AI สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

AI สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

AI สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

บทความโดย เทอร์รี สมา, รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น, บริษัทอินฟอร์

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับการพูดถึงบ่อยครั้งในปัจจุบัน เพราะ ChatGPT และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันกำลังส่งผลต่อชีวิตประจำวันของผู้คน แต่ AI ก็ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ ต้นกำเนิดของ AI สามารถย้อนกลับไปได้ถึงในช่วงทศวรรษ 1950  ทั้งนี้ผลจากการวิจัยและพัฒนาทางเทคโนโลยีที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษจนถึงปัจจุบัน กำลังกลายเป็นกระแสหลักและสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง

สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มก็เช่นกัน ธุรกิจจำนวนมากขึ้นกำลังเก็บเกี่ยวประโยชน์ต่าง ๆ จากเทคโนโลยี AI  พร้อมกันนี้มีการคาดการณ์ว่า ตลาด AI ในภาคอาหารและเครื่องดื่มจะมีมูลค่าสูงถึง 29.94 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2571 ดังนั้นจึงคาดว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ลงทุนใน AI จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  แต่ก็ยังคงมีความสับสนอย่างมากว่าแท้จริงแล้ว AI คืออะไร ทำงานอย่างไร และเป็นประโยชน์ต่อภาคอาหารและเครื่องดื่มอย่างไร

AI คืออะไร แมชชีนเลิร์นนิงคืออะไร

AI คือความสามารถของคอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักร ที่สามารถลอกเลียนหรือเลียนแบบพฤติกรรมอันชาญฉลาดและปฏิบัติงานได้เหมือนมนุษย์ โดยสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ความสามารถในการเรียนรู้ของมนุษย์ เช่น การคิด การใช้เหตุผล การเรียนรู้จากประสบการณ์ และที่สำคัญที่สุดคือการตัดสินใจได้เอง

ส่วนแมชชีนเลิร์นนิง (Machine Learning – ML) นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ AI ที่สามารถเรียนรู้และปรับเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องตั้งโปรแกรมหรือช่วยทำ แมชชีนเลิร์นนิงใช้อัลกอริธึมและแบบจำลองทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างชาญฉลาด โดยวินิจฉัยจากรูปแบบข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการขั้นต่อไป

AI เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในด้านใด

พูดง่าย ๆ ก็คือ AI (เฉพาะส่วนแมชชีนเลิร์นนิง) มีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอาหารทุกด้าน ทำให้แอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม สามารถปรับปรุงระบบห่วงโซ่อุปทานได้ทุกจุดตั้งแต่แหล่งกำเนิดไปจนถึงมือผู้บริโภค ช่วยสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีความคล่องตัวและขับเคลื่อนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

ส่วนแมชชีนเลิร์นนิงสามารถให้คำแนะนำที่แม่นยำและทันเวลาสำหรับระบบห่วงโซ่อุปทานได้เกือบทุกด้าน ด้วยความสามารถในการคำนวณค่าข้อมูล พารามิเตอร์ สถานการณ์จำลอง และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จำนวนมาก ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยากจะเลียนแบบหากปราศจากการใช้เทคโนโลยี AI

มีการใช้แมชชีนเลิร์นนิงในด้านใดบ้าง

ดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจะมีการใช้แมชชีนเลิร์นนิงอย่างไร้ขีดจำกัด เช่น เรื่องเกษตรแม่นยำ (precision farming) ที่แมชชีนเลิร์นนิงสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ ซึ่งอาจเป็นการวิเคราะห์การเก็บเกี่ยวที่ผ่านมาทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ ควบคู่ไปกับการพยากรณ์สภาพอากาศเพื่อกำหนดพื้นที่และเวลาที่ต้องรดน้ำ หรือเวลาที่ต้องใส่ปุ๋ย เป็นต้น

บริษัทอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากขึ้นหันมาใช้ AI เพื่อช่วยลดการสูญเสีย และค้นหาความไร้ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นในระบบห่วงโซ่อุปทาน

เตรียมพร้อมรับกับทุกสถานการณ์

เมื่อไม่นานมานี้ เราอาจพอเข้าใจได้ถึงการที่ธุรกิจอาหารคิดว่าสิ่งที่แน่นอนที่สุดคือความไม่นอน  แต่ด้วยสภาพอากาศแปรปรวนเพิ่มขึ้นที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แมชชีนเลิร์นนิงจะเข้ามีบทบาทด้านใดในเรื่องนี้หากไม่มีรูปแบบข้อมูลให้ค้นหา 

สิ่งที่แมชชีนเลิร์นนิงทำได้คือ ช่วยให้เข้าใจความเสี่ยงของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดต่อการเก็บเกี่ยวทั่วโลก ซึ่งความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยให้กำหนดแผนงานที่จำเป็นในการลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้  แต่ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิงทันสมัยที่สุดพร้อมสรรพแล้วก็ตาม เพื่อให้แน่ใจว่ากลยุทธ์เหล่านี้มีประสิทธิภาพก็ต้องมีความเห็นพ้องต้องกันด้วย  ทั้งนี้ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในระบบห่วงโซ่อุปทานอาหารจะต้องยืดหยุ่นมากขึ้น ลดการใช้น้ำ พลังงาน และทรัพยากรอื่น ๆ ให้น้อยลง โดยแมชชีนเลิร์นนิงจะสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่กล่าวมาได้

ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาและธุรกิจต่าง ๆ ค้นพบประโยชน์ของการประยุกต์ใช้ AI  ความสามารถของ AIก็จะยิ่งพัฒนามากขึ้นไปอีก โดยได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับการแก้ปัญหาเฉพาะของอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ  ดังที่เราได้เห็นแล้วว่าการประยุกต์ใช้ AI อย่างรอบคอบกำลังช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และในระบบห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้คาดว่าจะมีการใช้ AI เพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะ AI ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นตัวขับเคลื่อนประสิทธิภาพที่แท้จริง พร้อมทั้งช่วยให้ธุรกิจวางแผนรับมือกับเหตุการณ์ทั้งหลายที่อาจเกิดขึ้น โดยให้ข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งจำเป็นต่อการก้าวล้ำนำหน้าคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา

สำหรับประเทศไทย รัฐบาลได้ขับเคลื่อนแผนพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจในอาเซียนกว่า 1.9 พันล้านล้านบาทในปี 2573  โดยมีโครงการ AI Thailand เป็นหน่วยงานกลางเพื่อการพัฒนาที่มุ่งสนับสนุนทิศทางการพัฒนาในทุกด้าน รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนา การศึกษา การนำไปใช้ และความปลอดภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้เทคโนโลยี AI อย่างยั่งยืนโดยได้ทำการสำรวจธุรกิจใน 10 ภาคส่วน ครอบคลุมผู้ตอบแบบสอบถามจาก 3,529 บริษัท โดยผลการศึกษาพบว่า 15.2% ของธุรกิจได้นำ AI ไปใช้แล้ว 56.7 % มีแผนจะใช้ในอนาคต และ 28.2% ไม่มีแผนใด ๆ ในการใช้ AI

ดังนั้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) จัดทำแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) ขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยี AI จะถูกนำไปใช้อย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ ตลอดจนจัดทำแนวทางการใช้ AI ในภาคส่วนต่าง ๆ นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการใช้ AI ในการเกษตรและอาหารเพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน โดยเทคโนโลยี AI จะช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการพืชผล สุขภาพของดิน และการควบคุมศัตรูพืชได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา AI สำหรับอาหาร เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยและคุณภาพของอาหารอีกด้วย

Ericsson brings its latest 5G innovations to Thailand at the ‘Imagine Live, Thailand 2023

อีริคสันนำนวัตกรรม 5G ล่าสุด มาจัดแสดงที่งาน Imagine Live Thailand 2023

Ericsson brings its latest 5G innovations to Thailand at the ‘Imagine Live, Thailand 2023

  • Ericsson Imagine Live Thailand 2023 showcases company’s latest, most advanced 5G portfolio and technology demonstrations in Thailand.
  • Ericsson to accelerate the digital transformation of Thailand with 5G.
  • Ericsson to leverage its global expertise and technology leadership to keep customers in Thailand at the forefront of 5G.

Ericsson (NASDAQ: ERIC) today inaugurated its Imagine Live Thailand 2023 event that showcases its advanced 5G use cases and technology innovations that had been unveiled at the Mobile World Congress, Barcelona in February 2023. The highlights of the display include its latest, energy efficient radio solutions, holographic communications, digital twins and network automation demos amongst others.

On display is the Radio 4466 that supports Thailand’s existing 1800-, 2100 and 2300-MHz spectrums. Ericsson’s latest generation triple-band Radio 4466 enables Thai operators to both efficiently deliver 4G and 5G services across spectrum layers with a single unit and reduce energy consumption, carbon, and site footprints. Radio 4466, part of the Ericsson Radio Access Network portfolio, addresses site deployment challenges while providing substantial energy savings.

As a trusted partner to Thailand, Ericsson is leveraging its global expertise and technology leadership to keep its customers in Thailand at the forefront of 5G. “Building a high-performing and energy-efficient 5G network is part of our vision for resilient and sustainable future networks. Using our energy-optimized 5G portfolio, we are tackling one of our industry’s biggest challenges – reducing network energy consumption and carbon footprint while scaling up 5G. Our goal is to realize a low-carbon future while accelerating 5G experience.” states Igor Maurell, Head of Ericsson Thailand. Ericsson invests USD 4.4b in research and development annually, corresponding to almost 18% of its sales.

Thailand is clearly at the forefront of the 5G wave. According to Ericsson estimates, Thailand has over 85% 5G population coverage at the end of 2022. Data consumption per subscription in Thailand is expected to grow from 32.7 GB/month in 2022 to nearly 80 GB/month in 2025. With the 3X data traffic increase expected in Thailand by 2028, 5G is expected to manage the growing capacity requirements of the networks.

“The Thailand market is very dynamic with some of the most ICT-savvy consumers in the world. In addition, with the Industry 4.0 gathering pace in the country as per the Government’s Digital Thailand ambitions, reliable, secure and robust connectivity is imperative. The complexities that networks need to manage are placing new demands on the operation of networks. Leveraging technologies like Artificial Intelligence (AI) and machine learning will help Communication Service Providers in Thailand manage the growing network complexity as we see new applications develop on the 5G networks,” Igor said.

Zero-touch Operations are becoming an essential facilitator for securing the future of reliable and efficient network operations. Zero-touch enables Communications Service Providers to make their network operations more data-driven, predictive and proactive. Network automation reduces the need for manual activities and enable mobile operators greater business agility.

อีริคสันนำนวัตกรรม 5G ล่าสุด มาจัดแสดงที่งาน Imagine Live Thailand 2023

As a global ICT leader, Ericsson is leveraging its advanced mobile broadband services, Fixed Wireless Access (FWA) and 5G technologies to support the growth of Thailand’s digital infrastructure. “We are leveraging our global expertise and technology leadership for our customers in Thailand to keep them and the country, at the forefront of 5G. Based on our industry collaborations and partnerships in Thailand, we remain committed to accelerate innovation and build a robust 5G ecosystem in Thailand.” states Igor.

Ericsson is a global leader in 5G having deployed 5G in 152 live networks across 65 markets globally. The Company was recently ranked as the leader in the Frost Radar™ 5G Network Infrastructure Market 2023 report for the third consecutive year, reaffirming its leadership in 5G radio access networks (RAN), transport networks, and core networks.

อีริคสันนำนวัตกรรม 5G ล่าสุด มาจัดแสดงที่งาน Imagine Live Thailand 2023

อีริคสันนำนวัตกรรม 5G ล่าสุด มาจัดแสดงที่งาน Imagine Live Thailand 2023

อีริคสันนำนวัตกรรม 5G ล่าสุด มาจัดแสดงที่งาน Imagine Live Thailand 2023

  • เผยพอร์ตโฟลิโอ 5G ล้ำสมัย พร้อมสาธิตเทคโนโลยีล่าสุดมากมายในงาน Ericsson Imagine Live Thailand 2023
  • อีริคสันเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศไทยผ่านเทคโนโลยี 5G
  • อีริคสันนำความเชี่ยวชาญระดับโลกและความเป็นผู้นำเทคโนโลยี มาสนับสนุนลูกค้าในประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำ 5G ระดับแถวหน้า

อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) เปิดงาน Imagine Live Thailand 2023 นำยูสเคสและนวัตกรรมเทคโนโลยี 5G ขั้นสูง ที่เปิดตัวในงาน Mobile World Congress ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ มาจัดแสดงในประเทศไทย โดยมีเทคโนโลยีและโซลูชันไฮไลท์ล่าสุด ประกอบด้วย โซลูชันสื่อสารวิทยุประหยัดพลังงาน (Energy Efficient Radio Solutions), การสื่อสารผ่านโฮโลแกรม (Holographic Communications), เทคโนโลยี Digital Twin และระบบเครือข่ายอัตโนมัติ (Network Automation) รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกมากมายที่นำมาจัดแสดงไว้ภายในงาน

หนึ่งในไฮไลท์ที่นำมาจัดแสดง คือ ผลิตภัณฑ์ Radio 4466 ที่สามารถรองรับย่านความถี่ 1800MHz, 2100MHz และ 2300MHz ที่มีในประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์นี้เป็น Triple-Band Radio 4466 รุ่นล่าสุดของอีริคสัน ที่มีความสามารถเสริมศักยภาพการให้บริการ 4G และ 5G ข้ามย่านความถี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยผลิตภัณฑ์เดียวแก่ผู้ให้บริการไทย และยังช่วยประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงจำนวนสถานีฐาน ซึ่ง Radio 4466 ยังอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Ericsson Radio Access Network ที่สามารถจัดการความท้าทายในการติดตั้งสถานีฐานพร้อมช่วยประหยัดพลังงานเป็นอย่างมาก

ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในประเทศไทย อีริคสันมุ่งนำเสนอความเชี่ยวชาญระดับโลกและความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนลูกค้าในประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ผู้นำ 5G ชั้นแนวหน้า มร.อิกอร์ มอเรล ประธาน บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “การสร้างเครือข่าย 5G ประสิทธิภาพสูงและเน้นการประหยัดพลังงานเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์สำคัญของเราที่ต้องการสร้างเครือข่ายในอนาคตที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน ด้วยพอร์ตโฟลิโอการใช้ 5G​​ที่เพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานของอีริคสัน เรากำลังจัดการกับหนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของเรา นั่นคือการลดการใช้พลังงานของเครือข่ายและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขณะที่การใช้งาน 5G มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น เป้าหมายของเราคือการไปสู่อนาคตคาร์บอนต่ำพร้อมกับการเร่งประสบการณ์ 5G” อีริคสันลงทุนกับการวิจัยและพัฒนาปีละประมาณ 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 18% ของยอดขาย

ประเทศไทยคือผู้นำคลื่น 5G อย่างชัดเจน จากการคาดการณ์ของอีริคสันระบุ ช่วงสิ้นปี 2565 พบว่า 5G ครอบคลุมมากกว่า 85% ของประชากรทั้งหมด ขณะที่ปริมาณการใช้ข้อมูลต่อการสมัครสมาชิกในประเทศไทยคาดว่าภายในปี 2568 จะเติบโตเพิ่มเป็นเกือบ 80 กิกะไบต์ต่อเดือน เพิ่มจาก 32.7 กิกะไบต์ต่อเดือน ในปี 2565 และคาดว่าในปี 2571 จะเพิ่มขึ้น 3 เท่า โดยคาดว่า 5G จะสามารถรองรับความต้องการประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของเครือข่ายได้

“ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความไดนามิกสูง และมีผู้บริโภคที่เข้าใจเทคโนโลยีสารสนเทศและใช้งานมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ด้วยอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม 4.0 ในประเทศตามเป้าหมาย Digital Thailand ของรัฐบาล ทำให้การเชื่อมต่อต้องมีความมั่นใจได้ ปลอดภัยและแข็งแกร่ง โดยความซับซ้อนที่เครือข่ายจำเป็นต้องจัดการทำให้เกิดความต้องการใหม่ ๆ ในการดำเนินงานของเครือข่าย การดึงศักยภาพจากเทคโนโลยี อย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML) มาปรับใช้จะช่วยผู้ให้บริการด้านการสื่อสารในประเทศไทยสามารถจัดการความซับซ้อนของเครือข่ายที่กำลังเติบโตได้ ตามที่เราเห็นการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ ๆ บนเครือข่าย 5G” มร.อิกอร์ กล่าวเพิ่มเติม

แนวทาง Zero-Touch Operation กำลังกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยของอนาคตการดำเนินงานบนเครือข่ายที่ต้องมีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ ซึ่ง Zero-Touch ช่วยผู้ให้บริการสามารถจัดการเครือข่ายโดยใช้ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อน คาดการณ์ล่วงหน้าและดำเนินการแบบเชิงรุกได้มากขึ้น โดยระบบเครือข่ายอัตโนมัติยังช่วยลดกิจกรรมที่ต้องดำเนินการด้วยตนเองลง และทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมีความคล่องตัวในการทำธุรกิจมากขึ้น

อีริคสันนำนวัตกรรม 5G ล่าสุด มาจัดแสดงที่งาน Imagine Live Thailand 2023

ในฐานะผู้นำด้านไอซีทีระดับโลก อีริคสันกำลังใช้ศักยภาพจากบริการบรอดแบนด์มือถือขั้นสูง เทคโนโลยี Fixed Wireless Access (FWA) และเทคโนโลยี 5G มารองรับการเติบโตโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย “เรากำลังใช้ศักยภาพทั้งในด้านความเชี่ยวชาญระดับโลกและความเป็นผู้นำเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนลูกค้าในประเทศไทย ก้าวไปเป็นผู้นำแถวหน้า 5G ผ่านความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมและพันธมิตรของเราในประเทศไทย และเรายังมุ่งมั่นเร่งสร้างนวัตกรรมและระบบนิเวศ 5G ที่แข็งแกร่งในประเทศไทย” มร.อิกอร์ กล่าวเพิ่ม

อีริคสันเป็นผู้นำเครือข่าย 5G ระดับโลก ปัจจุบัน บริษัทฯ เปิดให้บริการเครือข่าย 5G ไปแล้วจำนวน 152 เครือข่าย ใน 65 ประเทศ บริษัทฯ ยังได้รับการจัดอันดับเป็นผู้นำอันดับ 1 ในรายงาน Frost Radar™ 5G Network Infrastructure Market 2023 เป็นปีที่สามติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ 5G Radio Access Networks (RAN), Transport networks, และ Core Networks

First Asian Games Core Systems to be Hosted on Alibaba Cloud

ครั้งแรกที่ระบบสำคัญหลักของ Asian Games ทำงานบน Alibaba Cloud

First Asian Games Core Systems to be Hosted on Alibaba Cloud

Global cloud leader plays a critical role to support digital transformation of the Hangzhou Asian Games

In a mission to accelerate the digitalization of the Asian Games, the Hangzhou Asian Games Organizing Committee (HAGOC) has launched its core systems on Alibaba Cloud, the digital technology and intelligence backbone of Alibaba Group. Alibaba Cloud’s robust, reliable and secure technologies will support the first “Asian Games on the Cloud”, to facilitate more intelligent, sustainable, sophisticated and efficient Asian Games – to be held in Hangzhou, the company’s headquarters, from September 23 to October 8.

The core systems, comprising Games Management Systems (GMS), Results Distribution Systems (RDS) and Games Support Systems (GSS), will support around-the-clock operations of 56 competition venues and other critical facilities such as the information technology management center, main media center and the Hangzhou Asian Games Villages, serving more than 100,000 registered users, including the athletes, broadcasters, journalists, staff and volunteers from 45 countries and regions across the globe.

As the Games’ official information technology integrator and cloud service provider, Alibaba Cloud is responsible for running an all-on-cloud Asian Games, leveraging its proven track record in supporting large-scale worldwide sports events. 

Selina Yuan, President of International Business, Alibaba Cloud Intelligence Group, said: “We have extensive experience supporting large-scale global sports events building upon our proven cloud technologies and trusted services. We are proud and excited to return to our headquarters this year to help deliver an innovative, efficient, sustainable and inclusive Asian Games in Hangzhou. With the even more advanced core systems support, we are committed to an effective collaboration with the Games’ stakeholders, and with further improved cloud broadcast technologies, we will bring more engaging viewing experience to the global audience and sport fans.”

“The Hangzhou Asian Games will be another milestone for Alibaba Cloud to show how robust, scalable and secure cloud computing technologies can help drive digital transformation of large-scale sports events to bring sports and entertainment to every corner of the world,” Yuan added. 

State-of-the art architecture seamlessly integrates with cloud-native core systems

Alibaba Cloud provides the fundamental architecture that supports the seamless integration of the core systems as well as intelligent applications such as cloud broadcasting and event organization and communications.

For example, at the end of each competition the Results Distribution System will receive data from the timing and scoring system at the venue, which will be further integrated into the central system for distribution in different formats through different application programming interfaces (APIs), such as the results display and news feeds. All of these are built on the Alibaba Cloud to ensure efficient, accurate and stable results distributions.

Using cloud-native technology and running it on Alibaba Cloud’s container services, the company enables more agile, scalable and efficient operations of the event. In addition, there is no longer a need for physical data centers that require large dedicated space and maintenance facilities to run. Cloud resources will be released once the event is concluded, making the games more environmentally friendly.

Alibaba Cloud’s technologies support the first “Asian Games on the Cloud”

More than 5,000 hours of excitement transmitted through live cloud broadcasting

The Hangzhou Asian Games will also be the first in the games’ history during which Rights-Holding Broadcasters (RHBs) will receive live footage through public cloud infrastructure. Alibaba Cloud expects to transmit more than 5,000 hours of live footage through as many as 68 high-definition(HD) and ultra-high-definition (UHD) feeds during the event. In addition to live broadcast, the cloud-based content platform delivers footage in HD or UHD, highlights of the Games and news flashes for RHBs to present to the audience’s mobile or other devices.

During the Games, the cloud broadcasting will transcend physical boundaries and bring the excitement to audiences across Asia and the rest of the world, through Alibaba Cloud’s infrastructure and services in Hangzhou to ApsaraVideo Live Centers in Shanghai and Beijing as well as regional cloud resources in Hong Kong Special Administrative Region (SAR) and Singapore.

Prior to cloud broadcasting, broadcasters had to rely on dedicated and more costly international telecommunication optical circuits and spend a considerable amount of time to set up the equipment, in order to send live footage halfway across the globe back to their home countries. Now leveraging the highly scalable, resilient and secure global infrastructure of Alibaba Cloud and its network acceleration service – Global Accelerator, live multilateral content in high quality over the public cloud with a fraction of the cost and minimum time for set-up can be delivered.

Cloud technology helps bring smart Asian Games Villages

The Hangzhou Asian Games has launched an Intelligent Operation Platform to manage the operation of the three Asian Games Villages, which is expected to host over 20,000 athletes, reporters and officials. The platform leverages Alibaba Cloud’s advanced visualization tool to analyze real-time intelligence to further streamline the management system, while providing more seamless user experience for those who live in the Villages.

For example, Alibaba Cloud’s solution utilizes real-time information to analyze traffic and crowd management. A warning will be provided on a dashboard if a public area gets too crowded for public safety. Extreme weather, power failure and fire warnings are also available for organizer’s intelligence-driven decisions.

With Alibaba Cloud’s natural language processing (NLP) technology, an intelligent service robot will also provide all-day online consulting services in both English and Chinese for people living in the Asian Games Villages through a web application service. The chatbot can provide real-time responses related to the services available in the Villages.

ครั้งแรกที่ระบบสำคัญหลักของ Asian Games ทำงานบน Alibaba Cloud

ครั้งแรกที่ระบบสำคัญหลักของ Asian Games ทำงานบน Alibaba Cloud

ครั้งแรกที่ระบบสำคัญหลักของ Asian Games ทำงานบน Alibaba Cloud

บทบาทสำคัญของผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำของโลก ในการสนับสนุน Hangzhou Asian Games ทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล

เพื่อขับเคลื่อนภารกิจเร่งการเปลี่ยนผ่านการจัดแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล คณะกรรมการจัดงานเอเชียนเกมส์เมืองหางโจว (HAGOC) วางระบบหลักสำคัญ ที่ใช้ในการจัดงานให้ทำงานบนอาลีบาบา คลาวด์ ซึ่งเป็นธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป  ทั้งนี้ อาลีบาบา คลาวด์ จะใช้เทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ของบริษัทฯ สนับสนุนครั้งแรกของ “เอเชียนเกมส์บนคลาวด์” เพื่ออำนวยความสะดวกให้การจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์เป็นไปอย่างอัจฉริยะ ยั่งยืน พิถีพิถันทุกรายละเอียด และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เอเชียนเกมส์ครั้งนี้จะจัดขึ้นที่เมืองหางโจว ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน ถึง 8 ตุลาคมศกนี้

ระบบหลักสำคัญดังกล่าวประกอบด้วย Games Management Systems (GMS), Results Distribution Systems (RDS) และ Games Support Systems (GSS) ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงให้กับสถานที่แข่งขัน 56 แห่ง และสถานที่สำคัญอื่น เช่น ศูนย์จัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ, ศูนย์หลักสำหรับสื่อมวลชน และหมู่บ้านเอเชียนเกมส์หางโจว (Hangzhou Asian Games Village) รองรับผู้ใช้บริการที่ลงทะเบียนมากกว่า 100,000 ราย รวมถึงนักกีฬา ผู้แพร่ภาพกระจายเสียง ผู้สื่อข่าว เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจาก 45 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

อาลีบาบา คลาวด์ ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์และบูรณาการด้านเทคโนโลยีอย่างเป็นทางการของการแข่งขันครั้งนี้ มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการเอเชียนเกมส์ที่อยู่บนคลาวด์ทั้งหมด โดยใช้ประสบการณ์จากความชำนาญในการสนับสนุนการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ทั่วโลกที่ได้รับการพิสูจน์ความสำเร็จมาแล้ว

เซลิน่า หยวน ประธานด้านธุรกิจระหว่างประเทศ อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป กล่าวว่า “เรามีประสบการณ์มากมายในการสนับสนุนการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ระดับโลกด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ที่ได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้ว และบริการต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้ของเรา เราภูมิใจและตื่นเต้นที่จะได้ช่วยให้เอชียนเกมส์ ณ เมืองหางโจว ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของเรา เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืน เรามุ่งมั่นร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทุกฝ่ายอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการสนับสนุนระบบสำคัญต่าง ๆ ที่ล้ำหน้ามากขึ้น  และเราจะนำประสบการณ์การรับชมกีฬาที่ดึงดูดใจและเพลิดเพลินมากขึ้นมาสู่ผู้ชมและแฟนกีฬาทั่วโลก ผ่านเทคโนโลยีด้านการออกอากาศบนคลาวด์ที่ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ มากขึ้น”

เซลิน่า กล่าวเพิ่มเติมว่า “การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ณ เมืองหางโจว จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ อาลีบาบา คลาวด์ ที่จะแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งที่แข็งแกร่ง ปรับขนาดได้ และปลอดภัย สามารถขับเคลื่อนการทรานฟอร์มการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่สู่ดิจิทัล และนำกีฬาและความบันเทิงต่าง ๆ ส่งตรงไปยังทุกมุมโลกได้อย่างไร”

สถาปัตยกรรมทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย รวมเข้ากับระบบสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นคลาวด์-เนทีฟอย่างไร้รอยต่อ

อาลีบาบา คลาวด์ นำเสนอสถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการผสานรวมระบบสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีข้อติดขัด รวมถึงแอปพลิเคชันอัจฉริยะต่าง ๆ เช่น การออกอากาศบนคลาวด์ การจัดงานและการสื่อสารต่าง ๆ

ตัวอย่าง เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันกีฬาแต่ละประเภท ระบบกระจายผลลัพธ์ (Results Distribution System) จะได้รับข้อมูลจากระบบจับเวลาและการให้คะแนนที่อยู่ ณ สถานที่แข่งขันแต่ละแห่ง ซึ่งจะถูกรวมเข้ากับระบบกลางสำหรับการเผยแพร่ในรูปแบบที่แตกต่างกันผ่าน APIs (application programming interfaces) ที่แตกต่างกัน เช่น การแสดงผลการแข่งขันและการฟีดข่าวเป็นต้น และทั้งหมดที่กล่าวมานี้สร้างบนอาลีบาบา คลาวด์ เพื่อความมั่นใจได้ว่าจะมีการเผยแพร่และกระจายผลการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และเสถียร

การใช้เทคโนโลยีคลาวด์-เนทีฟ และรันระบบบนบริการด้านคอนเทนเนอร์ของอาลีบาบา คลาวด์ ช่วยให้การแข่งขันครั้งนี้ดำเนินไปอย่างคล่องตัว ปรับขนาดได้ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังไม่ต้องรันระบบต่าง ๆ ในดาต้าเซ็นเตอร์แบบ physical ที่ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่และต้องบำรุงรักษาอีกต่อไป นอกจากนี้ทรัพยากรคลาวด์ต่าง ๆ ที่ใช้จะถูกปลดออกจากงานและเลิกใช้เมื่องานสิ้นสุดลง จึงทำให้การแข่งขันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เทคโนโลยีของอาลีบาบา คลาวด์ รองรับระบบสำคัญของเอเชียนเกมส์ที่รันบนคลาวด์ เป็นครั้งแรก

ส่งต่อความตื่นเต้นมากกว่า 5,000 ชั่วโมง ผ่านการถ่ายทอดสดบนคลาวด์

เอเชียนเกมส์ ณ เมืองหางโจว จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การจัดการแข่งขันที่ผู้ออกอากาศที่มีสิทธิ์ (Right-Holding Broadcasters: RHBs) จะได้รับฟุตเทจสดผ่านโครงสร้างพื้นฐานพับลิคคลาวด์ โดย อาลีบาบา คลาวด์ คาดว่าจะส่งผ่านฟุตเทจสดมากกว่า 5,000 ชั่วโมงผ่านฟีดที่มีความคมชัดสูง (HD) และความคมชัดสูงพิเศษ (UHD) มากถึง 68 รายการระหว่างงาน นอกจากการถ่ายทอดสดแล้ว คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่อยู่บนคลาวด์จะส่งฟุตเทจความคมชัดระดับ HD หรือ UHD, ไฮไลท์ของเกมต่าง ๆ และข่าวด่วน ให้กับ RHBs เพื่อนำเสนอตรงไปยังมือถือหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ของผู้รับชม

การออกอากาศบนคลาวด์จะก้าวข้ามข้อจำกัดทางกายภาพ และนำความตื่นเต้นในระหว่างการแข่งขันสู่ผู้รับชมทั่วภูมิภาคเอเชียและส่วนอื่น ๆ ของโลก ผ่านโครงสร้างพื้นฐานไอทีและบริการต่าง ๆ ของอาลีบาบา คลาวด์ ในเมืองหางโจว ไปจนถึง ApsaraVideo Live Centers ณ เมืองเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง รวมถึงคลาวด์ระดับภูมิภาคในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และสิงคโปร์

ก่อนที่จะมีการออกอากาศบนคลาวด์ ผู้แพร่ภาพกระจายเสียงต้องพึ่งพาออปติคัลเซอร์กิตเฉพาะด้านโทรคมนาคมระหว่างประเทศที่มีค่าใช้จ่ายสูง และใช้เวลามากในการติดตั้งอุปกรณ์ เพียงเพื่อจะได้สามารถส่งฟุตเทจสดจากอีกซีกหนึ่งของโลกกลับไปยังประเทศของตน ปัจจุบันเมื่อใช้โครงสร้างพื้นฐานไอทีระดับโลกที่สามารถปรับขนาดได้สูง ยืดหยุ่น และปลอดภัย ของอาลีบาบา คลาวด์ และ Global Accelerator ซึ่งเป็นบริการเร่งความเร็วเน็ตเวิร์กของบริษัทฯ ก็จะสามารถถ่ายทอดสดเนื้อหาหลากหลายประเภท ด้วยคุณภาพความคมชัดสูงบนพับลิคคลาวด์ได้โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยและใช้เวลาในการติดตั้งไม่นาน

นำเทคโนโลยีคลาวด์สู่ Asian Games Villages อัจฉริยะ

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว Intelligent Operation Platform ในเอเชียนเกมส์ที่หางโจวครั้งนี้ด้วย เพื่อใช้บริหารจัดการการดำเนินงานของหมู่บ้านเอเชียนเกมส์ 3 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะรองรับนักกีฬา ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่มากกว่า 20,000 คน แพลตฟอร์มนี้ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเวอร์ชวลไลเซชันที่ล้ำสมัยของอาลีบาบา คลาวด์ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลอัจริยะแบบเรียลไทม์ และนำผลวิเคราะห์ไปปรับปรุงระบบบริหารจัดการต่อไป ในขณะเดียวกันก็มอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นมากขึ้นให้กับผู้พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านทั้งสามแห่งนี้

ตัวอย่าง โซลูชันของอาลีบาบา คลาวด์ ใช้ข้อมูลเรียลไทม์ เพื่อวิเคราะห์การบริหารจัดการการจราจรและความหนาแน่นของกลุ่มคน และหากพื้นที่สาธารณะมีผู้คนหนาแน่นเกินไป ระบบจะแจ้งเตือนบนแดชบอร์ดเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีการแจ้งเตือนสภาพอากาศที่รุนแรง ไฟดับ และไฟไหม้ เพื่อให้ผู้จัดงานสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

 อาลีบาบา คลาวด์ ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) ของบริษัทฯ ผ่านหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะ ที่สามารถให้บริการคำปรึกษาออนไลน์แก่ผู้พักอาศัยในหมู่บ้านเอเชียนเกมส์ตลอดทั้งวันด้วยภาษาอังกฤษและภาษาจีน ผ่านบริการเว็บแอปพลิเคชัน แชทบอทนี้สามารถให้การตอบกลับ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริการต่าง ๆ ที่มีในหมู่บ้านได้แบบเรียลไทม์