Binance and Binance TH Recognized by Thailand’s Technology Crime Suppression Division for Third Consecutive Year

Binance and Binance TH Recognized by Thailand's Technology Crime Suppression Division for Third Consecutive Year

Binance and Binance TH Recognized by Thailand's Technology Crime Suppression Division for Third Consecutive Year

Sustained public-private cooperation underscores Binance’s ongoing commitment to combating cybercrime and building a safer digital asset ecosystem in Thailand and beyond

Binance, the world’s leading blockchain ecosystem, together with its joint venture Binance TH by Gulf Binance, Thailand’s licensed digital asset exchange operator, has once again been recognized by the Technology Crime Suppression Division (TCSD) of Thailand’s Central Investigation Bureau (CIB), Royal Thai Police, marking the third consecutive year the company has received this distinction. The recognition, presented during TCSD’s 17th anniversary of the establishment ceremony in Bangkok and attended by Akbar Akhtar, Senior Regional Advisor for Asia-Pacific at Binance, and Nirun Fuwattananukul CFA, CEO of Binance TH by Gulf Binance, highlights a strong working relationship grounded in complementary expertise, continued knowledge-sharing, and a shared objective of effective joint investigations. 

Pol. Col. Watcharapan Siripak serves as Deputy Commander of the Technology Crime Suppression Division (TCSD) under the Central Investigation Bureau of the Royal Thai Police, said, “As digital assets evolve, so do the tactics of cybercriminals. We remain committed to carrying forward our mission to protect the public from cyber threats. This continued recognition reflects the strength of our partnership with Binance and Binance TH and the tangible results it has delivered for Thai law enforcement. We look forward to building on this cooperation in the years ahead.”

Nirun Fuwattananukul CFA, CEO of Binance TH by Gulf Binance, said, “As Thailand tightens crypto rules—like the Travel Rule and new derivatives regulations—protecting users requires strict AML controls and tight teamwork with law enforcement. Earning this recognition for the third straight year proves our commitment to Thailand’s digital asset space. This award validates our commitment, but more importantly, it reflects the trust of Thai users who choose our platform for its security standards and our ongoing partnership with law enforcement to create the safest possible environment for digital asset trading in Thailand.  

Akbar Akhtar, Senior Regional Advisor for Asia-Pacific at Binance, said, “This third consecutive recognition isn’t about the award itself — it reflects three years of trust and shared expertise built with TCSD in protecting the public. TCSD’s investigative strength on the ground, combined with Binance’s intelligence and technical depth, has turned that partnership into real outcomes that make it harder for criminals to exploit digital assets. Going forward, our commitment remains the same: to keep closing the gaps bad actors look for, and to keep strengthening Thailand’s own investigative capabilities so this fight only grows stronger.”

The cooperation extends well beyond individual case support. Where circumstances allow, Binance’s Investigations team works with Thai law enforcement to trace lawful requests on tracing blockchain activity, analyze wallet and account relationships, and support cross-border investigations — capability that has become essential as financial crime in the region grows in scale and sophistication.  Each side brings a distinct strength to the table: TCSD contributes exceptional investigative and operational capability, while Binance contributes intelligence and technical depth — a model built on complementary strengths.

Binance applies the same rigor to protecting its own platform, with AI-driven risk systems that protected more than 7.7 million users and prevented over US$4.64 billion in potential scam-related losses in the first half of 2026 alone. That same commitment underpins its engagement with Thai authorities across major enforcement initiatives, including Operation Fox Hunt, Operation Skyfall, and Operation 293, which led to the recovery of more than 430,000 USDT following a hacking incident, as well as its recognition as a key partner in Thailand’s national anti-cybercrime agenda at the 2025 Thailand United Against Scams event. Binance and Binance TH remain committed to sustained knowledge sharing and operational support to build a secure digital asset ecosystem for Thailand and the wider region

3 ปีซ้อน! BINANCE และ BINANCE TH คว้าโล่ บก.ปอท. ตอกย้ำพันธมิตรเบอร์หนึ่งช่วยตำรวจไทยสกัดกั้น อาชญากรรมไซเบอร์

3 ปีซ้อน! BINANCE และ BINANCE TH คว้าโล่ บก.ปอท. ตอกย้ำพันธมิตรเบอร์หนึ่งช่วยตำรวจไทยสกัดกั้น อาชญากรรมไซเบอร์

3 ปีซ้อน! BINANCE และ BINANCE TH คว้าโล่ บก.ปอท. ตอกย้ำพันธมิตรเบอร์หนึ่งช่วยตำรวจไทยสกัดกั้น อาชญากรรมไซเบอร์

ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างรัฐและเอกชน สะท้อนความมุ่งมั่นของ BINANCE ในการเดินหน้าปราบปรามมิจฉาชีพเทคโนโลยี พร้อมยกระดับระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลให้ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ทั้งในไทยและระดับสากล

ไบแนนซ์ (BINANCE) ผู้นำอีโคซิสเต็มบล็อกเชนระดับโลก ร่วมด้วย ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งประเทศไทยที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ได้เข้าร่วมรับโล่เกียรติคุณจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท. หรือ TCSD) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักตำรวจแห่งชาติ รับมอบโล่เกียรติคุณในงานฉลองครบรอบ 17 ปีของการก่อตั้ง บก.ปอท. ที่กรุงเทพฯ โดยนายอัคบา อัคตา ที่ปรึกษาอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของไบแนนซ์ (BINANCE) และนายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล, CFA, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) การได้รับเชิดชูเกียรตินี้ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ในการทำงานที่แข็งแกร่งที่มีพื้นฐานมาจากความเชี่ยวชาญที่เสริมซึ่งกันและกัน การแบ่งปันความรู้อย่างต่อเนื่อง และเป้าหมายร่วมกันในการสืบสวนสอบสวนอย่างมีประสิทธิภาพ

พันตำรวจเอก วัชรพันธ์ ศิริพากย์ ดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบก.ปอท.) สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กล่าวว่า “เมื่อสินทรัพย์ดิจิทัลพัฒนาขึ้น กลโกงของอาชญากรไซเบอร์ก็พัฒนาตามไปด้วย เรายังคงมุ่งมั่นสานต่อพันธกิจในการปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ การมอบโล่เกียรติคุณนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานผบก.ปอท. กับ BINANCE และ BINANCE TH รวมถึงผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทย เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะสานต่อและพัฒนาความร่วมมือในการช่วยเหลือและสนับสนุนการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้มั่นคงยิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป”

นาย นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล, CFA, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) กล่าวว่า “ท่ามกลางการยกระดับเกณฑ์กำกับดูแลคริปโตในไทยที่เข้มงวด ทั้งการออกมาตรการสำคัญอย่าง Travel Rule และพิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่อนุพันธ์สินทรัพย์ดิจิทัล การปกป้องผู้ใช้งานจึงต้องพึ่งพากลไกป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (AML) ที่รัดกุม ควบคู่ไปกับการผนึกกำลังกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด การคว้าโล่เกียรติคุณต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นข้อพิสูจน์ถึงความโปร่งใสในทุกมิติการดำเนินธุรกิจของเราในประเทศไทย แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการสะท้อนถึง ‘ความไว้วางใจ’ ของผู้ใช้งานที่มีต่อมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงของเรา เราจะยังคงจับมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลไทยที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือที่สุด”

นายอัคบา อัคตา ที่ปรึกษาอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของไบแนนซ์ (BINANCE) กล่าวว่า “โล่เกียรติคุณปีที่ 3 นี้ เป็นมากกว่ารางวัลแห่งความสำเร็จ แต่คือข้อพิสูจน์ถึงความไว้วางใจและองค์ความรู้ที่ BINANCE และ บก.ปอท. ร่วมกันบ่มเพาะเพื่อปกป้องประชาชนอย่างแท้จริง การผสานความเชี่ยวชาญภาคสนามของ บก.ปอท. เข้ากับข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีระดับโลกของ BINANCE ได้เปลี่ยนความร่วมมือนี้ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทำให้อาชญากรใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือได้ยากขึ้น หลังจากนี้ เรายังคงมุ่งมั่นปิดช่องโหว่ที่ผู้ไม่หวังดีคอยจ้องฉวยโอกาส พร้อมเดินหน้าเสริมแกร่งศักยภาพการสืบสวนของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

ความร่วมมือในครั้งนี้ก้าวข้ามการสนับสนุนเป็นรายคดีไปมาก โดยทีมสืบสวนของ BINANCE ได้ร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยในการแกะรอยเส้นทางบนบล็อกเชน วิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างกระเป๋าเงินและบัญชีผู้ใช้ ตลอดจนสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนข้ามพรมแดนในกรณีที่เข้าเกณฑ์ ซึ่งถือเป็นขีดความสามารถที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่อาชญากรรมทางการเงินในภูมิภาคนี้ขยายตัวและซับซ้อนขึ้นอย่างมาก ความสำเร็จนี้เกิดจากการผสานจุดแข็งที่แตกต่างและลงตัว โดย บก.ปอท. มีความเชี่ยวชาญระดับสูงด้านการสืบสวนและปฏิบัติการหน้างาน ขณะที่ BINANCE สนับสนุนด้านข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีขั้นสูง นับเป็นโมเดลความร่วมมือที่เติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

BINANCE ใช้มาตรฐานที่เข้มงวดนี้ในการปกป้องแพลตฟอร์มของตนเองเช่นกัน โดยระบบบริหารความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถปกป้องผู้ใช้งานได้มากกว่า 7.7 ล้านราย และสกัดกั้นความเสียหายจากมิจฉาชีพได้สูงถึงกว่า 4.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ความมุ่งมั่นอันแรงกล้านี้ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนทางการไทยผ่านปฏิบัติการระดับชาติหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ปฏิบัติการ Fox Hunt, ปฏิบัติการ Skyfall และ ปฏิบัติการ 293 ซึ่งช่วยกู้คืนสินทรัพย์ดิจิทัลได้มากกว่า 430,000 USDT หลังเกิดเหตุการณ์แฮกเกอร์โจมตี ส่งผลให้ BINANCE ได้รับการเชิดชูเกียรติในฐานะ พาร์ทเนอร์หลักในวาระการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์แห่งชาติในงาน Thailand United Against Scams ปี 2025 ทั้งนี้ BINANCE และ BINANCE TH ยังคงเดินหน้าแบ่งปันองค์ความรู้และสนับสนุนการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคในระยะยาว

ตลาด Crypto 2026 จะเป็นปีแห่งการรีบูตความเสี่ยง (Risk Reboot) และการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างการเงินระดับสถาบัน

ตลาด Crypto 2026 จะเป็นปีแห่งการรีบูตความเสี่ยง (Risk Reboot) และการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างการเงินระดับสถาบัน

ตลาด Crypto 2026 จะเป็นปีแห่งการรีบูตความเสี่ยง (Risk Reboot) และการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างการเงินระดับสถาบัน

Binance Research นำเสนอรายงานการติดตามและวิเคราะห์ตลาดคริปโต FULL-YEAR 2025 & THEMES FOR 2026 โดยระบุว่าปี 2026 จะเป็นปีที่ตลาดเข้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนจากแรงขับเคลื่อนของนโยบายการเงินและการคลัง โลกการเงินดิจิทัลกำลังออกจากภาวะ “Data Fog” ข้อมูลเศรษฐกิจและตลาด “ขุ่นมัว มองไม่ชัด”  คือสภาวะที่ข้อมูลข่าวสารในตลาดคริปโตมีจำนวนมหาศาลและซับซ้อนเกินกว่าที่นักลงทุนทั่วไปจะประมวลผลได้ทันจากหลากหลายสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  ที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือผิดพลาดได้  ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดปี 2025  และเข้าสู่ภาวะ “Risk Reboot” ล้างกระดานความเสี่ยงใหม่หรือการเริ่มต้นใหม่ของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเต็มรูปแบบ รายงานชี้ให้เห็นว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่การเก็งกำไรโดยนักลงทุนรายย่อยถูกแทนที่ด้วยกระแสเงินทุนมหาศาลจากสถาบันการเงินและระดับรัฐบาล (Sovereign-scale Liquidity)

ทิศทางตลาดในปีนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย Policy Triumvirate ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยขับเคลื่อนทางมหภาค 3 คือการผ่อนคลายนโยบายการเงินทั่วโลก, มาตรการกระตุ้นทางการคลัง และการผ่อนปรนกฎระเบียบ ที่เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกันจะช่วยกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง (Risk Appetite) และเป็นแรงส่งมหาศาลให้ตลาดคริปโต ดังนี้:

  1. นโยบายมหภาค: เมื่อสภาพคล่องทั่วโลกกลับมาประสานกัน หัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดคริปโตในปี 2026 คือการที่เงินทุนทั่วโลกจะเปลี่ยนจาก การรอเลือกเหรียญพื้นฐานดีแต่ราคายังถูก (Potential Energy – สะสม) มาเป็นเหรียญที่ราคากำลังวิ่ง โมเมนตัมมาเต็ม (Kinetic Energy – วิ่ง) ผ่านกลไกหลักดังนี้
  • การผ่อนคลายนโยบายการเงิน (Monetary Easing): ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่ระดับ Neutral Rate ที่ประมาณ 3% พร้อมกลับมาขยายงบดุล (Balance Sheet) ซึ่งคาดว่าจะฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบราว 5-6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประจวบเหมาะกับการผ่อนคลายเชิงนโยบายจากธนาคารกลางจีน (PBoC) และยุโรป (ECB)
  • มาตรการกระตุ้นการคลัง (Fiscal Stimulus): การเริ่มใช้กฎหมาย OBBBA ในสหรัฐฯ จะส่งคืนเงินภาษีให้ภาคครัวเรือนกว่า 1-1.5 แสนล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว เม็ดเงินไหลตรงสู่ครัวเรือนเช่นนี้มักไหลเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงได้เร็วกว่าสภาพคล่องจากธนาคารกลาง
  • การผ่อนปรนกฎระเบียบ (Deregulation): รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดข้อจำกัดด้านเงินทุนใน Wall Street ซึ่งจะช่วยปลุก “จิตวิญญาณแห่งสัตว์ป่า” (Animal Spirits) ให้กิจกรรมการควบรวมกิจการ (M&A) และการขายหุ้น IPO กลับมาคึกคักอีกครั้ง
  1. Bitcoin: จากเครือข่ายธุรกรรมสู่ “สินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์” ในปี 2026 บทบาทของ Bitcoin (BTC) จะชัดเจนยิ่งขึ้นในฐานะสินทรัพย์ทางการเงินระดับมหภาคมากกว่าเป็นเพียงเครือข่ายการชำระเงิน
  • การจัดตั้งกองทุนสำรอง BTC ของรัฐ (Strategic BTC Reserve): เป้าหมายหลักของวาระทางการเมืองในปีนี้คือการผลักดันกฎหมายเพื่อรับรองการมีอยู่ของกองทุนสำรอง Bitcoin ของสหรัฐฯ โดยเปลี่ยนจากการถือครองเฉพาะสินทรัพย์ที่ยึดมาได้ เป็นการเข้าซื้อโดยตรงจากตลาดด้วยงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งมีประเทศอย่างบราซิล ปากีสถาน และรัสเซียที่กำลังพิจารณาแนวทางเดียวกัน
  • คาดการณ์ราคาตามสัดส่วน M2 (คือตัวชี้วัด “ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ” ที่กว้างที่สุดตัวหนึ่ง ถ้า M2 เพิ่ม = เงินทุนล้นระบบ = คริปโตมีโอกาสขึ้น ในขณะเดียวกันถ้า M2 ลด = เงินตึงตัว = คริปโตมีโอกาสลง ซึ่งนักลงทุนคริปโตใช้เป็น “มาตรวัดระดับ” ในการตัดสินใจ) : ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ BTC คิดเป็นประมาณ 2% ของปริมาณเงิน M2 ในกลุ่มประเทศ G4 หากแนวโน้มการเติบโตในทศวรรษที่ผ่านมายังดำเนินต่อไป สัดส่วนนี้อาจแตะ 3% ภายในปี 2028 ซึ่งหมายถึงราคาฐานของ Bitcoin ที่อาจเข้าใกล้ระดับ 160,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
  1. โลกการเงินยุคใหม่: PayFi คือการนำเอา Decentralized Finance (DeFi) มาผสมผสานกับการชำระเงินในชีวิตจริง และ Agentic Commerce  คือการที่ AI Agents (บอทอัจฉริยะ) เป็นผู้ทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจแทนมนุษย์ โดยมีคริปโตเป็นสกุลเงินหลักที่ AI ใช้สื่อสารและจ่ายเงินระหว่างกัน อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่ “การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชัน”
  • การชำระเงินผ่าน AI (Agentic Payments): นวัตกรรมที่จับต้องได้ที่สุดคือการที่ “AI Agent” สามารถทำธุรกรรมได้เองผ่านมาตรฐาน x402 (Payment Required) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อการชำระเงินเข้ากับโปรโตคอล HTTP โดยตรง ในปีที่ผ่านมาพบว่ากว่า 90% ของปริมาณเงินในระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่นี้ถูกขับเคลื่อนโดยบอท AI
  • Intelligent Finance: ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ปริมาณการซื้อขายบนกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) ที่มาจาก AI Agent คาดว่าจะแซงหน้าปริมาณการซื้อขายจากมนุษย์
  1. การชำระเงินและ Stablecoins: กระดูกสันหลังใหม่ของการเงินโลก Stablecoin และการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปโทเคน (Tokenization) คือ “หุ้นบลูชิพ” ของรอบวัฏจักรนี้
  • Stablecoin เข้าสู่กระแสหลัก: ด้วยมูลค่าตลาดที่ทะลุ 3 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 และปริมาณธุรกรรมต่อวันที่สูงถึง 3.54 ล้านล้านดอลลาร์ (แซงหน้า Visa ไปแล้ว) ภายในปี 2030 คาดว่ามูลค่าตลาด Stablecoin จะพุ่งแตะ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์
  • Tokenization ในกระบวนการทำงาน: ในปี 2026 การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนจะขยายตัวจากแค่การ “เพิ่มอุปทาน” ไปสู่การใช้ใน “กระบวนการทำงานจริง” (Workflow Utility) โดยเฉพาะหุ้นและพันธบัตรที่แปลงเป็นโทเคนจะถูกนำมาใช้เป็นหลักประกัน (Collateral) และการชำระดุลข้ามระบบได้อย่างไร้รอยต่อ

บทสรุป: รากฐานที่แข็งแกร่งสู่ปี 2026

ภูมิทัศน์ในปี 2026 คือการ “การล้างไพ่” (Purification) ไม่ว่าจะเป็นเหรียญขยะ หรือ ล้างประวัติเหรียญ ยุคของการเก็งกำไรที่ไร้ทิศทางจบลงแล้ว และถูกแทนที่ด้วยโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้จริง โดยโปรโตคอล DeFi ชั้นนำสามารถสร้างรายได้รวมกันกว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบชั้นได้กับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง BNY Mellon หรือ BlackRock

ความท้าทายหลักของปี 2026 ไม่ใช่แค่การกระจายอำนาจ (Decentralization) แต่คือการวิศวกรรม “ความไว้วางใจที่ตรวจสอบได้” (Verifiable Trust) เพื่อให้ผู้บริโภคและสถาบันทั่วโลกก้าวเข้าสู่โลกคริปโตได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย

BINANCE TH ร่วมกับ GULF ลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

BINANCE TH ร่วมกับ GULF ลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

BINANCE TH ร่วมกับ GULF ลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เร่งพัฒนา “บุคลากรสินทรัพย์ดิจิทัล” รองรับการเติบโตตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและเป็นศูนย์กลาง Digital Asset ของภูมิภาค

BINANCE TH by Gulf Binance ผู้นำแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการกำกับดูแลภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคณะวิทยาศาสตร์  เพื่อส่งเสริมและเพิ่มพูนทักษะให้กับบุคลากร พัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมต่าง ๆ รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย พร้อมวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็น Digital Asset Hub แห่งอาเซียน

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเติบโตก้าวกระโดด เปิดโอกาสบุคลากรที่มีทักษะเพิ่มสูงขึ้น ในยุคที่เทคโนโลยีเดินหน้าเข้าสู่ Web3

ข้อมูลจาก ก.ล.ต. สรุปภาวะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรายเดือน เดือนพฤศจิกายน 2568 ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย มีมูลค่าประมาณ 8.58 หมื่นล้านบาท  มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 2.88 พันล้านบาท และมีจำนวนบัญชี Active 2.08 แสนบัญชี สะท้อนแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และความมั่นใจของนักลงทุน ที่ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมาก

การเติบโตนี้สอดคล้องกับรายงาน Future of Jobs จาก World Economic Forum ที่ระบุว่า แรงงานกว่า 50% ต้องปรับทักษะใหม่ให้ทันกับแนวโน้มอาชีพ โดยชี้ให้เห็นว่าทักษะด้าน AI และ Big Data ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และสร้างสรรค์ ทักษะด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการปรับตัว จะเป็นที่ต้องการอย่างมากในช่วงปี 2025-2030 เช่นเดียวกับประเทศไทยที่กำลังต้องการแรงงานดิจิทัลจำนวนมาก ครอบคลุมตั้งแต่วิศวกรซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพัฒนาเอไอ ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและความปลอดภัยไซเบอร์

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กัลฟ์ให้ความสำคัญกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเทคโนโลยีบล็อกเชนจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม และการที่จะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือเราต้องมีบุคลากรที่พร้อม เป้าหมายของเราคือการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีบล็อกเชนชั้นนำในภูมิภาค โดยการร่วมมือนี้จะช่วยสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ BINANCE TH ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การสร้างนวัตกรรม ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์ การร่วมมือนี้จึงไม่ใช่แค่การลงทุนในการศึกษา แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของประเทศไทย”

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล, CFA, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด (BINANCE TH) กล่าวว่า “ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศที่พัฒนาบนเทคโนโลยีระดับโลก เราเห็นความต้องการบุคลากรที่มีความรู้เชิงลึกทั้งด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและการประยุกต์ใช้จริงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดกำลังขยายตัวประกอบกับการปรับเปลี่ยนของกฎระเบียบภายในประเทศ การลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างหลักสูตรที่ผสานทฤษฎีกับประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาบุคลากรที่พร้อมสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรม โดยจะเน้นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบล็อกเชน สินทรัพย์ดิจิทัล การเงินดิจิทัล และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือการกำกับดูแล เพื่อให้นักศึกษาไทยมีความรู้ทัดเทียมในระดับสากล เราเชื่อว่าการร่วมมือนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานบุคลากรในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย”

“ในขณะเดียวกันทีม BINANCE TH Academy ของเรา ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลแก่สถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้ จะช่วยขยายการเข้าถึงการศึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบที่เป็นทางการมากขึ้น และสร้างมาตรฐานการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในระบบการศึกษาไทย ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรไทยให้พร้อมสำหรับอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน” นายนิรันดร์ กล่าวเสริม

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าที่จะเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคต ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตบุคลากรคุณภาพให้กับประเทศ เราพร้อมร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคเอกชน เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล โดยผสานความเชี่ยวชาญทางวิชาการกับประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการ นำเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ Blockchain, Cryptocurrency, NFT และ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่ทุกคนต้องเตรียมตัวและพัฒนาทักษะให้พร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่ Web3”

เราตั้งเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและบล็อกเชนไม่น้อยกว่า 1,000 คนต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการบริหารมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเป็น ‘Smart University’ และการปรับตัวสู่ยุค Thailand 4.0 รวมถึงการสนับสนุนแผนพัฒนาบุคลากรดิจิทัลระดับชาติ การร่วมมือกับ GULF และ BINANCE TH จะช่วยให้นักศึกษาของเราได้รับความรู้ที่ทันสมัยและประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ไม่เพียงแต่ในด้านทฤษฎี แต่ยังรวมถึงการประยุกต์ใช้จริงในธุรกิจและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก และช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีบล็อกเชนในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างยั่งยืน” ดร.ดำรงค์ กล่าวเสริม

ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรที่ครอบคลุมเนื้อหาหลักดังนี้:

  • เทคโนโลยีบล็อกเชนและการประยุกต์ใช้ – ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในการพัฒนาโซลูชันบล็อกเชน
  • การเงินดิจิทัลและสินทรัพย์ดิจิทัล – เรียนรู้การลงทุน การซื้อขาย และการจัดการพอร์ตโฟลิโอ
  • กฎหมายและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ – ศึกษากฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย
  • ความปลอดภัยไซเบอร์ – การรักษาความปลอดภัยในระบบสินทรัพย์ดิจิทัล
  • การพัฒนานวัตกรรม – นวัตกรรมทางการเงินดิจิทัล (FinTech Innovation)

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การฝึกอบรม Workshop การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และโครงการฝึกงานในองค์กรต่าง ๆ ปูทางเพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพที่หลากหลายในตลาด Web3

Changpeng Zhao (CZ) อดีต CEO ของ Binance กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการศึกษาเป็นรากฐานของนวัตกรรมและการเข้าถึงทางการเงิน ความร่วมมือของเรากับ GULF และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อให้ความรู้แก่นักศึกษา 1,000 คนเกี่ยวกับบล็อกเชนและคริปโตถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพให้กับคนรุ่นต่อไปของประเทศไทยด้วยความรู้และทักษะที่จำเป็นในการเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล

ประเทศไทยมีระบบนิเวศบล็อกเชนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และการเสริมสร้างความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีคริปโตให้กับเยาวชนจะช่วยขับเคลื่อนการยอมรับอย่างรับผิดชอบ การเป็นผู้ประกอบการ และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ความคิดริเริ่มนี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนกลุ่มผู้มีความสามารถในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างอุตสาหกรรมคริปโตระดับโลกด้วยการส่งเสริมชุมชนผู้นำ นักพัฒนา และนักประดิษฐ์ในอนาคตที่มีข้อมูลครบถ้วน เรารู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมมือในความพยายามเชิงกลยุทธ์นี้และยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้การศึกษาเกี่ยวกับบล็อกเชนเข้าถึงได้สำหรับทุกคน เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของ Web3″

ความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่การลงนาม โดยทั้งสามองค์กรจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของนักศึกษาและบุคลากรให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง Digital Asset Hub แห่งอาเซียน และจำนวนผู้ใช้งานในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในอาเซียนคาดว่าจะแตะ 108.79 ล้านคนภายในปี 2026 

 

BINANCE TH Strengthens Thailand’s Digital Asset Ecosystem with Education, Partnerships, and Innovation Ahead of 2026

BINANCE TH ประกาศกลยุทธ์ผู้นำปี 2026 รับมือความผันผวนของตลาด พร้อมกำหนดทิศทางการเติบโตครั้งใหม่

BINANCE TH Strengthens Thailand’s Digital Asset Ecosystem with Education, Partnerships, and Innovation Ahead of 2026

  • User base grew more than fourfold in 2025, a strong momentum fueled by nationwide educational and community initiatives.
  • Launched new investor-centric platform features, including AI Sentiment, Daily Insight, and formed strategic partnerships with Bitazza, Maxbit and The Brooker Group to enhance ecosystem collaboration.
  • Thailand’s digital assets ecosystem is set for accelerated adoption in 2026, driven by regulatory advancements, institutional participation, and the growth of real-world application.

Thailand’s leading digital asset service provider, BINANCE TH by Gulf Binance, today recapped its achievements in 2025, unveiled new product launches and partnerships, and shared its outlook for the year ahead. at the year-end gathering ‘Market-Moving Briefing: Navigating 2025 Volatility with a Definitive 2026 Strategy’ As global crypto markets experienced one of the most volatile periods in recent years, the company emphasized that this moment marks not only a test for the industry—but a pivotal turning point that will define the next wave of digital asset adoption in Thailand.

Throughout 2025, BINANCE TH recorded significant momentum, with its user base growing more than fourfold compared with 2024. The company also reached over one hundred thousand individuals through nationwide educational and community initiatives, strengthening digital asset literacy across universities, local communities, and retail investors. Notable milestones included formal collaborations with leading universities to embed blockchain education into academic curricula, as well as Crypto 101 workshops conducted to bridge traditional finance and the digital asset world. Underpinning all of this was a year of platform stability and security, with BINANCE TH operating under the highest standards of operational excellence, regulatory compliance and resilience-with no security incidents reported. 

“Despite facing market turbulence, 2025 reinforced our confidence in the strategy we’ve set. We have witnessed a growing understanding of digital assets among the public, which has further fostered the broader adoption,” said Nirun Fuwattananukul, CFA, CEO of BINANCE TH by Gulf Binance. “Crypto is increasingly recognized not only as a hedge in uncertain times but also as a long-term growth asset, powered by blockchain technology that is reshaping the future of finance. What we’re seeing now is not the end of a cycle, but the beginning of a new one that will take shape in 2026.”

BINANCE TH also introduced a major evolution of its platform experience, reaffirming itself as the most user-centric exchange in Thailand. New enhancements include real-time market intelligence embedded directly into the homepage, an AI-powered sentiment tool derived from crypto community discussions, and a daily insight module that distills essential movements and trends in digestible form. For broader consumer engagement, the platform launched the All-Time High Game, designed to onboard its new users into the ecosystem in an engaging and informative way.

Another significant move to enhance market connectivity and foster crypto adoption is the announcement of strategic partnerships with Bitazza, Maxbit and The Brooker Group. These collaborations mark a step forward in strengthening market infrastructure, improving asset liquidity, and expanding access to high-quality digital asset education for high-net-worth investors.  These partnerships demonstrate Binance TH’s commitment to growing the Thai digital asset ecosystem collectively, rather than competing in silos.

Looking ahead, Dr. Korn Poonsirivong, Chief Strategy Officer and Director of BINANCE TH Academy, outlined three major forces set to shape 2026: continued enhancements in Thailand’s regulatory framework, the growing presence of institutional and mainstream players, and the accelerating rise of Stablecoins, Tokenization, and Real-World Assets (RWA). These trends, he noted, will bring digital assets closer to everyday users—not only as an investment class, but as an integral part of payment, financial access, and value exchange.

“2026 will be the year when digital assets move from concept to real-world utility for the general public,” Dr. Korn said. “We expect broader adoption, clearer regulatory alignment, and deeper integration with financial systems, all of which will reshape how Thai users interact with digital value.”

As the industry navigates this transformative moment and looks toward 2026, BINANCE TH remains dedicated to empowering its users and leading Thailand’s digital assets into the next chapter by expanding innovative offerings, forging stronger industry partnerships, and driving responsible growth across the ecosystem.