อาลีบาบา ส่ง นวัตกรรม Cloud-Based AI ขับเคลื่อนโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026

อาลีบาบา ส่ง นวัตกรรม Cloud-Based AI ขับเคลื่อนโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026

อาลีบาบา ส่ง นวัตกรรม Cloud-Based AI ขับเคลื่อนโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026

  • เทคโนโลยี AI และคลาวด์รุ่นใหม่ ยกระดับการถ่ายทอดสดกีฬาโอลิมปิกสู่ทั่วโลก ให้ทำได้ด้วยความชาญฉลาด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Qwen ของ Alibaba ขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยี LLM เป็นครั้งแรกของการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และขับเคลื่อนระบบคลังข้อมูลโอลิมปิกยุคใหม่

อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ผนึกความร่วมมือกับหน่วยบริการกระจายเสียงแพร่ภาพโอลิมปิก (Olympic Broadcasting Services: OBS) และ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee: IOC) นำเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ประสิทธิภาพสูงมาใช้ในมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากบทพิสูจน์ในสนามจริง ณ Tokyo 2020, Beijing 2022 และ Paris 2024 และถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ IOC สู่ยุคแห่งการถ่ายทอดสดผ่านคลาวด์ และ AI เทคโนโลยีเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การรับชมให้กับผู้ชมทั่วโลก เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้กับผู้แพร่ภาพกระจายเสียง และสร้างมิติใหม่ในการบันทึก บริหารจัดการ และเก็บรักษาเนื้อหาจากกีฬาโอลิมปิกจำนวนมากให้คงอยู่

ดร. เฟยเฟย ลี รองประธานอาวุโส อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป และประธานธุรกิจระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแต่ละครั้งมาพร้อมความท้าทายเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านขนาดของงาน ภูมิศาสตร์ และความซับซ้อนของการจัดการ สำหรับ Milano Cortina 2026 เราได้นำความสามารถของคลาวด์และ AI มาใช้เพื่อทำให้การถ่ายทอดสดมีความคล่องตัวและราบรื่นมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการทำงาน และทำให้ผู้ชมทั่วโลกสามารถเข้าถึงทุกช่วงเวลาประทับใจของโอลิมปิกได้ง่ายขึ้น”

มิติใหม่แห่งการรับชม: ระบบรีเพลย์ทันทีโฉมใหม่

Alibaba Cloud เปิดตัวระบบรีเพลย์ 360 องศาแบบเรียลไทม์ (Real-Time 360º Replay) รุ่นอัปเกรด ที่ทำให้การรีเพลย์สุดสมจริงด้วยการเคลื่อนไหวของมุมกล้องที่ลื่นไหลและเอฟเฟกต์ภาพแบบเคลื่อนไหวต่อเนื่อง (stroboscopic) ระบบนี้ใช้ขุมพลังจากอัลกอริทึม AI ที่สามารถแยกตัวนักกีฬาออกจากฉากหลังที่ซับซ้อน เช่น หิมะและน้ำแข็งได้ จึงสามารถสร้างภาพสามมิติของช่วงจังหวะสำคัญต่าง ๆ ขึ้นใหม่ภายในเวลาเพียง 15-20 วินาทีเท่านั้น ซึ่งเร็วเพียงพอสำหรับใช้ในการถ่ายทอดสด

มีการนำไปใช้ในกีฬาและการแข่งขัน 17 ประเภท เช่น ฮอกกี้น้ำแข็ง (ice hockey) สกีฟรีสไตล์ (freestyle skiing) สเก็ตลีลา (figure skating) และสกีกระโดดไกล (ski jumping) นอกเหนือจากเอฟเฟกต์ BulletTime ต่าง ๆ ที่เปิดตัวครั้งแรกที่ Beijing 2022 เพื่อสร้างภาพหยุดนิ่งและภาพช้าแล้ว ณ การแข่งขันครั้งนี้แพลตฟอร์มนี้ยังเพิ่มฟีเจอร์ Spacetime Slices ซึ่งเป็นความสามารถใหม่ที่สามารถรวมภาพความเคลื่อนไหวของนักกีฬาในแต่ละจังหวะหลายช่วงไว้ในภาพเดียว ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจเทคนิคและประสิทธิภาพของนักกีฬานั้น ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น

ประมวลผลฉับไว ค้นหาแม่นยำ: ระบบจัดการสื่อโฉมใหม่

ปัจจุบัน OBS กำลังพัฒนาระบบ Automatic Media Description (AMD) ในระยะเริ่มต้น ระบบนี้ใช้ขุมพลังจากโมเดล Qwen ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ศักยภาพสูงของ Alibaba ระบบนี้สามารถระบุตัวนักกีฬาและช่วงเวลาสำคัญต่าง ๆ สร้างคำบรรยายเหตุการณ์หรือการแข่งขัน และติดแท็กข้อมูลวิดีโอต่าง ๆ ได้ภายในไม่กี่วินาที ช่วยลดเวลาการทำงานด้วยแรงงานคนลงได้อย่างมาก

ระบบนี้ช่วยให้ทีมงาน OBS จะสามารถดึงข้อมูลต่าง ๆ ได้เกือบจะทันทีเมื่อมีการใช้คำสั่งค้นหาด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น “ค้นหาการแสดงของเจ้าของเหรียญทองสเก็ตลีลา” นอกจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาแล้ว ระบบนี้ยังช่วยให้ทีมงาน OBS สามารถค้นพบ เรียบเรียง และเผยแพร่เรื่องราวต่าง ๆ ของโอลิมปิกบนทุกแพลตฟอร์ม ได้ง่ายขึ้น   

 การถ่ายทอดสดผ่านคลาวด์คือมาตรฐานใหม่

OBS Live Cloud ได้เปิดตัว ณ การแข่งขัน Tokyo 2020 ตั้งแต่นั้นมาได้พัฒนาจากการเป็นบริการทางเลือกไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มหลักของการกระจายสัญญาณ และได้กลายเป็นช่องทางหลักสำหรับการส่งสัญญาณถ่ายทอดสดจากระยะไกล ณ การแข่งขัน Paris 2024 และแน่นอนว่าการถ่ายทอดสดผ่านคลาวด์จะยังคงขยายสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง ณ การแข่งขัน Milano Cortina 2026

ณ Milano Cortina 2026 แพลตฟอร์ม Live Cloud จะให้บริการผู้แพร่ภาพกระจายเสียง 39 ราย ส่งสัญญาณวิดีโอสด 428 รายการ รวมถึงสตรีมความละเอียดสูงพิเศษอีก 26 รายการ และสัญญาณเสียง 72 รายการ การเปลี่ยนมาใช้คลาวด์แทนที่การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมและสายส่งสัญญาณแบบดั้งเดิม ช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดเวลาในการติดตั้ง และลดความซับซ้อนทางเทคนิค ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความเสถียร

ระบบ Olympic Video Player (OVP) ของ OBS จะให้บริการสตรีมมิ่งสดความละเอียดสูงผ่านโครงสร้างพื้นฐานของ Alibaba Cloud เป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยให้ผู้แพร่ภาพกระจายเสียงรายเล็กสามารถเข้าถึงขีดความสามารถในการถ่ายทอดออกอากาศระดับมืออาชีพได้โดยไม่ต้องลงทุนล่วงหน้าจำนวนมาก

นายยานนิส เอ็กซาร์โซส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Olympic Broadcasting Services กล่าวว่า “Alibaba Cloud มอบโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้สามารถนำ AI ไปใช้ในงานขนาดใหญ่ได้ ช่วยให้การดำเนินงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่จะทำให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น และช่วยให้ผู้ชมได้เข้าถึงและเข้าใจรายละเอียดของชนิดกีฬา สมรรถนะและผลงานของนักกีฬาบนเวทีระดับโลกได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น”

จัดเต็มคอนเทนต์ดิจิทัล มากกว่าที่เคยมีมา

Milano Cortina 2026 จะเป็นการแข่งขันที่มีปริมาณคอนเทนต์ดิจิทัลที่พร้อมใช้งานมากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก จะมีคลิปวิดีโอสั้นมากกว่า 5,000 รายการ ซึ่งรวมถึงภาพเบื้องหลังการแข่งขัน ไฮไลท์ต่าง ๆ และช็อตอารมณ์ความรู้สึกที่น่าประทับใจ ทั้งหมดนี้จะได้รับการเผยแพร่ผ่าน OBS Content+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบนคลาวด์ที่ขับเคลื่อนโดย Alibaba Cloud

เครื่องมือค้นหาประสิทธิภาพสูงของแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ทีมงานจากทั่วทุกมุมโลกสามารถค้นหา ตัดต่อ และเผยแพร่คอนเทนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของสถานที่อีกต่อไป

 

ครั้งแรกในโอลิมปิกกับการใช้เทคโนโลยี LLM และคลังข้อมูลโอลิมปิกยุคใหม่ ด้วย Qwen จาก Alibaba

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้เปิดตัวระบบที่ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โอลิมปิก ณ การแข่งขัน Milano Cortina 2026 ภายใต้ชื่อ “Olympic AI Assistants” ระบบนี้ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Qwen ของ Alibaba เพื่อส่งเสริมให้แฟนกีฬาทั่วทุกมุมโลกได้มีส่วนร่วมกับการแข่งขัน และสนับสนุนการดำเนินงานภายในระบบนิเวศของการจัดการแข่งขันโอลิมปิกทั้งหมด

The Olympic AI Assistant ติดตั้งอยู่บน olympics.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของ IOC ที่ใช้กันทั่วโลกให้บริการสนับสนุนด้านการสนทนาหลายภาษา และมอบข้อมูลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แฟนกีฬาเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกผ่านอินเทอร์เฟซแบบแชท

นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย Qwen ในลักษณะเดียวกันนี้ไปใช้ที่พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (Olympic Museum) ในเมืองโลซานน์ ซึ่งผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์สามารถใช้บริการไกด์เสียงจาก AI ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้เข้าชมนั้น ๆ เป็นการยกระดับประสบการณ์การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ให้ดีมากขึ้น

IOC ยังได้เปิดตัว AI Assistant ที่ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ Qwen ของ Alibaba เพื่อใช้งานภายในองค์กร บนพอร์ทัลคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ (National Olympic Committees: NOCs) ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เครื่องมือ AI นี้ ช่วยให้พนักงานของ NOC ค้นหาเอกสาร นโยบาย และแนวทางการให้ทุนต่าง ๆ ผ่านการค้นหาด้วยภาษาธรรมชาติ ที่มาพร้อมการสนับสนุนการแปลภาษาหลายภาษาที่ติดตั้งมาพร้อมใช้

Alibaba Cloud ยังคงเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Sports AI ซึ่งเป็นโซลูชันการจัดเก็บคลังข้อมูลสื่อบนคลาวด์ที่เปิดตัวครั้งแรก ณ การแข่งขัน Paris 2024 ควบคู่กันไป โซลูชันนี้ได้รับการอัปเกรดด้วยการติดแท็กด้วย AI การค้นหาวิดีโอ และการค้นหาในรูปแบบการสนทนา ซึ่งช่วยให้การสืบค้นคลังข้อมูลโอลิมปิกทำได้อย่างทันทีและเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้มากขึ้น

ระบบนี้ทำการบริหารจัดการคลังข้อมูลสื่อของโอลิมปิกในอดีตมากกว่าแปดเพตะไบต์ โดยใช้อัลกอริทึม AI ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Alibaba Cloud ทำการติดแท็ก จำแนกและจัดหมวดหมู่ และสืบค้นข้อมูลแบบมัลติโมดัลครอบคลุมเนื้อหาย้อนหลังหลายทศวรรษโดยอัตโนมัติ ความสามารถใหม่ในการสืบค้นผ่านการสนทนาที่ขับเคลื่อนด้วย Qwen ของ Alibaba ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียกดูคลิปที่เจาะจงโดยใช้คำสั่งเสียงหรือการพิมพ์ข้อความง่าย ๆ

การบูรณาการโซลูชันนี้เข้ากับ Flex ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านสินทรัพย์ด้านสื่อของ IOC ช่วยให้โซลูชันนี้สามารถติดแท็กสินทรัพย์มัลติมีเดียของโอลิมปิกได้อย่างอัตโนมัติ เป็นการเปลี่ยนสินทรัพย์ด้านสื่อที่ไม่ได้ใช้งานมาก่อนให้กลายเป็นคลังความรู้ที่มีชีวิตและสามารถสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ได้

นายอิลาริโอ คอร์นา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล กล่าวว่า “Milano Cortina 2026 นับเป็นช่วงเวลาสำคัญในการบูรณาการ AI เข้ากับความเคลื่อนไหวของโอลิมปิก Alibaba Cloud ได้แสดงศักยภาพอย่างยอดเยี่ยมในการนำความสามารถระดับแนวหน้าต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งไม่เพียงเป็นการยกระดับประสบการณ์การรับชมกีฬาในทุก ๆ วันให้กับแฟนกีฬาผ่านการใช้เทคโนโลยีโมเดลด้านภาษาขนาดใหญ่เป็นครั้งแรกของการแข่งขันโอลิมปิกเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างระบบที่ชาญฉลาด เช่น Sports AI ที่จะช่วยเก็บรักษาช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของโอลิมปิกไว้ให้คงอยู่สืบต่อไปยังคนรุ่นหลัง  

การใช้เทคโนโลยีคลาวด์ของ Alibaba ช่วยให้เราก้าวไปไกลมากกว่าการใช้ดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อพลิกโฉมประสบการณ์โอลิมปิกทั้งหมดด้วยนวัตกรรมด้าน AI ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมของการใช้คลาวด์และ AI ไม่เพียงปรากฎให้ IOC, NOCs, OBS และผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเห็นจริงแล้วเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้รับชมและแฟนกีฬาทั่วโลกอีกด้วย”

นับตั้งแต่ปี 2017 ที่ Alibaba Group ได้ก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรหลักระดับโลกของ IOC บริษัทฯ มีบทบาทสำคัญต่อการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในด้านการจัดและการดำเนินงาน การถ่ายทอดเนื้อหา การสร้างประสบการณ์การรับชม และการสืบสานความทรงจำแห่งโลกกีฬา บริษัทฯ มีส่วนสำคัญให้คลาวด์คอมพิวติ้งและ AI กลายเป็นหัวใจหลักของการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

อัปเดตกฎหมายที่ผู้เช่าควรรู้ เตรียมความพร้อมก่อนเซ็นสัญญาอย่างมั่นใจ

อัปเดตกฎหมายที่ผู้เช่าควรรู้ เตรียมความพร้อมก่อนเซ็นสัญญาอย่างมั่นใจ

อัปเดตกฎหมายที่ผู้เช่าควรรู้ เตรียมความพร้อมก่อนเซ็นสัญญาอย่างมั่นใจ

ปัจจุบันการเช่าที่อยู่อาศัยยังคงเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนไทย โดยเฉพาะวัยเริ่มต้นทำงานที่ไม่พร้อมมีภาระผูกพันระยะยาวจากการกู้ซื้อบ้าน ส่งผลให้เทรนด์ Generation Rent มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามความท้าทายด้านการเงินของคนไทย อย่างไรก็ตาม แม้การเช่าจะตอบโจทย์ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่กลับพบว่าข้อพิพาทระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่ายังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ผู้เช่าบางส่วนต้องเผชิญความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดจากการโดนปรับขึ้นค่าเช่ากลางคัน หรือต้องจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟที่สูงเกินจริง สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีกลไกภาครัฐมาช่วยคุ้มครองสิทธิผู้เช่าและสร้างความเป็นธรรมให้กับทั้งสองฝ่าย 

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ประกาศใช้ “ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 กันยายน 2568 เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้เช่าและสร้างมาตรฐานการเช่าที่อยู่อาศัยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สำหรับควบคุมผู้ประกอบธุรกิจที่มีสถานที่ให้เช่า ได้แก่ ห้องพัก บ้าน อาคารชุด อะพาร์ตเมนต์ หรือสถานที่พักอาศัยที่จัดขึ้นสำหรับการให้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไป โดยไม่รวมหอพักและโรงแรมที่มีกฎหมายควบคุมต่างหาก ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับสัญญาเช่าที่เป็นธรรมมากขึ้น

รู้ไว้ไม่เสียเปรียบ! อัปเดต 5 สิทธิต้องรู้ที่ผู้เช่าไม่ควรมองข้าม  

แม้ สคบ. จะออกประกาศฉบับใหม่ที่แก้ไขหลักเกณฑ์บางประการเพื่อให้คุ้มครองสิทธิผู้เช่าให้ดีขึ้นแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ให้เช่าบางรายอาจไม่ได้ทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หรืออาศัยช่องว่างเพื่อกำหนดเงื่อนไขที่เอาเปรียบผู้เช่า ดังนั้น ผู้เช่าจึงไม่ควรละเลยการตรวจสอบสัญญาอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าตนเองจะได้รับความเป็นธรรมตามที่กฎหมายคุ้มครอง ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ชวนผู้บริโภคมาทำความเข้าใจสิทธิผู้เช่าตามกฎหมาย ว่ามีประเด็นใดบ้างที่ผู้เช่าควรรู้เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง และช่วยลดปัญหาที่อาจสร้างความกระทบกระทั่งจนนำไปสู่ข้อพิพาทได้ในอนาคต

  • ห้ามเปลี่ยนแปลงค่าเช่ากลางคัน เมื่อได้ที่อยู่อาศัยที่ถูกใจแล้ว ผู้เช่าควรสอบถามอัตราค่าเช่าและค่าบริการต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อนตกลงเซ็นสัญญา โดยรายละเอียดในสัญญาควรมีการระบุอัตราค่าเช่ารายเดือนหรือรายปี อัตราค่าน้ำ-ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายในการให้บริการต่าง ๆ รวมทั้งระบุเวลาเช่าให้ชัดเจน โดยรายละเอียดส่วนนี้มีความสำคัญเนื่องจากตามกฎหมายแล้วผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิเปลี่ยนแปลงอัตราค่าเช่ากลางคันก่อนสัญญาเช่าสิ้นสุดลง หากระบุระยะเวลาเช่าไว้ 1 ปี อัตราค่าเช่าที่เรียกเก็บจะต้องคงที่ตามที่ระบุไว้ในสัญญาเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้เช่าได้รับความเป็นธรรม ไม่ต้องกังวลว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มกลางทางโดยไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า
  • ห้ามเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟแพงเกินจริง ที่ผ่านมามักมีข้อพิพาทจากการที่ผู้ให้เช่าเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟในอัตราที่สูงกว่าที่หน่วยงานภาครัฐกำหนด ซึ่งถือว่าขัดต่อกฎหมายที่มีข้อบังคับอย่างชัดเจนว่าห้ามผู้ให้เช่าเก็บค่าน้ำค่าไฟเกินกว่าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกเก็บจริง ดังนั้น ผู้ให้เช่าต้องคำนวณค่าน้ำและค่าไฟให้เป็นไปตามอัตราที่การประปาและการไฟฟ้ากำหนดเท่านั้น เพื่อช่วยให้ผู้เช่าไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรม โดยผู้ให้เช่าจะต้องชี้แจ้งรายละเอียดลงในใบแจ้งหนี้ว่าใช้อัตราคำนวณค่าน้ำ-ค่าไฟต่อหน่วยเท่าไร และระบุจำนวนหน่วยที่ผู้เช่าใช้ไปอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เช่าสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ด้วยตนเอง 
  • ห้ามเข้าห้องเช่าโดยพลการ แม้ผู้ให้เช่าจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยให้เช่า แต่เมื่อมีการทำสัญญาเช่าเรียบร้อยแล้ว จะถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้เช่า ซึ่งผู้เช่าจะมีสิทธิเต็มที่ในการอยู่อาศัยพื้นที่นั้นตลอดระยะเวลาเช่า ซึ่งตามกฎหมายแล้วผู้ให้เช่าจะไม่มีสิทธิเข้าตรวจสอบคอนโดฯ/บ้านเช่านั้นโดยไม่แจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้า หรือไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เช่า หากมีการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ของผู้เช่าโดยพลการถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและสิทธิในการครอบครองของผู้เช่าได้ รวมไปถึงในกรณีที่ผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่าตามกำหนด ผู้ให้เช่าก็ไม่มีสิทธิปิดกั้นพื้นที่เช่าเพื่อขัดขวางการเข้าออก หรือบุกรุกเข้าไปขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน กรณีนี้ผู้ให้เช่าจะต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายเท่านั้น

อย่างไรก็ดีผู้ให้เช่ามีสิทธิเข้าตรวจสอบโดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งหากไม่ดำเนินการทันทีจะเกิดความเสียหายหรือมีผลกระทบต่อผู้เช่ารายอื่นเท่านั้น เช่น ไฟไหม้ ท่อน้ำรั่ว พบเจอควันไฟ หรือมีกลิ่นแก๊สรั่ว เป็นต้น

  • ห้ามปรับเงินหากห้องเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ที่อยู่อาศัยให้เช่ามักมีการเปลี่ยนมือมาหลายครั้ง สภาพห้องพัก เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานจึงอาจเสื่อมสภาพได้ตามกาลเวลา เช่น กระเบื้องหลุดร่อน ผนังมีรอยร้าว เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด เป็นต้น ซึ่งหากเกิดความเสียหายเหล่านี้โดยที่ผู้เช่าไม่ได้เป็นต้นเหตุ ผู้เช่าไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่ผู้ให้เช่าต้องบำรุงรักษาที่อยู่อาศัยให้เช่าให้มีสภาพพร้อมอยู่อาศัยเสมอ นอกจากนี้ หากเกิดความเสียหายจากเหตุสุดวิสัย เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ผู้เช่าก็ไม่ต้องรับผิดชอบเช่นกัน อย่างไรก็ดี ผู้เช่ายังคงมีหน้าที่ดูแลรักษาคอนโดฯ/บ้านเช่า รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดี หากเกิดความเสียหายจากความประมาทของผู้เช่าเอง ผู้เช่าก็ต้องรับผิดชอบในความเสียหายนั้น ๆ เช่นกัน
  • ห้ามริบเงินประกันหากผู้เช่าไม่ผิด โดยทั่วไปแล้วการทำสัญญาเช่าจะต้องมีการวางเงินประกันไว้เป็นหลักประกันในกรณีที่ผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่าตามกำหนด หรือเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานของผู้เช่า อย่างไรก็ตาม อาจมีกรณีที่ผู้ให้เช่าบางรายอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเพื่อหาทางริบเงินประกันหรือค่าเช่าล่วงหน้า โดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมหรือพยายามหาเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้เช่ามาอ้าง เช่น อ้างความเสียหายจากการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา หรือเรียกเก็บค่าซ่อมแซมที่สูงแบบไม่สมเหตุสมผล ซึ่งตามกฎหมายแล้วหากผู้เช่าปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาครบถ้วน ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับห้องเช่า ไม่มียอดค้างชำระ และไม่ได้ทำผิดสัญญาข้ออื่น ๆ ผู้เช่ามีสิทธิได้รับเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้าคืนเต็มจำนวนเมื่อสัญญาสิ้นสุด โดยที่ผู้ให้เช่าจะไม่มีสิทธิริบเงินประกันหรือค่าเช่าล่วงหน้าได้

ผู้ปล่อยเช่าควรทำความเข้าใจ ปรับตัวตามกฎหมายอย่างไรให้ได้ใจผู้เช่า

ขณะเดียวกัน ผู้ให้เช่าเองก็ควรศึกษาประกาศฉบับล่าสุดเพื่อปรับธุรกิจให้พร้อมเช่นกัน ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เสนอแนวทางการปล่อยเช่าที่ผู้ให้เช่าควรปรับให้สอดคล้องกับข้อบังคับตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่เพียงจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อพิพาททางกฎหมายในอนาคตแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความประทับใจให้กับผู้เช่า ช่วยให้การปล่อยเช่าเป็นไปอย่างราบรื่นในระยะยาว

  • สัญญาต้องชัดเจนและรัดกุม สัญญาเช่าถือเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่อาศัยร่วมกันอย่างราบรื่น ดังนั้นสัญญาเช่าที่ดีต้องมีความชัดเจนครบถ้วนในทุกรายละเอียด ผู้ให้เช่าในฐานะผู้จัดทำสัญญาควรแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่ารายเดือน/รายปี เงินประกัน อัตราค่าน้ำ-ค่าไฟ อัตราค่าบริการต่าง ๆ หรือค่าซ่อมแซมในกรณีที่ผู้เช่าก่อให้เกิดความเสียหาย รวมทั้งระบุวันชำระค่าเช่าให้ชัดเจนว่าต้องชำระภายในวันที่เท่าไรของเดือน และมีระยะเวลาผ่อนผันกี่วัน ในกรณีที่ผู้เช่าชำระล่าช้าจะมีค่าปรับอย่างไร นอกจากนี้ ในสัญญาควรระบุกฎข้อบังคับในการอยู่อาศัย เช่น ห้ามเลี้ยงสัตว์ ห้ามทำเสียงดังเกินเวลาที่กำหนด ห้ามสูบบุหรี่ภายในห้องพัก พร้อมบทลงโทษที่เหมาะสมไปตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ เช่น การตักเตือน การเรียกเก็บค่าปรับ หรือการขอยกเลิกสัญญาเช่า เป็นต้น เพื่อช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน และสามารถอยู่อาศัยร่วมกับเพื่อนบ้านได้อย่างสงบสุข 
  • จะยกเลิกสัญญาต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร หากผู้เช่าได้ทำผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ เช่น ค้างชำระค่าเช่า สร้างความเสียหายต่อห้องพัก หรือแอบเลี้ยงสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายนั้นผู้ให้เช่าจะไม่สามารถยกเลิกสัญญาด้วยวาจาได้ทันที แต่ต้องทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแจ้งให้ผู้เช่าแก้ไขภายใน 30 วัน จึงจะเลิกสัญญาเช่าได้ ยกเว้นในกรณีที่การกระทำของผู้เช่าส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยส่วนรวมกับผู้เช่ารายอื่น เช่น ก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือมีพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น ผู้ให้เช่าจะต้องทำหนังสือเตือนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนจะยกเลิกสัญญาเช่า ทั้งนี้ การปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้ผู้ให้เช่าถูกฟ้องร้องในภายหลังว่ายกเลิกสัญญาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • คืนเงินประกันภายใน 7 วันหลังหมดสัญญา เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง และทางผู้เช่าได้ส่งมอบห้องคืนในสภาพเรียบร้อย โดยไม่มีการค้างค่าเช่าและไม่มีความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของผู้เช่า ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันให้แก่ผู้เช่าภายใน 7 วัน นับจากวันที่สัญญาสิ้นสุด สำหรับสัญญาเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยระยะสั้นนั้น ผู้ให้เช่าสามารถเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันรวมกันได้ไม่เกิน 3 เดือน ส่วนกรณีทำสัญญาเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวที่คิดค่าเช่าเป็นรายปี ให้เรียกเก็บรวมกันได้ไม่เกิน 1 ปี อย่างไรก็ตาม หากผู้เช่าก่อให้เกิดความเสียหายจริง ผู้ให้เช่าสามารถหักค่าซ่อมแซมจากเงินประกันได้ โดยต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบพร้อมส่งมอบหลักฐานประกอบ เช่น รูปถ่ายความเสียหาย ใบเสนอราคาหรือใบเสร็จค่าซ่อม หากหักค่าซ่อมแซมจากเงินประกันแล้วยังเหลือบางส่วน ผู้ให้เช่าก็ต้องคืนส่วนที่เหลือให้ผู้เช่าภายใน 7 วันเช่นกัน
  • ใช้กฎหมายจัดการผู้เช่าที่ตั้งใจทำทรัพย์สินพังได้ หากผู้เช่าสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินในห้องเช่าหรือพื้นที่ส่วนกลาง หรือสร้างความสกปรกร้ายแรงจนต้องซ่อมแซม ผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้เช่าได้ตามกฎหมาย โดยผู้ให้เช่าต้องพิจารณาสาเหตุของความเสียหายให้ชัดเจนและเตรียมหลักฐานให้พร้อมด้วย 
    • สิทธิในทางแพ่ง ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องเรียกร้องความเสียหายในทางแพ่ง ซึ่งผู้เช่าต้องรับผิดในทางทรัพย์สินคือชดใช้เงินเป็นค่าเสียหายที่ทำให้ทรัพย์สินที่เช่าสกปรก เสียหาย ชำรุด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดให้ทรัพย์สินที่เช่ากลับคืนสู่สภาพเดิม อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีแพ่งนั้นเมื่อชนะคดีจะทำได้เพียงบังคับเอากับทรัพย์สินของผู้เช่า ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ นอกจากนี้ โจทก์ผู้ชนะคดีจะต้องสืบหาทรัพย์สินของจำเลยผู้แพ้คดี และไปแจ้งให้กรมบังคับคดีทราบเพื่อบังคับด้วยการอายัดมาจ่ายต่อไป 
    • สิทธิในทางอาญา ผู้ให้เช่าสามารถดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าผู้เช่ามีเจตนาที่จะทำให้ทรัพย์สินที่เช่าได้รับความเสียหาย ไม่ใช่เพียงใช้สอยโดยไม่ระมัดระวังเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ให้เช่าต้องดำเนินคดีอาญาด้วยการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หรือฟ้องคดีเองต่อศาลภายในเวลา 3 เดือนนับแต่วันที่ทราบถึงการกระทำความผิด (วันที่ตรวจพบความเสียหาย) ถ้ามีหลักฐานเพียงพอ การดำเนินคดีอาญาจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หากศาลพิจารณาแล้วว่ามีความผิดจริง ผู้เช่าจะต้องเสี่ยงกับการสูญเสียอิสรภาพ หรือหากรอการลงโทษก็จะมีประวัติทำความผิดอาญาติดตัว 

ในการตกลงทำสัญญาเช่าที่อยู่อาศัยทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นการเจอหน้ากันโดยตรงหรือการเซ็นสัญญาออนไลน์ ผู้ให้เช่าควรอธิบายรายละเอียดในสัญญาให้ผู้เช่าเข้าใจตรงกันอย่างครบถ้วน และต้องทำสัญญาเช่าเป็นคู่ฉบับเพื่อมอบให้ผู้เช่าเก็บไว้ 1 ฉบับทันทีที่ลงนาม อย่างไรก็ดี หากผู้ให้เช่ากำหนดเงื่อนไขในสัญญาที่ขัดต่อข้อกำหนดตามประกาศฉบับใหม่ของ สคบ. แม้ผู้เช่าจะเซ็นยินยอมไปแล้วก็ถือว่าไม่มีผลทางกฎหมายใด ๆ 

ขณะเดียวกัน หากผู้เช่ารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือพบว่าผู้ให้เช่าไม่ดำเนินการตามประกาศล่าสุด สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนไปยัง สคบ. ให้ตรวจสอบได้ทันที เพื่อให้ทุกคนได้พบกับห้องเช่าที่ปลอดภัยและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเป็นธรรมในระยะยาว ทั้งนี้ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (www.DDproperty.com) ได้รวบรวมข่าวสารและบทความด้านอสังหาฯ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยไว้มากมาย รวมทั้งเป็นแหล่งข้อมูลประกาศซื้อ/ขาย/ให้เช่าที่อยู่อาศัยในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ ช่วยให้ทุกคนเริ่มต้นเตรียมความพร้อมก่อนตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยในฝันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

Red Hat Expands Collaboration with NVIDIA to Pair Enterprise Open Source with Rack-Scale AI for Faster, Production-Ready Innovation

Red Hat ขยายความร่วมมือกับ NVIDIA ผสานพลังโอเพ่นซอร์สระดับองค์กร เข้ากับ Rack-Scale AI เร่งสปีดนวัตกรรมอัจฉริยะที่พร้อมใช้งานจริง

Red Hat Expands Collaboration with NVIDIA to Pair Enterprise Open Source with Rack-Scale AI for Faster, Production-Ready Innovation

  • With the goal of accelerating enterprise AI adoption, Red Hat intends to deliver a complete AI stack optimized for the NVIDIA Vera Rubin platform with Red Hat Enterprise Linux, Red Hat OpenShift and Red Hat AI

  • Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA aims to provide a Day 0 starting point for faster-moving, customized, open source experiences for rack-scale AI workloads powered by the NVIDIA Rubin platform, backed by Red Hat’s commitment to production stability

Red Hat, the world’s leading provider of open source solutions, today announced a landmark expansion of its collaboration with NVIDIA to align enterprise open source technologies to the rapidity of enterprise AI evolution and rack-scale AI advances. As the industry moves beyond individual servers toward unified, high-density systems, Red Hat aims to deliver the starting point for this transformation with Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA, a specialized edition of the world’s leading enterprise Linux platform that is optimized for the NVIDIA Rubin platform and tuned to drive future production on Red Hat OpenShift and Red Hat AI.

“NVIDIA’s architectural breakthroughs have made AI an imperative, proving that the computing stack will define the industry’s future,” said Matt Hicks, president and CEO, Red Hat. “To meet these tectonic shifts at launch, Red Hat and NVIDIA aim to provide Day 0 support for the latest NVIDIA architectures across Red Hat’s hybrid cloud and AI portfolios. Together, we are fueling the next generation of enterprise AI through the power of open source.”

“Red Hat revolutionized enterprise computing with industrial-strength open-source software,” said Jensen Huang, founder and CEO, NVIDIA. “In the age of AI, the entire computing stack—from chips and systems to middleware, models, and the AI lifecycle—is being reinvented from the ground up. Together, NVIDIA and Red Hat are industrializing open source to bring AI to the enterprise, starting with the Vera Rubin platform.”

Moving into 2026, many organizations are poised to move AI from experimentation into production, with top-down strategies and centralized AI toolboxes that incorporate AI agents and other advances. This shift, however, demands a stable, high-performance and more secure infrastructure stack, from the underlying architecture to the software running on top of it. The NVIDIA Rubin platform, featuring the new NVIDIA Vera CPU and advanced NVIDIA Rubin GPUs, is designed to deliver a giant leap forward in intelligence for agentic AI and advanced reasoning. With Red Hat optimizing its hybrid cloud portfolio for NVIDIA’s breakthroughs, starting with Day 0 support for this new platform, Red Hat intends to empower organizations to scale their AI initiatives more confidently, with enterprise-grade reliability and a consistent operational model across the hybrid cloud.

The backbone for gigascale AI factories

The NVIDIA Vera Rubin platform introduces transformative innovations, including the Vera CPU, the most power-efficient CPU for gigascale AI factories, the BlueField-4 data processor, as well as the NVIDIA Vera Rubin NVL72 rack-scale solution. Today, Red Hat is announcing its intention to deliver Day 0 support for the NVIDIA Rubin platform across the Red Hat AI portfolio, encompassing:

  • Red Hat Enterprise Linux serves as a bridge between this advanced hardware and the complex software ecosystems required for modern AI. As the fundamental building block for Red Hat’s robust portfolio of hybrid cloud solutions, including Red Hat OpenShift and Red Hat AI, Red Hat Enterprise Linux will introduce support for NVIDIA Confidential Computing for the entire AI lifecycle, providing enhanced security capabilities for GPUs, memory and model data while giving organizations cryptographic proof that their most sensitive AI workloads maintain extensive protections.

  • Red Hat OpenShift provides NVIDIA Rubin platform customers with ready access to the industry’s leading enterprise hybrid cloud platform powered by Kubernetes. To automate deployment, configuration and lifecycle management of accelerated computing, Red Hat OpenShift adds support for NVIDIA infrastructure software and the NVIDIA CUDA X libraries, delivering optimized performance of a wide range of accelerated workloads. Additionally, support for NVIDIA Bluefield delivers enhanced networking, advanced cluster management and improved resource utilization through a more consistent, enterprise-grade operational experience.

  • Red Hat AI, Red Hat’s production-ready enterprise AI platform, will add new integrations with NVIDIA, expanding support for distributed inference with NVIDIA’s open source models on Red Hat AI Inference Server, Red Hat Enterprise Linux AI and Red Hat OpenShift AI. This includes Red Hat and NVIDIA working to expand support beyond the NVIDIA Nemotron family to other NVIDIA open models, including those aimed at vision, robotics and vertical-specific areas.

AI innovations served by the world’s leading enterprise Linux platform at Day 0

Red Hat is introducing Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA, a new edition of the world’s leading enterprise Linux platform that incorporates the latest NVIDIA platform advancements at launch. In collaboration with NVIDIA, Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA will support the platform features of the latest NVIDIA architectures on Day 0 of availability, starting with the NVIDIA Rubin platform.

Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA remains fully aligned with the main build of the operating system. As improvements from Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA make their way into Red Hat Enterprise Linux, customers will be able to easily transition to the traditional Red Hat Enterprise Linux as their specific production demands require with the confidence that production systems will maintain expected performance levels and application compatibility. 

With this new focus, Red Hat and NVIDIA are giving customers a launch-ready, enterprise-class Linux platform that fully supports the latest breakthroughs in rack-scale AI. This includes:

  • Validated interoperability: Red Hat Enterprise Linux is a validated operating system for NVIDIA’s latest accelerators, helping to ensure that hardware and software capabilities work seamlessly to reduce deployment friction.

  • Streamlined driver management: Organizations can access validated NVIDIA GPU OpenRM drivers and the CUDA toolkit directly through Red Hat Enterprise Linux repositories, simplifying the lifecycle management of AI infrastructure.

  • Enhanced security posture: Red Hat Enterprise Linux provides a hardened foundation with features like SELinux and proactive vulnerability management, critical for protecting sensitive data in AI training and inference environments.

  • Hybrid cloud consistency: Whether on-premises, at the edge or in the public cloud, Red Hat Enterprise Linux offers a unified platform for NVIDIA accelerated computing infrastructure, reducing infrastructure silos and lowering the total cost of ownership.

  • Backed by the industry’s largest commercial open source ecosystem: Red Hat Enterprise Linux is supported across a robust ecosystem of software, hardware and cloud providers to enable greater choice and deeper capabilities across hybrid cloud environments.

Availability

Red Hat Enterprise Linux support for the NVIDIA Vera Rubin platform will coincide with its general availability in the second half of 2026. Customers will be able to access the latest drivers and integration tools through the Red Hat Customer Portal.

Red Hat ขยายความร่วมมือกับ NVIDIA ผสานพลังโอเพ่นซอร์สระดับองค์กร เข้ากับ Rack-Scale AI เร่งสปีดนวัตกรรมอัจฉริยะที่พร้อมใช้งานจริง

Red Hat ขยายความร่วมมือกับ NVIDIA ผสานพลังโอเพ่นซอร์สระดับองค์กร เข้ากับ Rack-Scale AI เร่งสปีดนวัตกรรมอัจฉริยะที่พร้อมใช้งานจริง

Red Hat ขยายความร่วมมือกับ NVIDIA ผสานพลังโอเพ่นซอร์สระดับองค์กร เข้ากับ Rack-Scale AI เร่งสปีดนวัตกรรมอัจฉริยะที่พร้อมใช้งานจริง

  • Red Hat มีเป้าหมายในการช่วยให้องค์กรนำ AI มาประยุกต์ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว บริษัทฯ มุ่งมั่นนำเสนอชุดโซลูชัน AI ครบวงจร ที่ปรับแต่งเฉพาะเพื่อทำงานบนแพลตฟอร์ม NVIDIA Vera Rubin ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ชุดโซลูชันนี้ประกอบด้วย Red Hat Enterprise Linux, Red Hat OpenShift และ Red Hat AI
  • Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA มุ่งมั่นมอบจุดเริ่มต้นความพร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้งใช้งาน (Day 0) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่ปรับแต่งได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัวให้กับเวิร์กโหลด AI ระดับ rack-scale ที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์ม NVIDIA Rubin และได้รับการสนับสนุนด้านความมั่นคงและความเสถียรของระบบในการใช้งานจริงจาก Red Hat 

เร้ดแฮท (Red Hat) ผู้ให้บริการโซลูชันโอเพ่นซอร์สชั้นนำของโลก ประกาศขยายความร่วมมือครั้งสำคัญกับ NVIDIA เพื่อบูรณาการเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สระดับองค์กรให้สอดประสานไปกับวิวัฒนาการอันรวดเร็วของ AI ระดับองค์กร และความก้าวหน้าของ rack-scale AI ทั้งนี้ Red Hat มุ่งมั่นที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในยุคที่อุตสาหกรรมกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของเซิร์ฟเวอร์แบบแยกส่วนเดี่ยว ๆ ไปสู่ระบบรวมศูนย์ที่อัดแน่นด้วยขุมพลังประมวลผลความหนาแน่นสูง ด้วย Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มลินุกซ์ระดับองค์กรชั้นนำของโลกรุ่นพิเศษที่ปรับแต่งให้เหมาะกับแพลตฟอร์ม NVIDIA Rubin และปรับแต่งเพื่อพร้อมขับเคลื่อนการใช้งานจริงในอนาคตบน Red Hat OpenShift และ Red Hat AI

นายแมตต์ ฮิกส์ ประธานและซีอีโอของเร้ดแฮท กล่าวว่า “ความก้าวหน้าครั้งสำคัญของสถาปัตยกรรมของ NVIDIA ทำให้ AI กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ และเป็นข้อพิสูจน์ว่าระบบประมวลผล (computing stack) จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของทั้งอุตสาหกรรม Red Hat และ NVIDIA ตอบรับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้ด้วยความมุ่งมั่นสนับสนุนตั้งแต่ Day 0 ให้กับสถาปัตยกรรมล่าสุดของ NVIDIA ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฮบริดคลาวด์และ AI ของ Red Hat เพื่อร่วมกันใช้พลังของโอเพ่นซอร์สขับเคลื่อน AI ระดับองค์กรยุคใหม่”

นายเจนเซน หวง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ NVIDIA กล่าวว่า “Red Hat ได้ปฏิวัติการใช้เทคโนโลยีและการประมวลผลขององค์กร ด้วยซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเกรดที่ใช้งานในอุตสาหกรรมที่ออกแบบมาให้ทนทานต่อการใช้งานหนัก มีความเสถียรสูงสุด ปลอดภัย และมีการสนับสนุนทางเทคนิค โครงสร้างระบบคอมพิวติ้งทั้งหมดในยุค AI ไม่ว่าจะเป็นชิปและระบบต่าง ๆ ไปจนถึงมิดเดิลแวร์ โมเดล และไลฟ์ไซเคิลของ AI กำลังถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ฐานราก NVIDIA และ Red Hat กำลังร่วมมือกันยกระดับโอเพ่นซอร์สให้เป็นมาตรฐานระดับอุตสาหกรรม เพื่อนำ AI มาให้องค์กรได้ใช้ โดยเริ่มจากแพลตฟอร์ม Vera Rubin” 

ปี 2026 องค์กรหลายแห่งพร้อมที่จะยกระดับ AI จากขั้นทดลองไปสู่การใช้งานจริงด้วยกลยุทธ์แบบบนลงล่างและชุดเครื่องมือ AI แบบรวมศูนย์ ที่รวมเอา AI agent ต่าง ๆ และนวัตกรรมล้ำสมัยอื่น ๆ เข้าไว้ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องอาศัยกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่เสถียร มีประสิทธิภาพสูง และมีความปลอดภัยที่รัดกุม ตั้งแต่สถาปัตยกรรมพื้นฐานไปจนถึงซอฟต์แวร์ที่รันอยู่บนสถาปัตยกรรมพื้นฐานนั้น ๆ แพลตฟอร์ม NVIDIA Rubin มาพร้อม NVIDIA Vera CPU ใหม่ และ NVIDIA Rubin GPU ที่ล้ำสมัย ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างความชาญฉลาดครั้งใหญ่แบบก้าวกระโดดให้กับ agentic AI และการใช้เหตุผลขั้นสูง และจากการที่ Red Hat ได้ปรับปรุงพอร์ตโฟลิโอไฮบริดคลาวด์ให้เหมาะสมกับนวัตกรรมของ NVIDIA โดยเริ่มจากการรองรับและให้การสนับสนุนแพลตฟอร์มใหม่นี้ตั้งแต่ Day 0 นั้น แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของ Red Hat ในการเสริมศักยภาพให้องค์กรต่าง ๆ สามารถขยายขอบเขตการดำเนินงานด้าน AI ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ด้วยความเชื่อถือได้ในการทำงานระดับองค์กร และ รูปแบบการดำเนินงานที่สม่ำเสมอครอบคลุมไฮบริดคลาวด์ทั้งหมด

โครงสร้างหลักสำหรับ AI factories ระดับกิกะสเกล

แพลตฟอร์ม NVIDIA Vera Rubin นำเสนอนวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการ ประกอบด้วย Vera CPU ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงที่สุดสำหรับ AI factories ระดับกิกะสเกล, หน่วยประมวลผลข้อมูล BlueField-4 รวมถึงโซลูชัน NVIDIA Vera Rubin NVL72 rack-scale โดย Red Hat ได้ประกาศความมุ่งมั่นในการให้การสนับสนุนแพลตฟอร์ม NVIDIA Rubin ตั้งแต่ Day 0 ครอบคลุมพอร์ตโฟลิโอ Red Hat AI ทั้งหมดดังนี้ 

  • Red Hat Enterprise Linux ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างฮาร์ดแวร์ทรงประสิทธิภาพนี้ กับระบบซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนที่จำเป็นสำหรับ AI ยุคใหม่ ทั้งนี้ Red Hat Enterprise Linux ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของพอร์ตโฟลิโอไฮบริดคลาวด์ของ Red Hat ไม่ว่าจะเป็น Red Hat OpenShift และ Red Hat AI พร้อมรองรับ NVIDIA Confidential Computing เพื่อสนับสนุนตลอดไลฟ์ไซเคิลของการใช้ AI และมอบความปลอดภัยประสิทธิภาพสูงขึ้นให้กับ GPU หน่วยความจำ และ ข้อมูลของโมเดล ในขณะเดียวกันก็มอบคุณสมบัติการยืนยันตัวตนด้วยรหัสลับให้แก่องค์กร เพื่อความมั่นใจว่าข้อมูล AI ที่สำคัญและมีความอ่อนไหวสูงจะได้รับการปกป้องอย่างทั่วถึงและรัดกุม

  • Red Hat OpenShift ช่วยให้ลูกค้าที่ใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA Rubin สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มไฮบริดคลาวด์ระดับองค์กรชั้นนำของอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย Kubernetes ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังได้เพิ่มการรองรับซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานของ NVIDIA และชุดไลบรารี NVIDIA CUDA-X เพื่อช่วยให้การติดตั้งใช้งาน การตั้งค่า และการบริหารจัดการวงจรการทำงานของระบบประมวลผลความเร็วสูงเป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้การประมวลผลแบบเร่งความเร็วที่หลากหลายมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งยังรองรับ NVIDIA Bluefield ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพของเครือข่าย การจัดการคลัสเตอร์ที่ซับซ้อนให้ดีขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากรผ่านประสบการณ์การดำเนินงานเกรดที่ใช้ในองค์กรที่มีมาตรฐานและมีความเสถียรสูง

  • Red Hat AI แพลตฟอร์ม AI ระดับองค์กรที่พร้อมใช้งานจริงของ Red Hat จะเพิ่มการผสานรวมเทคโนโลยีกับ NVIDIA รายการใหม่ ๆ มากขึ้น โดยจะขยายให้สามารถรองรับการอนุมานแบบกระจายด้วยโมเดลโอเพ่นซอร์สของ NVIDIA บน Red Hat AI Inference Server, Red Hat Enterprise Linux AI และ Red Hat OpenShift AI ความร่วมมือนี้ประกอบด้วยการทำงานร่วมกันเพื่อขยายการสนับสนุนและรองรับการทำงานให้ครอบคลุมมากกว่าแค่ตระกูล NVIDIA Nemotron โดยจะรวมไปถึงโมเดลแบบโอเพ่นอื่น ๆ ของ NVIDIA เช่น โมเดลการวิเคราะห์ภาพ, หุ่นยนต์ต่าง ๆ และโมเดลที่ใช้เฉพาะทางในแต่ละอุตสาหกรรม  

นวัตกรรม AI ที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มลินุกซ์ระดับองค์กรชั้นนำของโลก พร้อมใช้งานตั้งแต่ Day 0

Red Hat เปิดตัว Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษรุ่นใหม่ของแพลตฟอร์ม    ลินุกซ์ระดับองค์กรชั้นนำของโลก ที่ผสานรวมเทคโนโลยีล้ำหน้าล่าสุดของแพลตฟอร์ม NVIDIA เข้าไว้ด้วยกันตั้งแต่วันเปิดตัว ความร่วมมือครั้งนี้ส่งให้ Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA จะสามารถรองรับฟีเจอร์ต่าง ๆ ของแพลตฟอร์มที่เป็นสถาปัตยกรรมล่าสุดของ NVIDIA ได้ทันทีตั้งแต่ Day 0 โดยเริ่มจากแพลตฟอร์ม NVIDIA Rubin เป็นแพลตฟอร์มแรก

Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA ยังคงเข้ากันได้และเป็นไปตามระบบปฏิบัติการหลักอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้จะมีการนำฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นใน Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA เข้าไปรวมไว้ใน Red Hat Enterprise Linux ซึ่งเป็นการช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนกลับไปใช้ Red Hat Enterprise Linux รุ่นมาตรฐานได้อย่างง่ายดายตามความต้องการใช้งานจริง และมั่นใจได้ว่าระบบงานหลักที่ใช้งานจริงต่าง ๆ จะทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและสามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น 

Red Hat และ NVIDIA มุ่งมั่นที่จะมอบแพลตฟอร์ม Linux ระดับองค์กรที่พร้อมใช้งานได้ทันที และพร้อมรองรับความก้าวหน้าล่าสุดของ rack-scale AI ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายใหม่ดังกล่าว โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  • การรับรองว่าทำงานร่วมกันได้: Red Hat Enterprise Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองให้ใช้กับอุปกรณ์เร่งความเร็วรุ่นล่าสุดของ NVIDIA ช่วยให้มั่นใจได้ว่าความสามารถของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จะทำงานอย่างราบรื่น ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนและอุปสรรคในการติดตั้งใช้งาน

  • การบริหารจัดการไดรเวอร์ที่คล่องตัว: องค์กรต่าง ๆ สามารถเข้าถึงไดรเวอร์ NVIDIA GPU OpenRM และชุดเครื่องมือ CUDA ที่ได้รับการรับรองแล้วได้โดยตรงจากคลังซอฟต์แวร์ของ Red Hat Enterprise Linux ซึ่งเป็นการลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลของโครงสร้างพื้นฐาน AI

  • เสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัย: Red Hat Enterprise Linux มอบโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่มาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น SELinux และการบริหารจัดการช่องโหว่เชิงรุก ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนในสภาพแวดล้อมของการเทรนและการอนุมาน AI

  • การทำงานที่สอดคล้องกันบนไฮบริดคลาวด์: Red Hat Enterprise Linux มอบแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ให้กับโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลความเร็วสูงของ NVIDIA ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานภายในองค์กร ที่ edge หรือ บนพับลิคคลาวด์ ซึ่งช่วยลดการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่แยกส่วนกัน และลดต้นทุนการเป็นเจ้าของโดยรวมให้ต่ำลง

  • การสนับสนุนโดยระบบนิเวศโอเพ่นซอร์สเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม: Red Hat Enterprise Linux ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากระบบนิเวศด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และผู้ให้บริการคลาวด์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายและยกระดับขีดความสามารถเชิงลึกในการทำงานบนสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์

การวางจำหน่าย 

Red Hat Enterprise Linux ที่รองรับแพลตฟอร์ม NVIDIA Vera Rubin จะพร้อมให้ใช้งานทั่วไป (general availability) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยลูกค้าจะสามารถเข้าถึงไดรเวอร์และเครื่องมือสำหรับการทำงานร่วมกันต่าง ๆ ได้ผ่านทาง Red Hat Customer Portal

Nutanix 2026 Predictions

นูทานิคซ์ คาดการณ์ทางเทคโนโลยี ปี 2026

Nutanix 2026 Predictions

Article by
Lee Caswell, SVP, Product and Solutions Marketing at Nutanix
Debojyoti (Debo) Dutta, Chief AI Officer at Nutanix

Many organizations are hitting a pivotal turning point in their AI journey—shaping everything from IT strategy and infrastructure to cybersecurity. The latest Nutanix Enterprise Cloud Index (ECI) survey highlights key trends and hurdles ahead. Specifically, businesses are grappling with how to scale GenAI workloads from pilot projects to full production, while navigating the complexities of data governance, privacy, and transparency, including seamlessly integrating these advanced AI tools with existing IT infrastructure.

Lee Caswell, SVP of Product and Solutions Marketing, and Debojyoti Dutta, Chief AI Officer at Nutanix, have released their 2026 AI Outlook. Their insights serve as a strategic roadmap for organizations looking to unlock their full potential and stay ahead in this era of rapid digital transformation.

Businesses will move from AI-first to AI-smart.

Many organizations dove head first to AI without thinking about the consequences and anticipating the real business use cases. Just like we saw  with the initial rush to cloud-first adoption, enterprises are going to re-evaluate their technology stacks and truly see where AI makes sense.

AI applications have become business critical more quickly than any other applications we’ve ever seen. In 2026, we’re going to see organizations integrate AI into their enterprise IT and explore three areas: business resiliency, Day Two operations, and security.

Enterprise AGI is achieved (or very close) by AI Agents

Today the top models and systems can perform tasks that the smartest humans take pride in e.g. solving very hard math and coding problems. When adapted and incorporated into enterprise systems and AI agents, they  will reach near AGI levels to get most enterprise tasks done.

Growth of private/sovereign AI infrastructure, especially outside the US.

Due to the geopolitical shifts, countries have begun to invest in Sovereign AI infrastructure – both software and hardware. This allows countries to be self reliant for their critical AI transformation, both civilian and otherwise.

This starts with their own GPU farms and related power/real estate, up to their own software stacks and foundation models, which will be optimized on their own sovereign data. It will lead to new software infrastructure stacks.

The sovereign edge will continue to evolve

AI is a force for more distributed infrastructure as AI moves out to process data generated at the edge.  Enterprises will need to consider the global management, distributed security, and remote recovery/destruction policies available for the sovereign edge and rely more on platform engineering to successfully achieve this.

As AI continues to skyrocket in adoption, businesses will look to find ways to process AI-related data locally. As a result, organizations will look to global management solutions with integrated security and edge resiliency to help keep this in check.

Rapid growth in open generative AI and Agents (Jevon’s paradox) within enterprises.

While there is a lot of healthy skepticism about AI, the gains are tangible and will continue to increase. In the US, this is driven by foundation model labs and killer apps like cursor.

Outside the US, there is a huge open model movement (Deepseek, Mistral etc) and these models are being tuned with private/sovereign data for consumption.

Open source technologies today can provide a significant fraction of the capabilities provided by top AI applications with the help of non US open weights models. We expect to see this open movement grow rapidly, leading to Jevon’s paradox, and will force the hand of US models to compete with open weights models (data: OpenAI was forced to opensource openai-oss-GPT)

The tech industry will enter a decade of Platform Wars.

We’re entering a decade of platform wars, where success won’t hinge on individual features but on the strength and flexibility of the entire platform. Enterprises will increasingly seek platformization focused on solutions that provide freedom of choice while delivering on three core priorities: resiliency, hardware modernization, and software modernization.

The fastest path to innovation will come from platforms that embrace openness: choice of containers, choice of LLMs, and choice of GPUs. Vendors that can integrate these options seamlessly and rapidly will be the ones that win in this new era. And customers that pick the most complete platforms can integrate management across traditional and new applications deployed across hybrid cloud locations, including the sovereign edge.