รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด เผยบริการ Differentiated Connectivity กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

Ericsson Mobility Report: differentiated connectivity services gaining momentum

รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด เผยบริการ Differentiated Connectivity กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

  • ผู้ให้บริการการสื่อสาร 33 รายทั่วโลก เปิดให้บริการการเชื่อมต่อหรือการให้บริการที่แตกต่างหลากหลาย หรือ Differentiated Connectivity ด้วยเทคโนโลยี Network Slicing โดยมีบริการรวมทั้งสิ้น 65 รายการ
  • ภายในสิ้นปี 2574 คาดการณ์จำนวนผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกจะสูงแตะ 6.4 พันล้านราย คิดเป็น 2 ใน 3 ของผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมด
  • และในปี 2574 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ Fixed Wireless Access (FWA) อยู่ประมาณ 1.4 พันล้านราย โดย 90% ใช้บริการผ่าน 5G

การติดตั้งเครือข่าย 5G Standalone (5G SA) กระตุ้นให้เกิดการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ มีผู้ให้บริการการสื่อสาร (CSPs) จำนวนมากหันมาเปิดให้บริการการเชื่อมต่อหรือการให้บริการที่แตกต่างหลากหลาย (Differentiated Connectivity) เชิงพาณิชย์ โดยอาศัยเทคโนโลยี 5G SA Network Slicing ซึ่งเป็นการที่ผู้ให้บริการรับประกันคุณภาพการให้บริการสำหรับยูสเคสการใช้งานของลูกค้าผ่านการจัดสรรและแบ่งเครือข่าย สถิติดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงาน การวิเคราะห์ และการคาดการณ์เชิงลึกในรายงาน Ericsson (NASDAQ: ERIC) Mobility Report (EMR) ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการการสื่อสารมากกว่า 90 ราย ที่เปิดตัวและทดลองเปิดใช้เครือข่าย 5G Standalone (5G SA) แล้ว เพิ่มขึ้นประมาณ 30 รายจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 20 ราย จากรายงาน EMR ฉบับเดือนมิถุนายน 2568

นักวิจัย EMR ยังระบุยูสเคสการใช้งาน Network Slicing เพื่อให้บริการ Differentiated Connectivity ที่มีมากถึง 118 ยูสเคส จากผู้ให้บริการการสื่อสาร 56 ราย

จาก 118 ยูสเคส มี 65 ยูสเคส จากผู้ให้บริการ 33 ราย ที่พัฒนามาจากช่วง Proof of Concept และไปสู่การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ โดยบริการมีทั้งแบบแพ็คเกจสมัครสมาชิกหรือแพ็คเกจบริการเสริมสำหรับลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร และมีบริการเชิงพาณิชย์ 21 รายการ จาก 65 รายการ หรือเกือบหนึ่งในสาม ที่เปิดตัวในปี 2568 เพียงปีเดียว

มร.แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยกำลังเติบโตรวดเร็ว และเครือข่าย 5G Standalone จะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้กับผู้ให้บริการสามารถนำเสนอบริการใหม่ๆ ที่แตกต่างและโดดเด่นสำหรับองค์กรและผู้บริโภคในประเทศไทย การนำเครือข่าย 5G SA มาใช้งานยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับการพัฒนานวัตกรรมของทั้งภาคเอกชนและบริการดิจิทัลของภาครัฐฯ ช่วยให้ประเทศสามารถได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G เต็มรูปแบบ พร้อมบรรลุวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0”

รายงาน EMR ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 ครอบคลุมกรอบเวลาการคาดการณ์ใหม่ ตั้งแต่ปี 2568 จนถึงสิ้นปี 2574

ช่วงการรายงานใน EMR ฉบับนี้ ยังครอบคลุมถึงการติดตั้งเครือข่าย 6G เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากวงจรการเติบโตของผู้ใช้ในเครือข่ายมือถือรุ่นก่อนหน้า โดยนักวิจัย EMR คาดว่าการเปิดตัวเครือข่าย 6G เชิงพาณิชย์ครั้งแรกนี้ จะเกิดจากผู้ให้บริการการสื่อสารชั้นนำในตลาดหลัก ๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย และบางประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC)

ภายในสิ้นปี 2574 คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการ 6G ทั่วโลกสูงแตะ 180 ล้านราย ซึ่งยังไม่นับรวมการเติบโตช่วงแรกของอุปกรณ์ Internet of Things ที่ใช้ AI โดยตัวเลขผู้ใช้งานอาจเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดหาก 6G เปิดตัวเร็วกว่าที่วงจรก่อนหน้านี้ระบุไว้

คาดว่า 6G เชิงพาณิชย์จะเปิดตัวในยุโรปช้ากว่าประเทศอื่นประมาณหนึ่งปี เมื่อเทียบกับช่วงเปิดตัว 5G เนื่องจากการติดตั้ง 5G SA ที่ล่าช้ากว่า

จากที่ยูสเคสการใช้งาน 5G หลัก ๆ มีการขยายตัวต่อเนื่อง คาดว่าในปี 2574 จะมีผู้ใช้บริการ 5G สูงถึง 6.4 พันล้านราย คิดเป็นประมาณสองในสามของผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว โดยคาดว่าประมาณ 4.1 พันล้านรายจากจำนวนนี้ หรือประมาณร้อยละ 65 จะเป็นผู้ใช้บริการ 5G SA

เพียงปีนี้ปีเดียว คาดว่าภายในสิ้นปีจะมีจำนวนผู้ใช้บริการ 5G สูงแตะ 2.9 พันล้านราย เทียบเท่ากับประมาณหนึ่งในสามของผู้ใช้งานมือถือทั้งหมดในปัจจุบัน โดยเพิ่มขึ้นราว 600 ล้านราย เมื่อเทียบรายปี

ในแง่ของการให้บริการที่ครอบคลุมพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ พบว่าในปี 2568 มีผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงบริการ 5G เพิ่มขึ้น 400 ล้านราย และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ ครึ่งนึง (50%) ของประชากรในโลกนอกเหนือจากจีนแผ่นดินใหญ่จะเข้าถึงบริการ 5G

ปริมาณการใช้ดาต้าเน็ตบนเครือข่ายมือถือเติบโต 20% เทียบช่วงไตรมาสสามของปี 2567 และปี 2568 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยมาจากแรงหนุนของจีนและอินเดีย และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 16% ต่อปีจนถึงปี 2574

ภายในสิ้นปีนี้ (2568) คาดว่าเครือข่าย 5G จะครอบคลุมการใช้ดาต้าเน็ตบนมือถือทั้งหมด 43% เพิ่มขึ้นจาก 34% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และในปี 2574 ผู้เชี่ยวชาญ EMR คาดว่าจะเพิ่มเป็น 83%

บริการ Fixed Wireless Access (FWA) ยังคงเติบโตในฐานะยูสเคสการใช้งาน 5G รายงาน EMR ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 ยังคาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2574 จะมีผู้คนทั่วโลกประมาณ 1.4 พันล้านคนที่จะเข้าถึงบริการ FWA และ 90% ใช้งานผ่านเครือข่าย 5G

นักวิจัย EMR ระบุผู้ให้บริการ 159 รายที่เปิดให้บริการ FWA ผ่านเครือข่าย 5G ในปัจจุบัน คิดเป็น 65% ของผู้ให้บริการ FWA ทั้งหมด โดยจำนวนผู้ให้บริการที่เสนออัตราค่าบริการตามความเร็ว ซึ่งเป็นรูปแบบการสร้างรายได้ทั่วไปสำหรับบรอดแบนด์ผ่านเส้นใยแก้วนำแสงหรือสายเคเบิล เพิ่มขึ้นจาก 43% เป็น 54% นับตั้งแต่รายงาน EMR ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2567

รายงาน EMR ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 จำนวน 36 หน้า ประกอบด้วยบทความยูสเคสที่เขียนร่วมกันสามบทความ ได้แก่:

  • Singtel: 5G SA providing tailored experiences
  • Softbank: modernizing enterprise IT with 5G
  • SailGP: enhancing operations and viewer experiences with 5G

ก่อนหน้านี้อีริคสันได้จัดสัมมนาออนไลน์เกี่ยวกับรายงาน Ericsson Mobility Report เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. (ตามเวลามาตรฐานยุโรป) และ 18.00 น. (ตามเวลามาตรฐานยุโรป) ที่ลิงก์นี้

BINANCE TH Strengthens Thailand’s Digital Asset Ecosystem with Education, Partnerships, and Innovation Ahead of 2026

BINANCE TH ประกาศกลยุทธ์ผู้นำปี 2026 รับมือความผันผวนของตลาด พร้อมกำหนดทิศทางการเติบโตครั้งใหม่

BINANCE TH Strengthens Thailand’s Digital Asset Ecosystem with Education, Partnerships, and Innovation Ahead of 2026

  • User base grew more than fourfold in 2025, a strong momentum fueled by nationwide educational and community initiatives.
  • Launched new investor-centric platform features, including AI Sentiment, Daily Insight, and formed strategic partnerships with Bitazza, Maxbit and The Brooker Group to enhance ecosystem collaboration.
  • Thailand’s digital assets ecosystem is set for accelerated adoption in 2026, driven by regulatory advancements, institutional participation, and the growth of real-world application.

Thailand’s leading digital asset service provider, BINANCE TH by Gulf Binance, today recapped its achievements in 2025, unveiled new product launches and partnerships, and shared its outlook for the year ahead. at the year-end gathering ‘Market-Moving Briefing: Navigating 2025 Volatility with a Definitive 2026 Strategy’ As global crypto markets experienced one of the most volatile periods in recent years, the company emphasized that this moment marks not only a test for the industry—but a pivotal turning point that will define the next wave of digital asset adoption in Thailand.

Throughout 2025, BINANCE TH recorded significant momentum, with its user base growing more than fourfold compared with 2024. The company also reached over one hundred thousand individuals through nationwide educational and community initiatives, strengthening digital asset literacy across universities, local communities, and retail investors. Notable milestones included formal collaborations with leading universities to embed blockchain education into academic curricula, as well as Crypto 101 workshops conducted to bridge traditional finance and the digital asset world. Underpinning all of this was a year of platform stability and security, with BINANCE TH operating under the highest standards of operational excellence, regulatory compliance and resilience-with no security incidents reported. 

“Despite facing market turbulence, 2025 reinforced our confidence in the strategy we’ve set. We have witnessed a growing understanding of digital assets among the public, which has further fostered the broader adoption,” said Nirun Fuwattananukul, CFA, CEO of BINANCE TH by Gulf Binance. “Crypto is increasingly recognized not only as a hedge in uncertain times but also as a long-term growth asset, powered by blockchain technology that is reshaping the future of finance. What we’re seeing now is not the end of a cycle, but the beginning of a new one that will take shape in 2026.”

BINANCE TH also introduced a major evolution of its platform experience, reaffirming itself as the most user-centric exchange in Thailand. New enhancements include real-time market intelligence embedded directly into the homepage, an AI-powered sentiment tool derived from crypto community discussions, and a daily insight module that distills essential movements and trends in digestible form. For broader consumer engagement, the platform launched the All-Time High Game, designed to onboard its new users into the ecosystem in an engaging and informative way.

Another significant move to enhance market connectivity and foster crypto adoption is the announcement of strategic partnerships with Bitazza, Maxbit and The Brooker Group. These collaborations mark a step forward in strengthening market infrastructure, improving asset liquidity, and expanding access to high-quality digital asset education for high-net-worth investors.  These partnerships demonstrate Binance TH’s commitment to growing the Thai digital asset ecosystem collectively, rather than competing in silos.

Looking ahead, Dr. Korn Poonsirivong, Chief Strategy Officer and Director of BINANCE TH Academy, outlined three major forces set to shape 2026: continued enhancements in Thailand’s regulatory framework, the growing presence of institutional and mainstream players, and the accelerating rise of Stablecoins, Tokenization, and Real-World Assets (RWA). These trends, he noted, will bring digital assets closer to everyday users—not only as an investment class, but as an integral part of payment, financial access, and value exchange.

“2026 will be the year when digital assets move from concept to real-world utility for the general public,” Dr. Korn said. “We expect broader adoption, clearer regulatory alignment, and deeper integration with financial systems, all of which will reshape how Thai users interact with digital value.”

As the industry navigates this transformative moment and looks toward 2026, BINANCE TH remains dedicated to empowering its users and leading Thailand’s digital assets into the next chapter by expanding innovative offerings, forging stronger industry partnerships, and driving responsible growth across the ecosystem.

BINANCE TH ประกาศกลยุทธ์ผู้นำปี 2026 รับมือความผันผวนของตลาด พร้อมกำหนดทิศทางการเติบโตครั้งใหม่

BINANCE TH ประกาศกลยุทธ์ผู้นำปี 2026 รับมือความผันผวนของตลาด พร้อมกำหนดทิศทางการเติบโตครั้งใหม่

BINANCE TH ประกาศกลยุทธ์ผู้นำปี 2026 รับมือความผันผวนของตลาด พร้อมกำหนดทิศทางการเติบโตครั้งใหม่

  • ฐานผู้ใช้เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า ในปี 2025 จากการผลักดันความร่วมมือด้านการศึกษาและคอมมูนิตี้ทั่วประเทศ
  • เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เน้นนักลงทุน เช่น AI Sentiment และ Daily Insight พร้อมสร้างความร่วมมือเชิง  กลยุทธ์กับ Bitazza, Maxbit และ The Brooker Group เพื่อยกระดับความร่วมมือในอีโคซิสเต็ม
  • อีโคซิสเต็มสินทรัพย์ดิจิทัลไทยพร้อมเติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2026 จากปัจจัยความก้าวหน้าด้านกฎระเบียบ การมีส่วนร่วมของสถาบัน และการขยายตัวของการใช้งานในโลกความเป็นจริง

BINANCE TH by Gulf Binance ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำในประเทศไทย เผยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นประจำปี 2025 พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และแนวโน้มสำหรับปีถัดไป ประกาศจุดยืนและทิศทางสำคัญของธุรกิจ Market-Moving Briefing: นำทางความผันผวนปี 2025 ด้วยกลยุทธ์ปี 2026 ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม” ท่ามกลางบรรยากาศตลาดคริปโตทั่วโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนครั้งสำคัญ บริษัทเน้นย้ำว่าช่วงเวลาตอนนี้ไม่ใช่การทดสอบสำหรับอุตสาหกรรม แต่มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย

ตลอดปี 2025 BINANCE TH สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยฐานผู้ใช้เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสามารถขยายการเข้าถึงองค์ความรู้และการใช้งานคริปโตฯ ไปยังประชาชนทั่วประเทศมากกว่าแสนคนผ่านความร่วมมือด้านการศึกษาและกิจกรรมภาคสนามต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการลงนามบันทึกความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยระดับประเทศ เพื่อวางรากฐานความรู้บล็อกเชนให้กับคนรุ่นใหม่ ตลอดจนการจัดกิจกรรม Crypto 101 ร่วมกับพันธมิตรในภาคการเงินที่ช่วยสร้างสะพานเชื่อมระหว่างความรู้ทางการเงินแบบดั้งเดิมและโลกสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้ระบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่าแพลตฟอร์มระดับโลกของ Binance และไม่มีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเกิดขึ้นตลอดทั้งปี

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล CFA, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BINANCE TH by Gulf Binance กล่าวว่า “แม้ปี 2025 ตลาดจะเผชิญหน้ากับความผันผวน แต่ถือได้ว่าปีนี้เป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งของเรา ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือความเข้าใจและการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้คนในทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักศึกษาจนถึงสถาบันที่เติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) เราเห็นการขยายตัวของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและในฐานะสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น ความผันผวนจึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของวัฎจักร แต่เป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมสำหรับปี 2026”

BINANCE TH ยังประกาศการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ครั้งใหญ่ โดยย้ำจุดยืนในการเป็นศูนย์ซื้อขายที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้เป็นอันดับแรก (User-Centric) ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้ลงทุนมองเห็นตลาดได้อย่างชัดเจนและมีข้อมูลพร้อมก่อนการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือบนหน้าแรกของแอปที่รวบรวมข้อมูลสำคัญของตลาดแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์อารมณ์ตลาดจากชุมชนโซเชียลอย่าง AI Sentiment ไปจนถึง Daily Insight ที่สรุปภาพความเคลื่อนไหวของตลาดในแต่ละวันให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้ใช้ทั่วไป บริษัทเดินหน้าเพิ่มความสนุกและการมีส่วนร่วมผ่าน All-Time High Game ซึ่งออกแบบมาเพื่อดึงดูดผู้ใช้ใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศด้วยวิธีการและข้อมูลที่น่าสนใจ

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สำคัญเพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อในตลาดและส่งเสริมการยอมรับคริปโตฯ คือการประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Bitazza, Maxbit และ The Brooker Group ความร่วมมือเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตลาด การปรับปรุงสภาพคล่องของสินทรัพย์ และการขยายโอกาสเข้าถึงการศึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลคุณภาพสูงสำหรับกลุ่มนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth) ความร่วมมือเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ BINANCE TH ที่จะสร้างการเติบโตของอีโคซิสเต็มสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยร่วมกัน

ในด้านแนวโน้มสำหรับปี 2026 ดร.กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์และผู้อำนวยการ BINANCE TH Academy ได้สรุปปัจจัยหลัก 3 ประการที่จะขับเคลื่อนตลาด ได้แก่ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของกรอบกำกับดูแลในประเทศไทย การเข้ามามีส่วนร่วมของภาคสถาบันและผู้เล่นกระแสหลัก และการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Stablecoins, Tokenization และ Real-World Assets (RWA) ปัจจัยเหล่านี้จะนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าใกล้ผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น ไม่ใช่เพียงในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของการชำระเงิน การเข้าถึงทางการเงิน และการแลกเปลี่ยนมูลค่าอีกด้วย

ดร.กร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปี 2026 จะเป็นปีที่สินทรัพย์ดิจิทัลจะเปลี่ยนจากแนวคิดสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันของผู้คน เราคาดหวังว่าจะมีการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น การประสานงานด้านกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น และการ บูรณาการที่ลึกซึ้งขึ้นกับระบบการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้จะปรับเปลี่ยนวิธีที่ผู้ใช้ชาวไทยมีปฏิสัมพันธ์กับมูลค่าทางดิจิทัล”

ในขณะที่อุตสาหกรรมกำลังก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงและมองไปข้างหน้าสู่ปี 2026 BINANCE TH ยังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพผู้ใช้และเป็นผู้นำสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศไทยเข้าสู่บทถัดไป ด้วยการนำเสนอนวัตกรรม สร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบทั่วทั้งอีโคซิสเต็ม

Alibaba Cloud Recognized Again as an Emerging Leader in All Four Gartner® Emerging Market Quadrants for Generative AI

อาลีบาบา คลาวด์ ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม Emerging Leader ใน Gartner® Emerging Market Quadrants for Generative AI ทั้ง 4 ด้าน อีกครั้ง

Alibaba Cloud Recognized Again as an Emerging Leader in All Four Gartner® Emerging Market Quadrants for Generative AI

Recognition across GenAI infrastructure, models, engineering, and AI apps highlights Alibaba Cloud’s Features and Future Potential capabilities

Alibaba Cloud, the digital technology and intelligence backbone of Alibaba Group, today announced it has again been recognized as an Emerging Leader across all four quadrants evaluated in the latest four Gartner® “Innovation Guide for Generative AI” reports, published in November 2025.

According to Gartner, the Emerging Market Quadrant provides “a visualization of generative AI vendors” in a “dynamic and fast-moving market,” and “Emerging Leaders typically possess visibility within the market as well as both strong features and future potential”.

“We believe our recognition as an Emerging Leader across the GenAI stack is a powerful validation of our integrated ‘AI + Cloud’ strategy,” said Jingren Zhou, Chief Technology Officer of Alibaba Cloud Intelligence. “From the optimized infrastructure that powers AI, to our leading Qwen models, the tools to engineer specialized applications, and the productivity apps that deliver value to end-users, we are committed to providing a holistic ecosystem that empowers businesses to innovate and succeed in the fast-moving era of AI.”

The four quadrants covered in the Gartner® “Innovation Guide for Generative AI” reports are: Generative AI Specialized Cloud Infrastructure, Generative AI Model Providers, Generative AI Engineering, and Generative AI Knowledge Management Apps.

A Full-Stack AI Ecosystem

The Gartner reports provide context for the critical capabilities in each domain, all of which Alibaba Cloud believes are addressed by its offerings:

Generative AI Specialized Cloud Infrastructure: Gartner defines this as “offerings that address the need to enable AI and machine learning (ML) activity,” including high-performance compute, storage, and networking for training and inference.

Alibaba Cloud provides a robust, AI-optimized cloud infrastructure foundation to meet these demanding workloads. It is the only cloud service provider in Asia Pacific recognized as an Emerging Leader among four global peers.

Generative AI Model Providers: This market includes “model providers that offer access to commercial or open-source foundation models.”

Alibaba’s proprietary Qwen model series, including the latest Qwen3, is a testament to its strength here. The open-source Qwen models have seen massive community adoption, with over 600 million downloads on platforms like Hugging Face and ModelScope, inspiring the creation of more than 170,000 derivative models.

Model Studio, Alibaba’s AI development platform, embodies this by enabling enterprises to fine-tune, manage, and deploy models efficiently, serving over 1 million corporates and individuals. It enables enterprises to build generative AI applications by leveraging a range of large language models (LLMs), such as Qwen and visual-generation Wan family of models.

Generative AI Engineering: Gartner notes this submarket focuses on “technologies providing full-model life cycle management, specifically adjusted to…developing, refining and deploying generative models.” 

Alibaba Cloud’s Platform for AI (PAI), is a comprehensive machine learning and deep learning engineering platform designed for enterprises and developers to build and use AI more easily. It supports the entire AI lifecycle in one integrated platform – from data labelling and model building, to model training, performance optimization, and real-world deployment.

อาลีบาบา คลาวด์ ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม Emerging Leader ใน Gartner® Emerging Market Quadrants for Generative AI ทั้ง 4 ด้าน อีกครั้ง

อาลีบาบา คลาวด์ ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม Emerging Leader ใน Gartner® Emerging Market Quadrants for Generative AI ทั้ง 4 ด้าน อีกครั้ง

อาลีบาบา คลาวด์ ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม Emerging Leader ใน Gartner® Emerging Market Quadrants for Generative AI ทั้ง 4 ด้าน อีกครั้ง

การที่บริษัทฯ ได้รับการยอมรับในความสามารถด้าน GenAI ทุกด้าน ประกอบด้วยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านโมเดล ด้านวิศวกรรม และด้านแอปพลิเคชัน AI แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติเด่น และศักยภาพในอนาคต ของอาลีบาบา คลาวด์

อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศว่าบริษัทฯ ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม ‘Emerging Leader’ ครอบคลุมทั้งสี่ด้านที่ได้รับการประเมินในรายงาน Gartner® “Innovation Guide for Generative AI” สี่ฉบับล่าสุด ซึ่งเผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน 2568 

Gartner ระบุว่า Emerging Market Quadrant คือ “การจัดวางตำแหน่งผู้ให้บริการด้าน generative AI” ใน “ตลาดที่มีพลวัตและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว” และโดยทั่วไป “Emerging Leader มักเป็นผู้ให้บริการที่เป็นที่รู้จักในตลาดที่มาพร้อมคุณสมบัติต่าง ๆ ที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในอนาคต”

นายจิ้งเหริน โจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการได้รับการยอมรับให้เป็น Emerging Leader ครอบคลุมทั้ง GenAI stack เป็นการยืนยันครั้งสำคัญถึงความสำเร็จของกลยุทธ์แบบบูรณาการ ‘AI+Cloud’ ของเรา ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มประสิทธิภาพให้เหมาะสมกับการใช้ AI ไปจนถึง Qwen ซึ่งเป็นโมเดลชั้นนำของเรา เครื่องมือที่ใช้พัฒนาแอปพลิเคชันเฉพาะทาง และแอปพลิเคชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่สร้างคุณประโยชน์ให้ผู้ใช้งาน เรามุ่งมั่นนำเสนอระบบนิเวศแบบองค์รวมที่จะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถสร้างสรรค์และประสบความสำเร็จในยุคที่ AI มีความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วนี้”

รายงาน Gartner® “Innovation Guide for Generative AI” ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ 

  1. โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เฉพาะทางสำหรับ Generative AI (Generative AI Specialized Cloud Infrastructure)
  2. ผู้ให้บริการโมเดล Generative AI (Generative AI Model Providers)
  3. วิศวกรรมด้าน Generative AI (Generative AI Engineering), และ
  4. แอปพลิเคชันบริหารจัดการความรู้ด้วย Generative AI (Generative AI Knowledge Management Apps.)

AI อีโคซิสเต็มส์แบบครบวงจร 

รายงานทั้งสี่ฉบับของ Gartner ได้ให้บริบทของความสามารถสำคัญในแต่ละด้านไว้ ซึ่งอาลีบาบา คลาวด์ มั่นใจว่าข้อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ นั้น สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด:

โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เฉพาะทางสำหรับ Generative AI: Gartnerให้คำจำกัดความคุณสมบัติด้านนี้ว่าเป็น “ข้อเสนอหรือโซลูชันที่ช่วยให้สามารถใช้งานกับ AI และ machine learning (ML) ได้ รวมถึงการประมวลผลประสิทธิภาพสูง พื้นที่จัดเก็บ และระบบเครือข่ายสำหรับการเทรนและการอนุมาน (inference) 

อาลีบาบา คลาวด์ ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่แข็งแกร่งและเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อรองรับงานด้าน AI โดยเฉพาะ จึงสามารถรองรับเวิร์กโหลดที่มีความต้องการสูงเหล่านี้ได้ บริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายเดียวในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสี่ Emerging Leader ร่วมกับผู้ให้บริการระดับโลกอื่น

ผู้ให้บริการโมเดล Generative AI: ตลาดนี้ประกอบด้วย “ผู้ให้บริการโมเดลที่มีการเสนอให้เข้าถึงโมเดลพื้นฐานต่าง ๆ (foundation models) ทั้งในเชิงพาณิชย์และแบบโอเพ่นซอร์ส

Qwen model series ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของอาลีบาบา รวมถึง Qwen3 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุด เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งในด้านนี้ Qwen เป็นโอเพ่นซอร์สโมเดลที่มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวางจากชุมชนโอเพ่นซอร์ส โดยมีการดาวน์โหลดแล้วมากกว่า 600 ล้านครั้งจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Hugging Face และ ModelScope ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างโมเดลอนุพันธ์ (derivative models) มากกว่า 170,000 โมเดล 

Model Studio ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนา AI ของอาลีบาบา สะท้อนบทบาทนี้ได้อย่างชัดเจน ด้วยความสามารถในการช่วยให้องค์กรสามารถปรับแต่ง บริหารจัดการ และนำโมเดลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้บริการองค์กรและบุคคลทั่วไปแล้วมากกว่า 1 ล้านราย แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างแอปพลิเคชัน generative AI โดยใช้ประโยชน์จากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ที่หลากหลาย เช่น โมเดล Qwen และโมเดลสร้างภาพตระกูล Wan

วิศวกรรมด้าน Generative AI: Gartner ระบุว่าตลาดกลุ่มย่อยนี้เน้นความสำคัญด้าน “เทคโนโลยีที่มอบการบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลของโมเดลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะความสามารถในการปรับให้เหมาะสมกับการพัฒนา การปรับแต่ง และการนำ generative model ต่าง ๆ ไปใช้งาน 

Platform for AI (PAI) ของอาลีบาบา คลาวด์ เป็นแพลตฟอร์มวิศวกรรมด้าน machine learning และ deep learning ครบวงจร ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรและนักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างและใช้ AI ได้ง่ายขึ้น สามารถรองรับไลฟ์ไซเคิลของ AI ทั้งหมดด้วยแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่การติดป้ายกำกับข้อมูล (data labelling) การสร้างโมเดล ไปจนถึงการเทรนและการปรับโมเดลให้เหมาะสม ตลอดจนการนำโมเดลไปใช้งานจริง 

แอปพลิเคชันบริหารจัดการความรู้ด้วย Generative AI: กลุ่มนี้ครอบคลุมเทคโนโลยีที่ “ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถดึงข้อมูลและบริบทของข้อมูลเชิงลึกจากฐานความรู้ของบริษัทตนเองมาใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น” 

โซลูชัน AI ของอาลีบาบา คลาวด์ ช่วยให้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันระดับองค์กรในลักษณะดังกล่าวได้ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี RAG และ Agentic AI เพื่อเปลี่ยนความรู้ให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งส่งผลให้การนำ AI ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่อัตโนมัติ และสมาร์ทเฮลท์แคร์ ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค โลจิส ติกส์ และอีคอมเมิร์ซยุคหน้า

นายโจว กล่าวเสริมว่า “เราให้ความสำคัญกับการพัฒนา GenAI ในมุมมองแบบองค์รวม โดยเน้นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำไปใช้งานจริง และสร้างมูลค่าให้แก่องค์กรได้อย่างต่อเนื่องอย่างไร ในขณะที่ความเร็วของนวัตกรรมยังคงเร่งตัวขึ้น เราจึงได้ออกแบบระบบนิเวศของความสามารถต่าง ๆ ให้พร้อมรองรับอนาคตของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้” 

ในปีที่ผ่านมา อาลีบาบา คลาวด์ ได้รับการจัดอันดับให้เป็น Emerging Leader ในทั้งสี่ quadrant ที่ได้รับการประเมินในรายงาน Gartner® “Innovation Guide for Generative AI Technologies” ฉบับก่อนหน้า