Alibaba Cloud นำ Tongyi Qianwen ทำงานร่วมกับ AI Assistant เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

Alibaba Cloud Tongyi Qianwen AI Assistant

Alibaba Cloud นำ Tongyi Qianwen ทำงานร่วมกับ AI Assistant เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศว่าได้ผสานการทำงานของ Tongyi Qianwen (ทงอี้ เชียนเวิ่น) ซึ่งเป็นโมเดลด้านภาษาขนาดใหญ่ (large language model: LLM) ของบริษัท เข้ากับ Tingwu (ทิงวู้) ซึ่งเป็นผู้ช่วยอัจริยะขับเคลื่อนด้วย AI ที่สามารถแปลงเสียง และวิดีโอเป็นข้อความได้แบบเรียลไทม์ซึ่งเป็นโซลูชันของอาลีบาบา คลาวด์เช่นกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการใช้งานส่วนบุคคลและในการทำงาน

โมเดลด้านภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ช่วยให้ Tingwu เข้าใจและวิเคราะห์มัลติมีเดียคอนเทนต์ได้ด้วยความแม่นยำสูง และมีประสิทธิภาพสูง เช่น การสรุปคอนเทนต์จากไฟล์วิดีโอและไฟล์เสียงให้เป็นข้อความ การจับประเด็นสำคัญของผู้พูดแต่ละราย และการสร้างไทม์ไลน์ของไฟล์มัลติมีเดียด้วยการสรุปแต่ละส่วน

Tingwu ที่ขับเคลื่อนโดย LLM รู้จักกันในชื่อ “Tongyi Tingwu” (ทงอี้ ทิงวู้) เปิดให้ทดสอบสาธารณะแล้ว Tongyi Tingwu ยังผสานเข้ากับ DingTalk ซึ่งเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับการทำงานร่วมกัน และเป็นแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาแอปพลิเคชันของอาลีบาบา เพื่อรองรับความต้องการใช้ AI นอกจากนี้ Tongyi Tingwu ยังใช้ได้กับแพลตฟอร์มมัลติมีเดียหลากหลายประเภท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงาน และตอบสนองต่อความต้องการแชร์ความรู้ต่าง ๆ ให้ได้เร็วและง่ายขึ้นซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ การอบรม การสัมภาษณ์ การสตรีมสด พอดคาสต์ และวิดีโอสั้น 

Jingren Zhou (จิงเหริน โจว) CTO of Alibaba Cloud Intelligence กล่าวว่า “เราอยู่ในช่วงเวลาที่มีการเสพคอนเทนต์ที่เป็นวิดีโอและเสียงในรูปแบบต่าง ๆ ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน Tongyi Tingwu ตั้งเป้าใช้โมเดลด้านภาษาขนาดใหญ่ ช่วยให้สามารถเข้าใจเนื้อหามัลติมีเดียได้เร็วขึ้นและดีขึ้น และสามารถแชร์ต่อได้ง่ายขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการนี้ เราทยอยนำโมเดล Tongyi Qianwen ไปผสานรวมให้ทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของเรา เราหวังว่าผู้ใช้งานจะสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมด้าน AI ที่มีพลังดึงดูดที่น่าสนใจเหล่านี้กับการทำงาน การเรียน การละเล่น และการสื่อสารระหว่างกัน”

การใช้ประโยชน์จากโมเดลด้านเสียงและวิดีโอที่เป็นกรรมสิทธิ์และพัฒนาโดย DAMO ซึ่งเป็นสถาบันด้านการวิจัยของอาลีบาบา รวมถึง Paraformer โมเดลการรู้จำเสียงพูดที่พัฒนาตนเอง และโมเดลในการตรวจสอบผู้พูด CAM++ ร่วมกับ Tongyi Qianwen ช่วยให้ Tingwu ที่เปิดตัวใหม่นี้ สามารถถอดเสียงไฟล์วิดีโอและไฟล์เสียงได้ด้วยความแม่นยำสูง และพรั่งพร้อมด้วยฟีเจอร์ที่ใช้ AI จำนวนมาก ฟีเจอร์ AI ที่ Tongyi Tingwu นำเสนอเพิ่มเติมซึ่งจะพร้อมใช้งานปลายปีนี้ ประกอบด้วย การรวบรวมข้อความตอบกลับโดยอัตโนมัติ เพื่อจัดการกับคำถามของผู้ใช้ไฟล์เสียง/วิดีโอ, การสร้างบทสรุปตามสไลด์ PowerPoint ที่ดึงมาจากวิดีโอ และการแปลมัลติมีเดียคอนเทนต์ระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาจีนแบบเรียลไทม์ผ่าน Tingwu ที่เป็นปลั๊กอินของ Chrome

ปัจจุบันได้เปิดให้สามารถเข้าทดลองใช้ผู้ช่วยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่อัปเกรดแล้วทางออนไลน์ (tingwu.aliyun.com) ผู้ใช้จะได้สัมผัสประสบการณ์ความสามารถต่าง ๆ ของโมเดลนี้ผ่าน Alibaba Cloud account และใช้บริการถอดเสียงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองแบบเปิด (open trial) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

Alibaba Cloud เปิดตัว Tongyi Qianwen เมื่อวันที่ 11 เมษายน และมีแผนจะผสานรวมเข้ากับธุรกิจต่าง ๆ ของอาลีบาบา เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ลูกค้าและนักพัฒนาของบริษัทต่าง ๆ จะสามารถเข้าใช้โมเดลนี้ในการสร้างฟีเจอร์ AI ตามความต้องการได้อย่างคุ้มค่า

Alibaba Cloud ยังได้เปิดตัว “Tongyi Qianwen Partnership Program” โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมสร้างโมเดลด้านภาษาขนาดใหญ่ที่ปรับให้เหมาะกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ร่วมกับพันธมิตรในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ปิโตรเคมี ไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง ธุรกิจบริการ บริการสำหรับองค์กร บริการโทรคมนาคม และภาคการเงิน

Depa & Ericsson Jointly Commence Thailand Digital Valley

ดีป้าและอีริคสันร่วมเดินหน้าขับเคลื่อน Thailand Digital Valley

Depa & Ericsson Jointly Commence Thailand Digital Valley

    • Collaboration will focus on driving digitization in Thailand in support of the country’s 4.0 vision
    • Ericsson’s leading 5G solutions will form a testbed for trials of new wireless and network technologies, spectrum sharing, as well as new applications and services for Thailand.

Thailand Digital Valley, located 50 miles east of Bangkok, is expected to become Southeast Asia’s new digital hub that supports Thailand and the region’s digital transformation. The project  is forecast to create  around 20,000 new jobs and attract more than 5 billion baht worth of foreign direct investment annually.

Ericsson and depa recently signed a Memorandum of Understanding to collaborate towards driving 5G based digital transformation in Thailand. The collaboration entails sharing best practices, advanced understanding and Ericsson’s state-of-the-art technology to accelerate Thailand’s journey towards becoming a digital economy.

As part of the MoU, Ericsson and depa will establish an innovation lab (Innolab) in depa’s Thailand Digital Valley in Chonburi province that will serve as a 5G testbed and service center for trials of new wireless and network technologies, spectrum sharing, as well as new applications and services in Thailand.

“As a 5G leader, who has been in Thailand for 117 years, we are committed to leveraging our leading, trusted solutions and global ecosystem of partners to drive the digital transformation of the country. We look forward to further working with depa, Thai operators, enterprises and start-ups to unlock the potential of 5G, through the co-creation of 5G use cases,” said Dr. Jesada Sivaraks, Head of Government and Industry Relations, Ericsson Thailand.

“Thailand Digital Valley will play a significant role in uplifting the digital ecosystem of Thailand and prompt the country to become Southeast Asia’s digital hub. It will be the key driving forces for the digital industry, investment atmosphere and global trade and collaboration,” said Dr. Nuttapon Nimmanphatcharin, depa’s President & CEO.

According to depa, Thailand Digital Valley will become the key digital ecosystem that lays the foundation for Thailand to be the new center of research and development, It will support co-creation of new hardware and smart devices as well as relevant technologies such as Big Data, IoT, AI, Software Convergence, Cloud Innovation and other digital content and services, including animations, games and e-sports.

Ericsson is a global 5G leader and today powers 147 live 5G networks in 63 countries with 24 live 5G standalone networks across the world.

ดีป้าและอีริคสันร่วมเดินหน้าขับเคลื่อน Thailand Digital Valley

ดีป้าและอีริคสันร่วมเดินหน้าขับเคลื่อน Thailand Digital Valley

ดีป้าและอีริคสันร่วมเดินหน้าขับเคลื่อน Thailand Digital Valley

    • ความร่วมมือกันครั้งนี้จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในประเทศไทยสอดรับกับวิสัยทัศน์ Thailand 4.0
    • โซลูชัน 5G ชั้นนำของอีริคสันจะทำหน้าที่เป็นศูนย์ทดสอบสำหรับการทดลองเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายและเครือข่ายใหม่ ๆ อาทิ การจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่ การพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการดิจิทัลใหม่ ๆ ของประเทศไทย

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) ประเดิมขับเคลื่อนความร่วมมือในโครงการ Thailand Digital Valley ของดีป้า เพื่อมุ่งพัฒนาซิลิคอนวัลเลย์เวอร์ชั่นประเทศไทย

ภายในงานเปิดตัว มีการนำเสนอข้อมูลจากเหล่าพันธมิตรหลัก ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีและโซลูชันระดับโลก และสตาร์ทอัพ

Thailand Digital Valley ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศตะวันออกระยะทาง 50 ไมล์ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถรองรับการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันทั้งในประเทศไทยและในระดับภูมิภาค โดยคาดว่าจะเกิดการจ้างงานใหม่ในพื้นที่ประมาณ 20,000 ราย และดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5 พันล้านบาทต่อปี  

เมื่อไม่นานมานี้ อีริคสันและดีป้ายังได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อขับเคลื่อนการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันผ่านการใช้เครือข่าย 5G ในประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะประกอบด้วยการแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ความรู้ความเข้าใจขั้นสูง และเทคโนโลยีล้ำสมัยของอีริคสันเพื่อเร่งเดินหน้าประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

ส่วนหนึ่งในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ยังระบุว่า อีริคสันและดีป้าจะจัดตั้งห้องปฏิบัติการด้านนวัตกรรม (Innolab) ขึ้นใน Thailand Digital Valley ของดีป้าในจังหวัดชลบุรี เพื่อใช้เป็นศูนย์ทดสอบเครือข่าย 5G และศูนย์บริการสำหรับการทดสอบเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายและเครือข่ายใหม่ ๆ อาทิ การแบ่งปันคลื่นความถี่ (Spectrum Sharing) ตลอดจนการพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการดิจิทัลใหม่ ๆ ในประเทศไทย

ดร.เจษฎา ศิวารักษ์ หัวหน้างานฝ่ายรัฐกิจและธุรกิจสัมพันธ์ อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำ 5G ที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทยมายาวนาน 117 ปี เราจะดึงศักยภาพและใช้ประโยชน์จากโซลูชันชั้นนำที่ไว้วางใจได้รวมถึงระบบนิเวศของพันธมิตรระดับโลกมาขับเคลื่อนการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชันของประเทศ เราพร้อมทำงานร่วมกับดีป้า ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารของไทย องค์กรธุรกิจ และสตาร์ทอัพเพื่อปลดล็อกศักยภาพของ 5G ผ่านการสร้างยูสเคส 5G ใหม่ ๆ ร่วมกัน”

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า “Thailand Digital Valley จะมีบทบาทสำคัญช่วยยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทยและเพิ่มขีดความสามารถให้ประเทศกลายเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล กระตุ้นบรรยากาศการลงทุน การค้า และความร่วมมือระดับโลก”

จากข้อมูลของดีป้าระบุว่า Thailand Digital Valley จะกลายเป็นระบบนิเวศดิจิทัลสำคัญ และเป็นฐานรากของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ โดยจะสนับสนุนการร่วมกันคิดค้นและพัฒนาฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะใหม่ ๆ (Hardware and Smart Devices) รวมถึงเทคโนโลยีด้านการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (BigData) เทคโนโลยี IoT, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ซอฟต์แวร์คอนเวอร์เจนซ์ (Software Convergence), นวัตกรรมคลาวด์ (Cloud Innovation) และบริการเนื้อหาดิจิทัล รวมถึงบริการดิจิทัลในด้านอื่น ๆ ครอบคลุมไปถึงอุตสาหกรรมแอนิเมชัน เกม และอีสปอร์ต

อีริคสันเป็นผู้นำเครือข่าย 5G ระดับโลก ปัจจุบัน บริษัทฯ เปิดให้บริการเครือข่าย 5G ไปแล้วจำนวน 147 เครือข่ายใน 63 ประเทศ พร้อมยังเปิดให้บริการเครือข่าย 5G Standalone 24 เครือข่ายทั่วโลก

Ericsson collaborates with Intel on advancing Thailand’s 5G usage and adoption

Ericsson collaborates with Intel on advancing Thailand’s 5G usage and adoption

Ericsson collaborates with Intel on advancing Thailand’s 5G usage and adoption

Ericsson (NASDAQ: ERIC) and Intel will collaborate on the development of 5G use cases that can accelerate the digitalization of enterprises to support the Thailand 4.0 vision.

Intel and Ericsson will collaborate on their respective technology expertise to show how communications service providers (CSPs) can accelerate 5G adoption and expand their business-to-business (B2B) engagements based on 5G use-cases. Amongst the areas identified for collaboration are the joint development of enterprise use cases in select verticals such as manufacturing, transport, and logistics. In addition, it involves showcasing the role 5G connectivity can play in building sustainable and resilient digital economies.

Both Ericsson and Intel are committed to enabling the Thailand Industry 4.0 vision through 5G technology.

Igor-Maurell

“As a long term and trusted strategic partner to Thailand, Ericsson will continue to work closely with key stakeholders to support the development of a diverse 5G ecosystem in Thailand to accelerate innovation. We will leverage our global 5G experience and collaborations with Intel to the benefit of CSPs in Thailand, with resilient network performance, scalability, simplicity, and security as a primary focus.” states Igor Maurell, Head of Ericsson Thailand.

Thomas Sennhauser, CTO for Communications Business, Asia Pacific Japan region, Intel Corporation said, “With the increasing digitalization of our society and economy, 5G is becoming fundamental in driving innovation across all business segments. Through this collaboration, we will help enable Thailand’s 5G infrastructure with innovative edge services – powered by Ericsson and Intel technologies – to help local enterprises transform and accelerate their businesses through digital solutions. Together, we aim to support the CSPs in Thailand to meet their energy-efficiency and broader sustainability goals as the communications industry embraces virtualized RAN and distributed architectures.”

Thailand has been a 5G front-runner market in the region, and Ericsson aims to ensure the country continues to be competitive on a global stage. Ericsson and Intel share their vision to bring both companies’ state-of-the -art technology and solutions, together with their global experience and expertise towards building trustworthy, open, and intelligent networks to realize Thailand’s goal of becoming a digital economy.

Ericsson is a global 5G leader and today powers 147 live 5G networks in 63 countries with 40 live 5G standalone networks across the world.

อีริคสัน ร่วมมือกับ อินเทล ขยายศักยภาพการใช้ 5G ของประเทศไทย

อีริคสัน ร่วมมือกับ อินเทล ขยายศักยภาพการใช้ 5G ของประเทศไทย

อีริคสัน ร่วมมือกับ อินเทล ขยายศักยภาพการใช้ 5G ของประเทศไทย

อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) และอินเทลจะร่วมมือกันพัฒนายูสเคส 5G ที่สามารถเร่งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digitalization) ขององค์กรธุรกิจพร้อมสนับสนุนวิสัยทัศน์ Thailand 4.0

อินเทลและอีริคสันจะผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องพร้อมนำเสนอกรณีการใช้งาน 5G ในแง่มุมต่าง ๆ เพื่อเร่งการนำ 5G ไปใช้งานและขยายการดำเนินธุรกิจของผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSP) ไปสู่รูปแบบ B2B ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตของการทำงานร่วมกัน ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนากรณีการใช้งาน 5G ระดับองค์กรในกลุ่มธุรกิจเฉพาะ อาทิ กลุ่มการผลิต กลุ่มการขนส่งและลอจิสติกส์ นอกจากนี้ยังร่วมกันนำเสนอและจัดแสดงศักยภาพด้านการเชื่อมต่อ 5G สำหรับการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น

ทั้งอีริคสันและอินเทลต่างมุ่งมั่นนำเทคโนโลยี 5G มาเพิ่มขีดความสามารถให้แก่อุตสาหกรรมของประเทศไทย ให้เดินหน้าไปสู่วิสัยทัศน์ Thailand Industry 4.0

Igor-Maurell

อิกอร์ มอเรล ประธานบริหาร บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะที่เราเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และได้รับความไว้วางใจมายาวนานในประเทศไทย อีริคสันจะทำงานใกล้ชิดกับพันธมิตรหลัก ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศ 5ที่หลากหลายในประเทศไทยเพื่อเร่งสร้างนวัตกรรม โดยเราจะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ 5ระดับโลก ผนวกกับความร่วมมือกับอินเทล มอบประโยชน์ให้แก่ผู้ให้บริการในไทย ด้วยประสิทธิภาพเครือข่ายที่ยืดหยุ่น มีความสามารถในการปรับขนาด ใช้งานง่าย และมีความปลอดภัยเป็นหลักสำคัญ”

โธมัส เซนน์เฮาเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ธุรกิจการสื่อสาร ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น อินเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เนื่องด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ด้านสังคมและเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ทำให้ 5G กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำคัญสำหรับขับเคลื่อนนวัตกรรมในทุกกลุ่มธุรกิจ และจากความร่วมมือกับอีริคสัน เราจะร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 5G ของประเทศไทยพร้อมกับบริการ Edge Innovation ต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจากอีริคสันและอินเทล ช่วยให้องค์กรท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงและเร่งกระบวนการทางธุรกิจผ่านดิจิทัลโซลูชัน เราพร้อมสนับสนุนผู้ให้บริการในประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการประหยัดพลังงานและความยั่งยืนมากขึ้น ตามที่อุตสาหกรรมการสื่อสารต่างให้การยอมรับโซลูชัน Virtualized RAN  และ Distributed Architectures

ประเทศไทยคือตลาด 5G แถวหน้าของภูมิภาค โดยอีริคสันตั้งเป้าร่วมผลักดันประเทศให้เดินหน้าแข่งขันบนเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งอีริคสันและอินเทลจะนำวิสัยทัศน์ พร้อมเทคโนโลยีและโซลูชันล้ำสมัยมาผสานเข้ากับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลกเดินหน้าสร้างเครือข่ายที่มีความอัจฉริยะ เปิดกว้าง และน่าเชื่อถือ เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายไปสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล

อีริคสันเป็นผู้นำเครือข่าย 5G ระดับโลก ปัจจุบัน บริษัทฯ เปิดให้บริการเครือข่าย 5G ไปแล้วจำนวน 147 เครือข่ายใน 63 ประเทศ พร้อมยังเปิดให้บริการเครือข่าย 5G Standalone 40 เครือข่ายทั่วโลก