่น ๆ ของโลกอีกด้วย เขาดำรงตำแหน่งในสภาที่ปรึกษาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโดให้กับคณบดี และร่วมตัดสินรางวัล TR35 Asia ของ MIT Tech Review โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการชาวเอเชียรุ่นใหม่ที่มีความโดดเด่น

Think of Living และ DDproperty ปลุกตลาดอสังหาฯ โค้งสุดท้ายปี 66 ปั้นงาน “Living Expo 2023” มหกรรมบ้าน-คอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า 23-26 พ.ย. นี้ เสิร์ฟ Best Deal Guarantee ดีลพิเศษกว่าใคร รับประกันราคาดีที่สุดในงานนี้เท่านั้น!

Think of Living และ DDproperty ปลุกตลาดอสังหาฯ โค้งสุดท้ายปี 66 ปั้นงาน “Living Expo 2023” มหกรรมบ้าน-คอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า 23-26 พ.ย. นี้ เสิร์ฟ Best Deal Guarantee ดีลพิเศษกว่าใคร รับประกันราคาดีที่สุดในงานนี้เท่านั้น!

Think of Living และ DDproperty ปลุกตลาดอสังหาฯ โค้งสุดท้ายปี 66 ปั้นงาน “Living Expo 2023” มหกรรมบ้าน-คอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า 23-26 พ.ย. นี้ เสิร์ฟ Best Deal Guarantee ดีลพิเศษกว่าใคร รับประกันราคาดีที่สุดในงานนี้เท่านั้น!

ยกขบวนโครงการบนทำเลศักยภาพ จัดดีลพิเศษส่งท้ายปี การันตีราคาดีที่สุด มอบส่วนลดจัดหนัก โอกาสทองที่คนหาบ้านไม่ควรพลาด

“Think of Living” เว็บไซต์รีวิวโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ผนึกกำลัง “ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty)” เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย สองบริษัทในเครือพร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป จำกัด (NYSE: PGRU) บริษัทเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ (PropTech) ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความพร้อมในการจัดงาน “Living Expo 2023” มหกรรมบ้านและคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “NEXT is NOW” ระหว่างวันที่ 23-26 พฤศจิกายน 2566 ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน 

ยกขบวนที่อยู่อาศัยจากบรรดาผู้ประกอบการชั้นนำในทำเลศักยภาพแนวรถไฟฟ้า มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษกว่าใครกับแคมเปญ “Best Deal Guarantee” รับประกันราคาห้องที่ดีที่สุด พร้อมโปรโมชั่นช้อปปิ้งของแต่งบ้านราคาพิเศษจาก NocNoc และความพิเศษอีกมากมาย การันตีความคุ้มค่าแบบอัดแน่นส่งท้ายปี ตอบโจทย์คนหาบ้านได้ครบ จบในงานเดียว

นายวิทยา อภิรักษ์วิริยะ ผู้จัดการทั่วไป Think of Living และ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (ฝั่งธุรกิจดีเวลลอปเปอร์) กล่าวว่า “ในปีนี้ผู้บริโภคยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัย 4 อยู่ไม่น้อย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการลดค่าโอนกรรมสิทธิ์-ค่าจดจำนองจากภาครัฐ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในปลายปี 2566 นี้ ถือเป็นโอกาสอันดีของผู้ซื้อที่มีความพร้อมทางการเงินในการเลือกเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในเวลานี้ 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Think of Living พบว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงต้นไตรมาสสุดท้ายของปี มีจำนวนผู้สนใจเข้าชมข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัยบนเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สอดคล้องกับเว็บไซต์ DDproperty พบว่า มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ในเดือนตุลาคม 2566 เพิ่มขึ้น 9% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นดีมานด์ของผู้ซื้อบ้านที่ยังคงมีอยู่และเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจในช่วงไตรมาส 4 การจัดงาน Living Expo 2023 มหกรรมบ้านและคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างดีมานด์ของคนหาบ้านให้มาบรรจบกับสินค้าของผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ระบายสต็อกคงค้างควบคู่กับการนำเสนอโครงการใหม่ เพื่อดึงดูดกำลังซื้อจากผู้บริโภค และสร้างยอดขายให้บรรลุตามเป้าหมายธุรกิจที่วางไว้”  

หากพิจารณาข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์ DDproperty ตามประเภทอสังหาฯ พบว่า คอนโดฯ ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมียอดผู้เข้าชมสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าถึง 17% ขณะที่ที่อยู่อาศัยแนวราบอย่างบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ เพิ่มขึ้น 6% เท่ากัน นอกจากนี้ คอนโดฯ ยังเป็นอสังหาฯ ประเภทเดียวที่มีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ความต้องการที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้ รวมทั้งพื้นที่ใช้สอยอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกของคนหาบ้านเช่นเดียวกับในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกต่อไป

ในส่วนระดับราคาที่อยู่อาศัยที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในเดือนตุลาคม 2566 อยู่ที่ 1-3 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 32% ของระดับราคาทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ขณะเดียวกัน ระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทถือเป็นที่อยู่อาศัยที่มีการเข้าชมเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเติบโตถึง 18% สะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์ของกลุ่มผู้บริโภคระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง มีความพร้อมทางการเงิน และไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ขณะที่คอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้ายังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลใกล้เมืองและใจกลางเมือง ย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ โดยผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลที่เดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า โดยเฉพาะในเส้นทางที่เปิดให้บริการแล้ว ซึ่งยืดหยุ่นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีคนเมือง โดยสถานีรถไฟฟ้าที่มีผู้ค้นหาที่อยู่อาศัยมากที่สุด 5 อันดับแรกในเดือนตุลาคม 2566 ได้แก่ อันดับ 1 BTS อ่อนนุช ตามมาด้วย อันดับ 2 MRT พระราม 9, อันดับ 3 BTS ทองหล่อ, อันดับ 4 BTS พร้อมพงษ์ และ อันดับ 5 BTS เอกมัย

Think of Living และ DDproperty ปลุกตลาดอสังหาฯ โค้งสุดท้ายปี 66 ปั้นงาน “Living Expo 2023” มหกรรมบ้าน-คอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า 23-26 พ.ย. นี้ เสิร์ฟ Best Deal Guarantee ดีลพิเศษกว่าใคร รับประกันราคาดีที่สุดในงานนี้เท่านั้น!

“อีกหนึ่งความพิเศษที่ไม่ควรพลาดของงานครั้งนี้คือ แคมเปญ Best Deal Guarantee ที่สุดของความคุ้มค่าที่ Think of Living และ DDproperty ได้ร่วมกับผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำของไทย คัดสรรที่อยู่อาศัยราคาสุดพิเศษถึง 20 โครงการ จากทั้งหมด 52 โครงการ มารับประกันราคาที่ดีที่สุดเฉพาะในงานนี้ที่เดียวเท่านั้น และนี่เป็นครั้งแรกที่เรากล้ารับประกันราคาห้องสุดพิเศษกับโครงการที่ร่วมแคมเปญ เพื่อให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในราคาที่คุ้มค่าที่สุด ตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน ด้วยการมอบส่วนลดสูงสุด 400,000-30 ล้านบาท และยินดีปรับราคาให้ หากผู้บริโภคพบข้อเสนอราคาที่ดีกว่าในช่องทาง Online Official หรือ Sale Gallery ของโครงการดังกล่าว ระหว่างวันที่ 1-26 พฤศจิกายน นี้ เรามั่นใจและการันตีได้เลยว่าแคมเปญ Best Deal Guarantee นี้จะส่งมอบที่อยู่อาศัยราคาดีที่สุด และเป็นโอกาสทองที่คุ้มค่าของผู้ซื้ออย่างแน่นอน คาดว่างาน Living Expo 2023 จะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดอสังหาฯ และกระตุ้นการซื้อขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2566 ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ตั้งเป้ามีผู้สนใจเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้น 50% จากครั้งก่อนหน้า” นายวิทยา กล่าวสรุป

พบกับโครงการคุณภาพจากหลากหลายผู้ประกอบการชั้นนำของไทยที่เข้าร่วมแคมเปญ “Best Deal Guarantee” รับประกันราคาดีที่สุด การันตีความคุ้มค่าที่คุณไม่ควรพลาดภายในงานนี้ที่เดียวเท่านั้น อาทิ 

  • โครงการ Park Origin ราชเทวี ราคาเริ่มต้น 9.39 ล้านบาท คอนโดฯ ใจกลางกรุงเทพฯ Private Living Oasis เพียง 13 ยูนิตต่อชั้น พร้อมที่จอดรถ 100% สถานีเดียวถึงสยาม ส่วนลดสูงสุด 1,000,000 บาท รับเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 10% เมื่อใช้บัตรเดอะวิสดอมกสิกรไทย เอกสิทธิ์สำหรับเป็นเจ้าของโครงการ
  • โครงการ Park Origin ทองหล่อ คอนโดฯ พร้อมอยู่ใจกลางทองหล่อ ส่วนกลางจัดเต็มกว่า 50 ฟังก์ชั่น ราคาเริ่มต้น 9.1 ล้านบาท รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท
  • Soho Bangkok รัชดา คอนโดฯ ใหม่ดีไซน์ห้อง 2 ชั้น หนึ่งเดียวใจกลางรัชดา-ห้วยขวาง Heart of CBD ใกล้รถไฟฟ้า MRT ห้วยขวาง เพียงแค่ 200 เมตร มาพร้อมกับส่วนกลางที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้นเพียง 3.59 ล้านบาท
  • โครงการ Hyde สุขุมวิท 11 คอนโดฯ High Rise ใกล้ BTS นานา ราคาเริ่มต้น 15.9 ล้านบาท
  • โครงการ Hyde Heritage Thonglor คอนโดฯ พร้อมอยู่ พื้นที่ส่วนกลางกว่า 2,000 ตารางเมตร ฟังก์ชัน ที่จอดรถ 100% EV Charging Station 32 จุด
  • ลุมพินี เพลส เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท เพียง 100 เมตร ถึงรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน อินเตอร์เชนจ์ เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง มาพร้อมโปรโมชันพิเศษ เฟอร์นิเจอร์ Chic, Digital Door Lock และเครื่องปรับอากาศ
  • ลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารภ ราคาเริ่มต้น 3.13 ล้านบาท เพียง 5 นาทีถึง BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมโปรโมชันพิเศษ เฟอร์นิเจอร์ + ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน, เครื่องปรับอากาศ, เครื่องทำน้ำอุ่น และระบบ IoT
  • โครงการ FYNN อโศก คอนโดฯ พร้อมอยู่สไตล์โมเดิร์น ใจกลางอโศก ที่จอดรถ 48% ราคาเริ่มต้น 4.2 ล้านบาท
  • โครงการ Cooper Siam คอนโดฯ พร้อมอยู่ ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท ใกล้สยาม-จุฬา-สามย่าน จองและทำสัญญาภายในวันงานรับฟรี iPhone 15Pro
งาน “Living Expo 2023”
  • นอกจากนี้ ภายในงาน “Living Expo 2023” ยังมาพร้อมกับความพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนหาบ้านในทำเลศักยภาพแนวรถไฟฟ้า BTS และ MRT ดังนี้
  1. รับฟรี! หนังสือ “แผนที่ PICK ชีวิต” และโพย “อยู่แถวไหนดี?” พบกับกูรูออฟไลน์สำหรับคนหาบ้านที่มาในรูปแบบหนังสือ Limited edition ที่จะช่วยให้การหาบ้านและคอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย ปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ “แผนที่ PICK ชีวิต” รวบรวมข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัยมือหนึ่งที่ตั้งอยู่ในแนวรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว และมีแผนเปิดให้บริการภายในปี 2567 ทั้ง 8 สาย กว่า 191 สถานี นอกจากนี้ ยังมาพร้อมโพย “อยู่แถวไหนดี?” โพยหาบ้านที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา ได้บ้านที่ใช่ในทำเลที่ชอบ และตอบโจทย์ตามงบที่ตั้งไว้ หนังสือมีจำนวนจำกัด! ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับหนังสือฟรี ณ หน้างาน ได้ทาง www.thinkofliving.com/events ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
  2. เช็กเครดิตบูโร ให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อ พร้อมขอสินเชื่อโครงการภายในงาน อำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อที่ถูกใจที่อยู่อาศัยสุดคุ้มภายในงาน กับฟีเจอร์ตรวจเช็กความพร้อมด้านการเงินด้วยตนเองล่วงหน้าผ่าน www.thinkofliving.com/events และลงทะเบียนขอสินเชื่อโครงการที่มาในงานล่วงหน้า พร้อมกับบริการตรวจสอบเครดิตบูโรที่งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังรวบรวมโปรโมชั่นสินเชื่อมากมายจากหลากหลายธนาคาร พร้อมทั้งมีบริการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อโดยธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่มานั่งให้คำปรึกษาภายในงานครั้งนี้อีกด้วย
  3. ได้บ้านที่ใช่ พร้อมเลือกช้อปของแต่งบ้านจนกว่าจะชอบที่ “NocNoc” ศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ ที่ขนดีลเด็ดสุดพิเศษมาให้ช้อปของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบจัดเต็ม ตั้งแต่บัตรกำนัล NocNoc Voucher ยิ่งซื้อเยอะยิ่งคุ้ม, โค้ดส่วนลดมากมาย** คุ้มที่สุดเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ช้อปได้ทั้งบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น NocNoc พร้อมบริการจัดส่งทั่วไทย

    พิเศษยิ่งขึ้น!! เมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน NocNoc ภายในงาน!! รับฟรี!!! NocNoc Shopping Bag และลูกค้าท่านแรกที่ซื้อหรือจองในงานในแต่ละวัน รับ Voucher Package ตกแต่งห้องมูลค่า 5,000 บาท (4 วัน รวม 4 รางวัล)

  4. เพียงลงทะเบียนร่วมงาน รับหนังสือ “แผนที่ PICK ชีวิต” และโพย “อยู่แถวไหนดี?“ ทันที และลุ้นรับของรางวัลมากมายเมื่อจองและซื้อในงาน นอกจากจะพบกับดีลสุดคุ้มแล้ว เพียงผู้ร่วมงานสนใจจองและซื้อที่อยู่อาศัยภายในงานนี้ ก็รับสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดีรับของรางวัลอีกมากมายได้ง่าย ๆ รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท โดยจับสลากผู้โชคดีและประกาศผลในวันที่ 26 พฤศจิกายน นี้ เวลา 19:00 น. ของรางวัลมีดังนี้
    • Voucher Package ตกแต่งห้อง ช้อปของแต่งบ้านจาก NocNoc จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 10,000 บาท
    • หูฟังไร้สาย Apple AirPods (3rd gen) with Lightning Charging Case จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 6,790 บาท
    • Apple iPad 10 (2022) Wi-Fi 64GB 10.9 inch Silver จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 17,900 บาท
    • Apple Watch SE GPS 40mm Midnight Aluminium Case with Midnight Sport Band (New) จำนวน 2 รางวัล มูลค่า 9,900 บาท/รางวัล

ความคุ้มค่าที่คนหาบ้านไม่ควรพลาด! งาน “Living Expo 2023” มหกรรมบ้านและคอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า ภายใต้คอนเซปต์ “NEXT is NOW” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 พฤศจิกายน 2566 ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน เวลา 10:00 – 20:00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thinkofliving.com/events  

PropertyGuru Appoints Ray Ferguson as Chairman of the Board with effect from January 1, 2024

“พร็อพเพอร์ตี้กูรู” บริษัทแม่ 2 แพลตฟอร์มอสังหาฯ ชั้นนำของไทย ประกาศแต่งตั้ง “เรย์ เฟอร์กูสัน” นั่งตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 เป็นต้นไป

PropertyGuru Appoints Ray Ferguson as Chairman of the Board with effect from January 1, 2024

PropertyGuru Group Limited (NYSE: PGRU) (“PropertyGuru” or the “Company”), Southeast Asia’s leading1, property technology (“PropTech”) company, today announced the appointment by the board of directors (“Board”) of Mr. Ray Ferguson as an independent non-executive director and Chairman of the Board with effect from January 1, 2024.

Mr. Ferguson will succeed Mr. Olivier Lim, who has been Chair of PropertyGuru’s Board since September 2019.

Mr. Lim has overseen PropertyGuru’s growth to a successful scaled-up business with significantly improved economics and consistent double-digit revenue growth. During his tenure, the Company has successfully ventured into business adjacencies of fintech, data and software solutions and expanded its presence across Southeast Asia through acquisitions in Malaysia, Thailand and Singapore. Significantly, Mr. Lim also oversaw the Company’s successful public listing in March 2022 on the New York Stock Exchange.

Mr. Ferguson has had an extensive career in banking, having been with Standard Chartered Bank for 28 years across Asia, the Americas, the Middle East and Europe. His last role at Standard Chartered Bank was Chief Executive Officer, Singapore. He also served as Chairman and director of several Standard Chartered Bank subsidiary boards.

Mr. Ferguson currently serves as the Chairman of Singlife Group. He serves on the board of Paragon REIT as an independent non-executive director, is the Chairman and Co-founder of ZEN Yachts, and is the non-executive Chairman at fintech company Hashstacs Pte. Ltd.

Mr. Ferguson was awarded the Distinguished Fellow title by the Institute of Banking and Finance, Singapore and is a member of the Singapore Institute of Directors. He is also an Associate of the Institute of Bankers in Scotland.

He holds a Master of Business Administration degree from Henley Management College.

Hari V. Krishnan, Chief Executive Officer and Managing Director, said “On behalf of the Board and management team, I would like to thank Olivier for his leadership over the past four years. He has been an invaluable mentor to the Group leadership team and me personally as we navigated a challenging economic environment with strong growth, expansion and making some big bets. Most significantly, under his guidance we took the Company public, and we thank him for all his contributions to the Company. As we plan for our next phase of growth, I am personally delighted to be working with a seasoned chairman and business builder like Ray.”

“พร็อพเพอร์ตี้กูรู” บริษัทแม่ 2 แพลตฟอร์มอสังหาฯ ชั้นนำของไทย ประกาศแต่งตั้ง “เรย์ เฟอร์กูสัน” นั่งตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 เป็นต้นไป

“พร็อพเพอร์ตี้กูรู” บริษัทแม่ 2 แพลตฟอร์มอสังหาฯ ชั้นนำของไทย ประกาศแต่งตั้ง “เรย์ เฟอร์กูสัน” นั่งตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 เป็นต้นไป

“พร็อพเพอร์ตี้กูรู” บริษัทแม่ 2 แพลตฟอร์มอสังหาฯ ชั้นนำของไทย ประกาศแต่งตั้ง “เรย์ เฟอร์กูสัน” นั่งตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 เป็นต้นไป

พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป จำกัด  (หรือชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก NYSE คือ PGRU) (จากนี้จะเรียกว่า “พร็อพเพอร์ตี้กูรู” หรือ “บริษัท”) บริษัทเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (“PropTech”)1 และเป็นบริษัทแม่ของ 2 แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย ประกอบด้วย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของไทย และ thinkofliving.com เว็บไซต์รีวิวโครงการอสังหาฯ ชั้นนำของไทย วันนี้ได้ประกาศมติของคณะกรรมการบริหารในการแต่งตั้งให้นายเรย์ เฟอร์กูสัน ดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการอิสระที่ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารในบอร์ดปัจจุบัน และขึ้นเป็นประธานกรรมการบริหาร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ นายเรย์จะดำรงตำแหน่งต่อจากนายโอลิเวียร์ ลิม ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของพร็อพเพอร์ตี้กูรูมาตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2562 

ภายใต้การบริหารของนายโอลิเวียร์ พร็อพเพอร์ตี้กูรูประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้น ทั้งในด้านของผลิตภัณฑ์และบริการ ไปจนถึงการเติบโตของรายได้ที่มีการเติบโตในระดับตัวเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถขยายธุรกิจไปสู่บริการด้านฟินเทค (Fintech), ข้อมูลและโซลูชันซอฟต์แวร์ต่าง ๆ (Data and software solutions) และยังขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการควบรวมกิจการในตลาดที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่อย่างมาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์ และที่สำคัญที่สุด นายโอลิเวียร์มีบทบาทสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทกลายเป็นบริษัทมหาชน และสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา 

ในขณะที่นายเรย์มีประสบการณ์อย่างยาวนานในธุรกิจด้านการเงินการธนาคาร โดยร่วมงานกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมาเป็นเวลา 28 ปี ดูแลตลาดทั้งในเอเชีย อเมริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยตำแหน่งสุดท้ายของนายเรย์ที่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด คือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำประเทศสิงคโปร์ นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและคณะกรรมการบริหารในอีกหลายบอร์ดบริหารย่อยของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดอีกด้วย  

ปัจจุบันนายเรย์ยังดำรงตำแหน่งประธานบริหารของซิงไลฟ์ กรุ๊ป อีกทั้งยังเป็นคณะกรรมการอิสระที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารในบอร์ดบริหารของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ Paragon REIT รวมทั้งเป็นประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทผลิตเรือยอร์ช ZEN Yachts และยังเป็นประธานกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารในบริษัทฟินเทค Hashstacs Pte. Ltd. 

นายเรย์ได้รับรางวัลบุคคลทรงคุณค่า (Distinguished Fellow) จากสถาบันการธนาคารและการเงินแห่งสิงคโปร์ และยังเป็นสมาชิกของสถาบันกรรมการบริษัทของประเทศสิงคโปร์ นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารสมาคมธนาคารแห่งสก็อตแลนด์ 

นายเรย์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจ จากวิทยาลัยการจัดการเฮนลีย์  (Henley Management College)

ด้านนายแฮร์รี่ วี. คริชนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป กล่าวว่า “ในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการและทีมบริหารทุกคน ผมอยากจะแสดงความขอบคุณคุณโอลิเวียร์ที่นำพากรุ๊ปของเราเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างมากมายตลอด 4 ปีที่ผ่านมา คุณโอลิเวียร์เป็นผู้นำที่ทรงคุณค่าและเป็นหัวหน้าทีมที่คอยให้คำปรึกษาที่ดีให้กับทีมบริหารและตัวผมเอง สามารถพากรุ๊ปเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่เราต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจรอบด้าน อีกทั้งยังขยายธุรกิจให้กว้างขวางออกไปได้ และที่สำคัญที่สุด ภายใต้การนำทีมของคุณโอลิเวียร์ เราสามารถเข้าไปเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้ ผมขอขอบคุณสำหรับความทุ่มเท และทุก ๆ สิ่งที่คุณโอลิเวียร์ได้อุทิศให้กับบริษัทของเรา ในขณะที่เรากำลังวางแผนสู่การเติบโตในเฟสต่อไป ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะทำงานร่วมกับประธานกรรมการและนักสร้างธุรกิจผู้มากประสบการณ์อย่างคุณเรย์”

 

อัปเดตทิศทางอสังหาฯ อาเซียน ผู้คนยังอยากมีบ้านแม้มีความท้าทายรออยู่รอบด้าน

อัปเดตทิศทางอสังหาฯ อาเซียน ผู้คนยังอยากมีบ้านแม้มีความท้าทายรออยู่รอบด้าน

อัปเดตทิศทางอสังหาฯ อาเซียน ผู้คนยังอยากมีบ้านแม้มีความท้าทายรออยู่รอบด้าน

การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนต้องปรับดอกเบี้ยนโยบายเพื่อผ่อนคลายผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ  ข้อมูลจากรายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ฉบับเดือนกันยายน 2566 ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดว่าเศรษฐกิจกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในปี 2566 จะเติบโตที่ 4.7% ซึ่งปรับลดลงจากเดิม 4.8% ที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ 3.5% โดยมีปัจจัยบวกมาจากการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์, มาเลเซีย และเวียดนามที่มีการปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจลงจากเดิม (เหลือ 1.0%, 4.5% และ 5.8% ตามลำดับ) ที่ยังมีความท้าทายทั้งในและนอกประเทศรุมล้อมอยู่ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศนั้น ๆ รวมทั้งการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งต้องอาศัยการเติบโตทางเศรษฐกิจช่วยขับเคลื่อนเช่นกัน

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study และแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคในอาเซียนรอบล่าสุด (ประกอบด้วยประเทศไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และเวียดนาม) จากเว็บไซต์ในเครือพร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป (NYSE: PGRU) พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นด้านอสังหาริมทรัพย์โดยรวมของทั้งภูมิภาคส่วนใหญ่ยังทรงตัว มีเพียงดัชนีความเชื่อมั่นของชาวไทยที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในอาเซียนมาอยู่ที่ 50% ตามมาด้วยของชาวมาเลเซียอยู่ที่ 45% ส่วนชาวสิงคโปร์และชาวเวียดนามมีดัชนีความเชื่อมั่นเท่ากันที่ 43% ขณะเดียวกัน ความพึงพอใจในสภาพตลาดที่อยู่อาศัยปัจจุบันนั้นมีความแตกต่างไปตามบริบทแวดล้อมของแต่ละประเทศ แม้ความพึงพอใจในสภาพตลาดที่อยู่อาศัยของชาวไทยจะทรงตัวอยู่ที่ 65% แต่ก็ยังสูงที่สุดในอาเซียน ตามมาด้วยชาวมาเลเซียอยู่ที่ 56% และเป็นประเทศเดียวที่ปรับเพิ่มในรอบนี้ ขณะที่ชาวเวียดนามอยู่ที่ 50% ส่วนชาวสิงคโปร์อยู่ที่ 37% ซึ่งต่ำกว่าทุกประเทศในตลาดอาเซียน

อย่างไรก็ตาม แม้อสังริมหาทรัพย์จะเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูง แต่ยังมีโอกาสต่อยอดลงทุนได้ในระยะยาว จึงทำให้มากกว่าครึ่งของผู้บริโภคในอาเซียนยังคงมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอยู่ไม่น้อย โดยเกือบ 2 ใน 3 ของชาวสิงคโปร์ (64%) วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยภายใน 1 ปีข้างหน้า ตามมาด้วยชาวเวียดนาม (61%) ชาวมาเลเซีย (56%) และชาวไทย (53%) ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่นในตลาดอาเซียน สวนทางกับดัชนีความเชื่อมั่นด้านอสังหาริมทรัพย์และความพึงพอใจในสภาพตลาดที่อยู่อาศัยที่ชาวไทยครองอันดับหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่ายังมีปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ผลกระทบทางการเงินยังผลักดันให้คนรุ่นใหม่เลือกเช่าแทนจนเกิดเป็นเทรนด์ Generation Rent ในปัจจุบัน

ภาครัฐสนับสนุนให้คนอาเซียนมีบ้านมากแค่ไหนในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น 

นอกจากการเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว อัตราดอกเบี้ยยังถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค โดยผู้บริโภคในอาเซียนส่วนใหญ่กว่า 3 ใน 4 ต่างมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยชาวมาเลเซีย 86% มองว่าอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับสูง รองลงมาคือชาวสิงคโปร์อยู่ที่ 81%, ชาวไทยอยู่ที่ 76% และชาวเวียดนามอยู่ที่ 75% 

การรับรู้ของชาวอาเซียนต่อความพยายามของภาครัฐที่จะทำให้ที่อยู่อาศัยมีราคาจับต้องได้มีทิศทางลดลง โดยมีเพียงชาวเวียดนามแค่ 50% ที่มองว่ารัฐบาลมีความพยายามเพียงพอที่จะช่วยให้ซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ หลังจากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้และออกมาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วยชาวสิงคโปร์ (24%) ชาวมาเลเซีย (20%) และชาวไทย (15%) ซึ่งต่ำที่สุดในอาเซียน เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาฯ หรือออกมาตรการช่วยเหลือใด ๆ เพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิม 

สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ยังคงต้องการมาตรการช่วยเหลือและส่งเสริมการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยจากภาครัฐควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นนี้ หากภาครัฐเข้ามามีบทบาทในการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ด้วยกลไกช่วยเหลือที่ตรงจุด เชื่อว่าจะส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น

เกาะติดเทรนด์ที่อยู่อาศัยชาวอาเซียน “ความท้าทายการเงิน” กับดักของคนอยากมีบ้าน

ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัยล่าสุดใน 4 ตลาดหลักของอาเซียน เผยให้เห็นมุมมองและความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค แม้จะเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่เป็นปัจจัยสั่นคลอนสภาพคล่องทางการเงินอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างไรการซื้อที่อยู่อาศัยก็ยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ชาวอาเซียนให้ความสำคัญ 

  • มากกว่าครึ่ง (51%) ของชาวสิงคโปร์ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยมองว่าการจะมีบ้านหลังแรกเป็นของตัวเองมีความยาก โดยมีค่าเฉลี่ยสูงในกลุ่มผู้ที่มีสถานะโสด (55%) ขณะที่คู่สมรสที่มีบุตรก็มีมุมมองเช่นเดียวกัน (49%) อันเป็นผลมาจากความท้าทายต่าง ๆ ที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องทั้งจากภาวะเงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูง และราคาอสังหาฯ ที่เป็นปัจจัยขัดขวางการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในเวลานี้ ซึ่งมากกว่าครึ่ง (53%) ของชาวสิงคโปร์เผยว่าจะชะลอแผนซื้อที่อยู่อาศัยออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์เงินเฟ้อจะดีขึ้น ขณะที่ผู้เช่าส่วนใหญ่ (37%) วางแผนจะเช่าต่ออีกไม่เกิน 2 ปีและจะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง อย่างไรก็ดี หากเผชิญสถานการณ์ที่โครงการขึ้นค่าเช่า ผู้เช่าเกือบครึ่ง (44%) จะเลือกมองหาโครงการอื่นที่มีค่าเช่าถูกกว่าแทน และ 37% จะลดการใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อนำมาจ่ายค่าเช่าที่สูงขึ้นนี้

    สำหรับปัจจัยภายในที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยของประชากรสิงคโปร์นั้น มากกว่า 2 ใน 3 (71%) ให้ความสำคัญกับขนาดที่อยู่อาศัยมากที่สุด ตามมาด้วยราคาเฉลี่ยต่อพื้นที่ใช้สอย 69% ส่วนประเภทที่อยู่อาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่พัก มีสัดส่วนเท่ากันที่ 39% ขณะที่ปัจจัยภายนอกโครงการที่มีผลต่อการตัดสินใจนั้น มากกว่าครึ่ง (58%) มองว่าต้องสามารถเดินไปยังสถานีรถไฟฟ้า MRT (Mass Rapid Transit) ได้ ซึ่งถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะหลักที่เดินทางได้สะดวกและรวดเร็ว ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของชาวสิงคโปร์ ตามมาด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการ (46%) และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ (45%) 
  • เหตุผลสำคัญที่ชาวมาเลเซียวางแผนซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 1 ปีข้างหน้า ส่วนใหญ่เน้นไปที่การลงทุนเป็นหลัก โดยเกือบครึ่ง (46%) ซื้อเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ ตามมาด้วยซื้อเพื่อลงทุนหารายได้จากค่าเช่า (43%) มีเพียง 25% เท่านั้นที่ซื้อเพราะต้องการพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยเพียง 27% เท่านั้นที่มีเงินออมเพียงพอที่จะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ขณะที่มากกว่าครึ่ง (54%) เผยว่าเก็บเงินได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น ส่วนอีก 18% ยังไม่ได้เริ่มแผนเก็บเงินใด ๆ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการใช้จ่ายยังคงเป็นความท้าทายของคนหาบ้าน โดยชาวมาเลเซียส่วนใหญ่ (41%) เผยว่าหน้าที่การงานที่ไม่มั่นคงและรายได้ที่ไม่แน่นอนถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการขอสินเชื่ออสังหาฯ ตามมาด้วยมีเงินดาวน์ไม่พอ 39% และไม่มีเอกสารประกอบที่เพียงพอ 24% ด้านเหตุผลหลักของผู้ที่เลือกเช่าที่อยู่อาศัยนั้น เกือบ 2 ใน 3 (65%) เผยว่าไม่มีเงินเก็บเพียงพอในการซื้อที่อยู่อาศัยในตอนนี้ ขณะที่ 32% มองว่าที่อยู่อาศัยมีราคาแพงเกินไป จึงเลือกเก็บเงินไว้แทน และ 24% ไม่เห็นความจำเป็นหรือความเร่งด่วนที่ต้องซื้อ

    อย่างไรก็ดี ราคาขายเฉลี่ยต่อพื้นที่ใช้สอยถือเป็นปัจจัยภายในที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัยมากที่สุด (42%) ซึ่งสอดคล้องกับเหตุผลส่วนใหญ่ที่ชาวมาเลเซียเลือกซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนเป็นหลัก ตามมาด้วยพิจารณาจากประเภทที่อยู่อาศัย (36%) และขนาดที่อยู่อาศัย (31%) ส่วนปัจจัยภายนอกโครงการที่มีผลต่อการตัดสินใจนั้น เกือบครึ่ง (49%) จะให้ความสำคัญกับทำเลที่ตั้งมากที่สุด ตามมาด้วยความปลอดภัยของโครงการ (47%) โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก (34%) อย่างไรก็ดี แม้ความยั่งยืนจะเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นใหม่ในแวดวงที่อยู่อาศัย แต่มีเพียง 1 ใน 4 (26%) เท่านั้นที่ยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยที่มีแนวคิดรักษ์โลก (Green Home) ขณะที่ส่วนใหญ่ (62%) เปิดรับแนวคิดนี้แต่ยังคงมีความไม่แน่ใจในตอนนี้
  • มากกว่าครึ่ง (59%) ของชาวเวียดนามเผยว่าเหตุผลหลักที่ทำให้วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 1 ปีข้างหน้ามาจากความต้องการซื้อเพื่อลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือต้องการพื้นที่สำหรับพ่อแม่/บุตรหลาน (26%) และต้องการพื้นที่ส่วนตัว (22%) แม้ปีนี้จะมีความท้าทายเกิดขึ้นในตลาดอสังหาฯ ของเวียดนาม แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวเวียดนามมีความพร้อมทางการเงินพอสมควร โดยเกือบ 2 ใน 5 (38%) ของผู้ที่วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยเผยว่ามีเงินออมเพียงพอที่จะซื้อบ้าน/คอนโดฯ เป็นของตัวเองแล้ว ถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในอาเซียน ขณะที่มากกว่าครึ่ง (53%) เก็บเงินเพื่อซื้อได้ครึ่งทางแล้ว มีเพียง 8% เท่านั้นที่ยังไม่ได้เริ่มแผนออมเงินซื้อบ้าน ซึ่งต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงความท้าทายในการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย มากกว่าครึ่ง (51%) เผยว่าความไม่มั่นคงในอาชีพและรายได้เป็นอุปสรรคหลักเมื่อต้องขอสินเชื่อบ้าน และตามมาด้วย 38% ไม่คุ้นเคยในการเตรียมเอกสาร

    ขณะเดียวกัน เหตุผลหลักของผู้ที่เลือกเช่าที่อยู่อาศัยใน 1 ปีข้างหน้านั้น ส่วนใหญ่ (38%) เผยว่าไม่ต้องการปักหลักอยู่ที่ใดที่หนึ่งและชอบความยืดหยุ่นของการเช่า ตามมาด้วยมองว่าที่อยู่อาศัยมีราคาแพง จึงอยากเก็บเงินไว้แทน (29%) และไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องซื้อที่อยู่อาศัยในเวลานี้ (27%) อย่างไรก็ดี ผู้เช่าส่วนใหญ่ (31%) วางแผนจะเช่าที่อยู่อาศัยไม่เกิน 2 ปี ก่อนจะซื้อเป็นของตัวเองในอนาคต โดยหากบ้าน/คอนโดฯ ที่เช่าอยู่มีการปรับราคาขึ้น ผู้เช่าส่วนใหญ่ (30%) เลือกที่จะวางแผนซื้อที่อยู่อาศัยให้เร็วขึ้น รองลงมาคือเลือกหาที่ใหม่ที่ค่าเช่าถูกกว่าแทน และจะลดค่าครองชีพลงเพื่อมาใช้จ่ายค่าเช่า ในสัดส่วนเท่ากันที่ 28% 
  • เหตุผลที่ทำให้ชาวไทยตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยมาจากความต้องการของตนเองเป็นหลัก แตกต่างจากชาวมาเลเซียและชาวเวียดนามที่ให้ความสำคัญไปที่การลงทุนมาเป็นอันดับแรก โดยชาวไทยส่วนใหญ่ (44%) ซื้อเพราะต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากที่สุด รองลงมาคือ ซื้อเพื่อการลงทุน (28%) และต้องการพื้นที่สำหรับพ่อแม่/บุตรหลาน (24%) ซึ่งวัยทำงานมักจะเริ่มขยับขยายที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับการสร้างครอบครัวในอนาคต อย่างไรก็ดี เมื่อพูดถึงความพร้อมทางการเงินของคนไทย มีผู้ที่วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยเพียง 2 ใน 5 (24%) เท่านั้นที่มีเงินออมเพียงพอที่จะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองในเวลานี้ ขณะที่ส่วนใหญ่ (54%) เก็บเงินได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น และ 1 ใน 5 (21%) ยังไม่ได้เริ่มแผนเก็บเงินใด ๆ ขณะเดียวกัน ปัจจัยทางการเงินยังคงเป็นความท้าทายเมื่อต้องยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยมากกว่าครึ่งของชาวไทย (56%) เผยว่ารายได้และอาชีพที่ไม่มั่นคงถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการขอสินเชื่อบ้าน ตามมาด้วยมีประวัติทางการเงินที่ไม่ดี (32%) และสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio: DSR) ไม่เอื้ออำนวย (29%) 

นอกจากนี้ ความท้าทายทางการเงินยังส่งผลให้ชาวไทยหันมาเลือกการเช่าแทน เกือบ 2 ใน 3 (64%) ของผู้ที่เลือกเช่าเผยว่าไม่มีเงินเก็บเพียงพอในการซื้อที่อยู่อาศัย ขณะที่ 41% มองว่าที่อยู่อาศัยมีราคาแพงเกินไปจึงขอเก็บเงินไว้แทน และไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องซื้อในเวลานี้ (30%) อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาปัจจัยภายในที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัย เกือบครึ่งของชาวไทย (45%) เลือกจากขนาดที่อยู่อาศัยเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่พัก (41%) และราคาเฉลี่ยต่อพื้นที่ใช้สอย (38%) ขณะที่ปัจจัยภายนอกโครงการที่มีผลต่อการตัดสินใจ มากกว่าครึ่งจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของโครงการเป็นหลัก (51%) และต้องเดินทางได้สะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะ (50%) ตามมาด้วยเลือกจากทำเลที่ตั้งของโครงการ (47%) 

สถานการณ์การซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค