ผลงานวิจัยพบว่า ผู้บริโภคเจ็ดในสิบราย พร้อมเปลี่ยน เพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ผลงานวิจัยพบว่า ผู้บริโภคเจ็ดในสิบราย พร้อมเปลี่ยน เพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

อาลีบาบา กรุ๊ป ผลงานวิจัยพบว่า ผู้บริโภคเจ็ดในสิบราย พร้อมเปลี่ยนเพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

  • ผลงานวิจัยอิสระแสดงให้เห็นว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคไม่ซื้อสินค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเพิ่มขึ้น คือ การขาดข้อมูลและราคาที่สูงเกินไป
  • ภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกสินค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนได้ง่ายขึ้น และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากขึ้น
  • รายงาน ESG ฉบับล่าสุดของอาลีบาบา กรุุ๊ป เผยให้เห็นว่าผู้บริโภคกว่า 180 ล้านคนมีส่วนร่วมลดการปล่อยคาร์บอนผ่านแพลตฟอร์มบัญชีแยกประเภทคาร์บอนของอาลีบาบา

ผลงานวิจัยอิสระที่สนับสนุนโดยอาลีบาบา กรุ๊ป พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ (73%) ต้องการดำเนินชีวิตด้วยแนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (87%) แต่ต้องพบอุปสรรคสำคัญด้านค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปและความไม่สะดวกด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าที่เน้นความยั่งยืน

“The Sustainability Trends Report 2023” เป็นงานวิจัยที่สำรวจผู้บริโภคมากกว่า 14,000 รายจากตลาด 14 แห่งในเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง การวิจัยพบว่าความสะดวกด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าที่เน้นความยั่งยืน (53%) และค่าใช้จ่ายที่รับได้ (33%) มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคให้ดำเนินไปตามวิถีความยั่งยืน และธุรกิจต่าง ๆ ก็สามารถช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ 38% ผู้ของบริโภคเชื่อว่าความสนใจส่วนบุคคลเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดความสนใจเรื่องความ “ยั่งยืน” ของสินค้าที่ธุรกิจต่าง ๆ นำเสนอ มีเพียง 15% ที่เชื่อคำกล่าวอ้างทั้งหมดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ ดังนั้นธุรกิจต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ผู้บริโภคไว้วางใจ โดยเฉพาะผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในตลาดยุโรป

นายหลิว เว่ย หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้าน ESG ของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า “ในฐานะที่อาลีบาบาเป็นบริษัทด้านดิจิทัลแพลตฟอร์ม เรามีจุดยืนที่เป็นเอกลักษณ์และให้คำมั่นที่จะจัดการความท้าทายที่เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำได้จริงในทางปฏิบัติ (say-do gap) ด้วยการลดอุปสรรคที่จะกระทบต่อความสะดวกด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าที่เน้นความยั่งยืน เพิ่มทางเลือกด้านความยั่งยืนให้มากขึ้น และปรับปรุงซัพพลายเชนต่าง ๆ เพื่อให้คงราคาที่สมเหตุสมผลให้กับผู้บริโภค เพราะการบริโภคอย่างยั่งยืนมีความสำคัญมากต่อสิ่งแวดล้อม และในขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้ธุรกิจ รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัลในภาพรวม เพื่อการพัฒนาที่ยืนยาวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนให้กับทุกฝ่าย” 

อาลีบาบาเผยแพร่รายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ฉบับล่าสุดเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม และเป็นครั้งแรกที่เปิดเผยความคืบหน้าของกระบวนการลดคาร์บอนใน Scope 3+ นับจากเริ่มบุกเบิกแนวคิดนี้ในปี 2564 เพื่อขยายคำมั่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้ครอบคลุมระบบนิเวศทั้งหมดของบริษัทฯ

รายงาน ESG ล่าสุดนี้ยังเผยให้เห็นข้อมูลจากแพลตฟอร์มบัญชีแยกประเภทคาร์บอนของอาลีบาบาที่ระบุว่ามีผู้บริโภค 187 ล้านคนเข้าร่วมกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในช่วง 12 เดือน (นับถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566) โดยมีสินค้า 1.91 ล้านรายการจากแบรนด์ 409 แห่งที่นำเสนอบน Tmall และ Taobao ผ่านโปรแกรมสินค้าคาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2566)

ผู้บริโภคที่อยู่ในตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ยินดีเรียนรู้วิธีซื้อของออนไลน์ด้วยวิถียั่งยืนมากขึ้น

ผู้บริโภคทั่วโลกยอมรับการใช้ชีวิตด้วยวิถีความยั่งยืนมากขึ้น แต่ในแต่ละภูมิภาคต่างมีระดับการมีส่วนร่วม วิถีการดำเนินชีวิต และการจับจ่ายซื้อของที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนแตกต่างกัน

ผลงานวิจัยพบว่าผู้บริโภคประมาณสามในสี่ (76%) ยินดีรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่จะช่วยให้มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยมีสัดส่วนสูงสุดในฟิลิปปินส์ (93%) ตามด้วยอินโดนีเซีย (91%) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (90%)

ผู้บริโภคมากกว่าครึ่ง (58%) กล่าวว่าพวกเขาได้มีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนแล้ว และรู้สึกว่าตนกำลังทำสิ่งที่ดีและถูกต้อง นอกจากนี้ยังเปิดกว้างเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติทางออนไลน์เพื่อความยั่งยืน โดยเฉลี่ย 73% กล่าวว่ายินดีรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

ผู้ตอบแบบสำรวจที่อยู่ในตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (88%) เต็มใจเรียนรู้วิธีการที่จะช่วยให้สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ที่เน้นเรื่องความยั่งยืนได้มากขึ้น มากกว่าตลาดที่พัฒนาแล้วในเอเชีย (66%) และในยุโรป (66%) นอกจากนี้ พฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ที่เน้นเรื่องความยั่งยืนยังแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค เช่น ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (47%) มีแนวโน้มเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากกว่า ในขณะที่ในยุโรป (47%) มีแนวโน้มเลือกการรีไซเคิลมากกว่า

ผู้บริโภคครึ่งหนึ่งจะเลือกซื้อสินค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนก็ต่อเมื่อมีความสะดวกด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าประเภทนี้ และหนึ่งในสามเชื่อว่าสินค้าประเภทนี้มีราคาแพงเกินไป

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคไม่ซื้อสินค้าที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้น คือ ขาดข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับความยั่งยืนของสินค้า (48%) และราคาของสินค้าที่เน้นความยั่งยืนมีราคาสูงเกินไป (45%) 

ผู้บริโภคที่ตอบแบบสำรวจมากกว่าครึ่ง (53%) กล่าวว่าพวกเขาจะเลือกให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนก็ต่อเมื่อพวกมีความสะดวกด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้ากลุ่มนี้ โดยในกลุ่มคำตอบนี้ผู้บริโภคในตลาดเอเชียมีสัดส่วนสูง (61%) เมื่อเทียบกับตลาดยุโรปที่น้อยกว่า (36%) นอกจากนี้หนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสำรวจ (33%) กล่าวว่า การใช้ชีวิตวิถียั่งยืนนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป โดยผู้ตอบแบบสำรวจไทยนำมาในกลุ่มนี้ (84%) ตามด้วยสหรัฐอาหรับเอมิเตรส์ (41%) และสเปน (37%)

รายงานระบุว่า ท่ามกลางความรู้สึกของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ธุรกิจจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้บริโภคเลือกแนวทางด้านความยั่งยืนได้อย่างถูกต้องได้ง่ายขึ้น ผู้บริโภคกล่าวว่า สิ่งที่ธุรกิจสามารถทำได้เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าและบริการที่เน้นความยั่งยืนคือ ทำให้สินค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมีราคาที่ผู้บริโภครับได้มากขึ้น (61%) ใช้พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ได้ครั้งเดียวให้น้อยลง (55%) และให้ทางเลือกสินค้าและบริการที่เน้นความยั่งยืนมากขึ้น (47%)

รายงานยังระบุว่า ธุรกิจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทำให้ผู้บริโภคเชื่อว่าสินค้าของตนมีความยั่งยืนจริงตามที่ได้กล่าวอ้างไว้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในตลาดยุโรป ทั้งนี้ 23% ของผู้บริโภคกล่าวว่าพวกเขา “ไม่เชื่อถือนัก” กับคำกล่าวอ้างของธุรกิจต่าง ๆ ว่าสินค้านั้น ๆ ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยประเทศที่มีความเห็นนี้ในสัดส่วนสูงสุดคือ ฝรั่งเศส (31%) สเปน (31%) เยอรมนี (30%) และสหราชอาณาจักร (30%)

ผู้บริโภคเกือบสองในห้า (38%) คลางแคลงใจว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ซ่อนอยู่ในความ “ยั่งยืน” ของสินค้าที่ธุรกิจกล่าวอ้าง โดยรายงานพบว่าตลาดสามอันดับแรกที่มีสัดส่วนในข้อนี้สูงสุด คือ ไทย (56%) ฝรั่งเศส (48%) และสิงคโปร์ (47%) ซึ่งระบุว่า สินค้าที่กล่าวอ้างว่าให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เป็นเพียงวิธีการที่บริษัทต่าง ๆ ใช้ เพื่อให้ขายสินค้าได้ในราคาสูงขึ้น

นายหลิว เว่ย เสริมว่า “เราเชื่อว่าบริษัทต่าง ๆ จะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยการจัดการกับช่องว่างของสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำได้จริงในทางปฏิบัติ เช่น โปร่งใสมากขึ้น รับผิดชอบต่อการ กล่าวอ้างด้านความยั่งยืนของตน และใช้ข้อมูลเป็นฐานสนับสนุนแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน ซึ่งจะนำมาซึ่งความใส่ใจและความเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น ตลอดเส้นทางสู่ความยั่งยืนร่วมกันของเรา”

เกี่ยวกับการสำรวจ

“The Sustainability Trends Report 2023” จัดทำโดย Yonder Consulting บริษัทที่ปรึกษาในสหราชอาณาจักร โดยมี The Purpose Business ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนในฮ่องกงสนับสนุนด้านคำแนะนำและการวิเคราะห์ รายงานนี้จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 26 มกราคม ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2566 โดยอ้างอิงคำตอบจากผู้บริโภคจำนวน 14,125 ราย ที่ตอบแบบสำรวจออนไลน์

ผู้ตอบแบบสำรวจมาจากสิบสี่ตลาดในเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ได้แก่ เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, สหราชอาณาจักร, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย, เกาหลีใต้, เขตบริหารพิเศษฮ่องกง, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ตลาดที่พัฒนาแล้วในเอเชียที่อ้างถึงในงานวิจัยนี้ ได้แก่ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ส่วนตลาดเกิดใหม่ในเอเชียหมายถึง อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และไทย

Alibaba Cloud Open-Sources Its 7-Billion-Parameter LLM Models, Strengthening Its Commitment to the Open-Source Community

Alibaba Cloud Launches Carbon Management Solution

Alibaba Cloud Open-Sources Its 7-Billion-Parameter LLM Models, Strengthening Its Commitment to the Open-Source Community

Alibaba Cloud, the digital technology and intelligence backbone of Alibaba Group, has announced its latest contribution to the open-source community by open-sourcing its 7-billion-parameter Large Language Models (LLM), Qwen-7B and Qwen-7B-Chat, through its AI model community ModelScope, and the collaborative AI platform Hugging Face.

Alibaba Cloud introduced its proprietary LLM, Tongyi Qianwen, earlier this year in April. This cutting-edge model, capable of generating human-like content in both Chinese and English, has different model sizes, including seven billion and above parameters. This time, the open-source release includes the pre-trained 7-billion-parameter model, Qwen-7B, and its conversationally fine-tuned version, Qwen-7B-Chat.

In an effort to democratize AI technologies, the models’ code, model weights, and documentation will be freely accessible to academics, researchers and commercial institutions worldwide. For commercial uses, the models will be free to use for companies with fewer than 100 million monthly active users. Programs with more users can request a license from Alibaba Cloud.

“By open-sourcing our proprietary large language models, we aim to promote inclusive technologies and enable more developers and SMEs to reap the benefits of generative AI,” said Jingren Zhou, CTO of Alibaba Cloud Intelligence. “As a determined long-term champion of open-source initiatives, we hope that this open approach can also bring collective wisdom to further help open-source communities thrive.”

The Qwen-7B was pre-trained on over 2 trillion tokens, including Chinese, English and other multilingual materials, code, and mathematics, covering general and professional fields. Its context length reaches 8K. In training, the Qwen-7B-Chat model was aligned with human instructions. Both Qwen-7B and Qwen-7B-Chat models can be deployed on cloud and on-premises infrastructures. This enables users to fine-tune the models and build their own high-quality generative models effectively and cost-efficiently. 

The pre-trained Qwen-7B model distinguished itself in the Massive Multi-task Language Understanding (MMLU) benchmark, scoring a notable 56.7, outperforming other major pre-trained open-source models with similar scales or even some larger-size models. This benchmark assesses a text model’s multitask accuracy across 57 varied tasks, encompassing fields such as elementary mathematics, computer science and law. Moreover, Qwen-7B achieved the highest score among models with equivalent parameters in the leaderboard of C-Eval, a comprehensive Chinese evaluation suite for foundational models. It covers 52 subjects in four major specialities including humanities, social sciences, STEM and others. Additionally, Qwen-7B reached outstanding performance on benchmarks of mathematics and code generation, such as GSM8K and HumanEval.

Alibaba Cloud’s Qwen-7B model distinguished itself in several benchmarks
Alibaba Cloud’s Qwen-7B model distinguished itself in several benchmarks

In July, Alibaba Cloud also introduced its AI image generator, Tongyi Wanxiang, which was designed to support developers and SMEs in their creative image expression. The cloud pioneer also unveiled ModelScopeGPT, a versatile framework designed to assist users in performing complex and specialized AI tasks across language, vision and speech domains by leveraging various AI models on ModelScope. Launched by Alibaba Cloud last year, ModelScope is an open-source AI model community currently featuring over 1,000 AI models contributed by 20 leading AI institutes. 

For more information, please check out the details of Qwen-7B and Qwen-7B-Chat on ModelScope,Hugging Face and GitHub pages

อาลีบาบา คลาวด์ เปิดซอร์สโค้ด โมเดล LLM ขนาด 7-พันล้าน-พารามิเตอร์ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของพันธสัญญาที่มีต่อโอเพ่นซอร์สคอมมิวนิตี้

Alibaba Cloud Launches Carbon Management Solution

อาลีบาบา คลาวด์ เปิดซอร์สโค้ด โมเดล LLM ขนาด 7-พันล้าน-พารามิเตอร์ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของพันธสัญญาที่มีต่อโอเพ่นซอร์สคอมมิวนิตี้

อาลีบาบา คลาวด์ ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศสนับสนุนคอมมิวนิตี้ด้านโอเพ่นซอร์สครั้งล่าสุด ด้วยการเปิดเผยซอร์สโค้ด (open-sourcing) ของ Qwen-7B และ Qwen-7B-Chat ซึ่งเป็นโมเดลด้านภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ขนาด 7-พันล้าน-พารามิเตอร์ ที่อยู่บน ModelScope ซึ่งเป็นคอมมิวนิตี้ด้านโมเดล AI ของบริษัทฯ และ Hugging Face ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI สำหรับการทำงานร่วมกัน

อาลีบาบา คลาวด์ เปิดตัว Tongyi Qianwen ซึ่งเป็น LLM ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โมเดลล้ำสมัยนี้สามารถสร้างเนื้อหาได้เหมือนมนุษย์สร้าง ทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษและมีขนาดโมเดลที่แตกต่างกัน รวมถึงโมเดลที่มีขนาดตั้งแต่เจ็ดพันล้านพารามิเตอร์ขึ้นไป โมเดล open-source ครั้งนี้ ประกอบด้วย Qwen-7B ซึ่งเป็นโมเดลพรีเทรนด์ 7-พันล้าน-พารามิเตอร์ และเวอร์ชั่นที่มีการปรับแต่งด้านการสนทนาที่ชื่อว่า Qwen-7B-Chat

เพื่อสนับสนุนความพยายามที่จะทำให้มีการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ได้อย่างอิสระ มีการเปิดให้นักวิชาการ นักวิจัย และสถาบันเชิงพาณิชย์ ทั่วโลก เข้าถึงโค้ดของโมเดล, model weights, และเอกสารอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ได้ฟรี และสำหรับการใช้ในเชิงพาณิชย์เปิดให้บริษัทที่มีผู้ใช้น้อยกว่า 100 ล้านรายต่อเดือนสามารถใช้โมเดลต่าง ๆ ได้ฟรี ส่วนโปรแกรมต่าง ๆ ที่มีผู้ใช้งานมากกว่านี้สามารถขอไลเซนส์จากอาลีบาบา คลาวด์ ได้

นายจิงเเหริน จ้าว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “เรามุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีให้ครอบคลุม และช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้เก็บเกี่ยวประโยชน์ของ generative AI ด้วยการ open-sourcing โมเดลด้านภาษาขนาดใหญ่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา และในฐานะผู้ให้การสนับสนุนระยะยาวของโครงการโอเพ่นซอร์ส เราหวังว่าแนวทางแบบเปิดนี้สามารถนำมาซึ่งภูมิปัญญาร่วมที่แบ่งปันกัน เพื่อขับเคลื่อนให้โอเพ่นซอร์สคอมมิวนิตี้เติบโตต่อไป”

Qwen-7B ได้พรี-เทรนด์บนโทเค็นกว่า 2 ล้านล้านโทเค็น รวมถึง ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และสื่อหลายภาษาอื่น ๆ โค้ด และคณิตศาสตร์ ครอบคลุมสาขาทั่วไปและสาขาวิชาชีพต่าง ๆ โดยมีความยาวของบริบท (context length) แตะระดับ 8K ทั้งนี้ในระหว่างการเทรนด์ได้มีการปรับโมเดล Qwen-7B-Chat ให้สอดคล้องกับคำสั่งของมนุษย์ โดยสามารถนำโมเดล Qwen-7B และ Qwen-7B-Chat ไปใช้ได้ทั้งในโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในองค์กร (on-premise) และบนคลาวด์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งโมเดลและสร้าง generative models คุณภาพสูงของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย

โมเดลพรี-เทรนด์ Qwen-7B นี้มีความเป็นเลิศในการวัดเกณฑ์มาตรฐานการทำความเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ในภาษาหลากหลาย (Massive Multi-task Language Understanding: MMLU) ด้วยคะแนน 56.7 ซึ่งเหนือกว่าโมเดลพรี-เทรนด์โอเพ่นซอร์สอื่น ๆ ที่มีสเกลใกล้เคียงกันหรือแม้แต่โมเดลที่มีขนาดใหญ่กว่าบางโมเดล การวัดประสิทธิภาพนี้ได้ประเมินความแม่นยำของโมเดลข้อความ ในเรื่องของการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ด้วยงาน 57 งานที่ครอบคลุมสาขาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์พื้นฐาน วิทยาการคอมพิวเตอร์ และกฎหมาย นอกจากนี้ Qwen-7B ยังได้รับคะแนนสูงสุดในบรรดาโมเดลที่มีพารามิเตอร์เทียบเท่ากันในลีดเดอร์บอร์ดของ C-Eval ซึ่งเป็นชุดการประเมินภาษาจีนที่ครบถ้วนสำหรับโมเดลพื้นฐานต่าง ๆ ชุดการประเมินนี้ครอบคลุม 52 วิชาในสี่สาขาวิชาเฉพาะ ได้แก่ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ STEM และอื่น ๆ Qwen-7B ยังมีประสิทธิภาพโดดเด่นในการวัดเกณฑ์มาตรฐานทางคณิตศาสตร์และการสร้างโค้ด เช่น GSM8K และ HumanEval อีกด้วย

โมเดล Qwen-7B ของอาลีบาบา คลาวด์ มีประสิทธิภาพโดดเด่นในการวัดมาตรฐานหลากหลายเกณฑ์
โมเดล Qwen-7B ของอาลีบาบา คลาวด์ มีประสิทธิภาพโดดเด่นในการวัดมาตรฐานหลากหลายเกณฑ์

เมื่อเดือนกรกฎาคม อาลีบาบา คลาวด์ได้เปิดตัว Tongyi Wanxiang ซึ่งเป็นการสร้างภาพด้วย AI ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์ภาพให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เปิดตัว ModelScopeGPT เฟรมเวิร์กที่มีความสามารถรอบตัวและออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ใช้งานบรรลุเป้าหมายการทำงานด้าน AI ที่ซับซ้อนและเฉพาะทาง ทั้งโดเมนภาษา วิชั่น และคำพูด ด้วยการใช้ประโยชน์จากโมเดลด้าน AI หลากหลายที่อยู่บน ModelScope ทั้งนี้ อาลีบาบา คลาวด์ ได้เปิดตัว ModelScope เมื่อปีที่ผ่านมา ModelScope เป็นคอมมิวนิตี้โมเดลด้าน AI ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ปัจจุบันประกอบด้วยโมเดล AI มากกว่า 1,000 โมเดล ที่สถาบันด้าน AI ชั้นนำ 20 แห่ง ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ

กรุณาดูรายละเอียดของ Gwen-7B และ Gwen-7B-Chat ได้ที่ ModelScope, Hugging Face และ GitHub

Alibaba Group Releases 2023 Environmental, Social and Governance (ESG) Report

อาลีบาบา กรุ๊ป เผยแพร่รายงาน ESG ประจำปี 2566

Alibaba Group Releases 2023 Environmental, Social and Governance (ESG) Report

Alibaba Group just released the latest Environmental, Social and Governance (ESG) Report that lays out its progress on the ESG front in the 12 months ending March 31, 2023. 

In this report, Alibaba revealed its efforts in reducing its own carbon footprint and slashing carbon intensity along its value chain leveraging technology and through increased use of clean energy. Alibaba also disclosed its Scope 3+ decarbonization progress since it pioneered the concept for a wider pledge of carbon emission reduction from its digital ecosystem and implemented it for the first year.

Alibaba Group Chairman and CEO Daniel Zhang shared in the report, “Over the past year, we have worked to deliver high-quality achievement of our established carbon neutrality goals.” 

“By transitioning to renewable energy, encouraging technological innovation and building a participant ecosystem, we achieved our goal of ‘double reduction’, where we reduced carbon emissions from our own operations and carbon intensity across our value chain,” he added.  

Below are the highlights for your reference. 

On sustainability: 

  • In FY2023 (April 2022 to March 2023), the net emissions from Alibaba’s own operations (Scope 1 & 2) were 4.681 million metric tons of carbon dioxide equivalent (MtCO2e), with a decrease of 12.9% year over year(YoY). 
  • Alibaba’s own operations reduced emissions by 1.419 million MtCO2e in FY2023, with an increase of 128.9% YoY; Meanwhile, Alibaba’s value chain carbon intensity was 8.7 MtCO2e/million RMB revenue, a YoY decrease of 5.7%.
  • In FY2023, Alibaba reduced 22.907 million MtCO2e of emissions in total throughout its ecosystem (Scope 3+).
  • The proportion of clean energy used in the total energy consumption in the self-built data centers of Alibaba Cloud, Alibaba’s digital technology and intelligence backbone, rose from 21.6% in FY2022 to 53.9% in FY2023
  • Alibaba Cloud’s data centers achieved a decrease of power usage effectiveness (PUE) from 1.247 in FY2022 to 1.215 in FY2023.
  • Alibaba Cloud helped clients reduce 6.863 million MtCO2e of emissions in FY2023 by switching from the traditional mode of locally deployed data centers and servers to cloud solutions. 
  • As of March, 2023, Energy Expert, an AI-driven sustainability platform launched by Alibaba Cloud, has helped 2,580 enterprises worldwide to monitor, analyze and optimize their carbon footprint, facilitating businesses to take informed actions towards their sustainability goals.
  • In FY2023, Alibaba’s logistics arm Cainiao cut down packaging materials by 184,000 tons by promoting shipments with used packages and original boxes.
  • Alibaba’s carbon ledger platform has seen a total number of 187 million users participating in carbon emission reduction activities in FY2023. 

Other highlights in the report: 

  • As of March, 2023, Alibaba’s self-developed AI-enabled screening tool for Alzheimer’s disease has served 118,746 seniors. 
  • As of March, 2023, Alibaba launched “Cloud for Youth” program in 102 schools serving over 60,000 teachers and students.
  • As of March, 2023, Amap’s wheelchair accessible navigation feature has been used over 900,000 times.
  • In FY2023, Taobao and Tmall APPs served over 320,000 visually impaired users.
  • As of March, 2023, Cainiao has enhanced rural logistics efficiency and built over 1,460 county-level smart logistics centers, along with nearly 50,000 posts in villages and towns in China.  
  • As of March, 2023, 14,002 local doctors received trainings from learning platform co-created by Alibaba Philanthropy and Alibaba Health. 

For more information about the 2023 ESG Report, please check out the story from Alizila. 

อาลีบาบา กรุ๊ป เผยแพร่รายงาน ESG ประจำปี 2566

อาลีบาบา กรุ๊ป เผยแพร่รายงาน ESG ประจำปี 2566

อาลีบาบา กรุ๊ป เผยแพร่รายงาน ESG ประจำปี 2566

อาลีบาบา กรุ๊ป เผยแพร่รายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ฉบับล่าสุด ซึ่งเผยให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้าน ESG ของบริษัทฯ ในระยะเวลา 12 เดือน (เมษายน 2565 – มีนาคม 2566)

รายงานฉบับนี้ อาลีบาบาได้เปิดเผยให้เห็นถึงความพยายามในการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของบริษัทฯ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ ตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างมาก ด้วยการใช้เทคโนโลยีและการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น อาลีบาบา ยังได้เผยความคืบหน้าในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของบริษัทฯ ใน Scope 3+ นับตั้งแต่บริษัทฯ ได้เริ่มแนวคิดคำมั่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากระบบนิเวศดิจิทัลของบริษัทฯ และได้ดำเนินการในปีแรก

นายแดเนียล จาง ประธานและซีอีโอของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวไว้ในรายงานฉบับนี้ว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา เราได้ทำงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จที่มีคุณภาพสูง ตามที่เราได้ตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนไว้”

นายแดเนียบกล่าวเพิ่มเติมว่า “การเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และการสร้างระบบนิเวศที่ทุกคนมีส่วนร่วม ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมาย ‘double reduction’ จากการที่เราสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากกระบวนการดำเนินงานของเราเอง และลดความเข้มข้นของคาร์บอนในทุกการดำเนินงานของเรา”

ไฮไลต์จากรายงานมีดังต่อไปนี้

ไฮไลต์ด้านความยั่งยืน

  • ในปีงบประมาณ 2566 ของอาลีบาบา (เมษายน 2565 ถึงมีนาคม 2566) การปล่อยก๊าซสุทธิจากการดำเนินงานของอาลีบาบา (Scope 1 & 2) อยู่ที่ 681 ล้านเมตริกตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e) ลดลง 12.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY)
  • การดำเนินงานของอาลีบาบาเองมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนลดลง 419 ล้าน MtCO2e ในปีงบประมาณ 2566 ทั้งนี้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) การลดลงของการปล่อยก๊าซคาร์บอนนี้เพิ่มขึ้น 128.9% ในขณะที่ความเข้มข้นของคาร์บอนในการดำเนินงานของอาลีบาบาอยู่ที่ 8.7 MtCO2e/รายรับหนึ่งล้านหยวน ลดลง 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY)
  • ในปีงบประมาณ 2566 อาลีบาบาลดการปล่อยก๊าซที่เกิดจากระบบนิเวศทั้งหมดของบริษัท (Scope 3+) ลงได้ 907 ล้าน MtCO2e
  • สัดส่วนของการใช้พลังงานสะอาดจากการใช้พลังงานทั้งหมดในดาต้าเซ็นเตอร์ของอาลีบาบา คลาวด์ ซึ่งเป็นธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป เพิ่มขึ้นจาก 6% ในปีงบประมาณ 2565 เป็น 53.9% ในปีงบประมาณ 2566
  • ดาต้าเซ็นเตอร์ของอาลีบาบาคลาวด์ บรรลุผลสำเร็จในการลดค่า PUE จาก 247 ในปีงบประมาณ 2565 เป็น 1.215 ในปีงบประมาณ 2566
  • อาลีบาบา คลาวด์ ช่วยให้ลูกค้าลดการปล่อยก๊าซ 863 ล้าน MtCO2e ในปีงบประมาณ 2566 ด้วยการเปลี่ยนจากการใช้ดาต้าเซ็นเตอร์และเซิร์ฟเวอร์แบบดั้งเดิมที่ติดตั้งในองค์กรไปใช้งานโซลูชันคลาวด์
  • ในเดือนมีนาคม 2566 อาลีบาบา คลาวด์ เปิดตัว Energy Expert แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยองค์กร 2,580 แห่งทั่วโลกให้ติดตามตรวจสอบ วิเคราะห์คาร์บอนฟุตพริ้นต์และปรับให้เหมาะสม ช่วยให้ธุรกิจใช้ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อนในการดำเนินการด้านต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน
  • ในปีงบประมาณ 2566 Cainiao ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ของอาลีบาบาได้ลดการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ลงได้ 184,000 ตัน ด้วยการส่งเสริมให้จัดส่งสิ่งของด้วยการใช้หีบห่อที่ใช้แล้ว และกล่องเดิม
  • แพลตฟอร์มแยกประเภทคาร์บอนของอาลีบาบา พบว่ามีผู้ใช้จำนวน 187 ล้านรายเข้าร่วมในกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในปีงบประมาณ 2566 

ไฮไลต์ด้านอื่น ๆ จากรายงาน

  • ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2566: มีการนำเครื่องมือคัดกรองโรคอัลไซเมอร์ที่ใช้ AI ซึ่งอาลีบาบาพัฒนาขึ้นเองไปให้บริการผู้สูงอายุแล้ว 118,746 คน
  • ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2566: อาลีบาบาเปิดตัวโปรแกรม “Cloud for Youth” ในโรงเรียน 102 แห่ง ให้บริการกับครูและนักเรียนมากกว่า 60,000 คน
  • ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2566: มีการใช้งานฟีเจอร์การนำทางรถเข็นวีลแชร์ของ Amap มากกว่า 900,000 ครั้ง
  • ในปีงบประมาณ 2566: มีการนำแอปพลิเคชัน Taobao และ Tmall ไปให้บริการผู้บกพร่องทางการมองเห็นมากกว่า 320,000 ราย
  • ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2566: Cainiao ได้ขยายประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ในชนบท และสร้างศูนย์โลจิสติกส์อัจฉริยะระดับเขต (county-level) มากกว่า 1,460 แห่ง พร้อมศูนย์รับส่งเกือบ 50,000 แห่งในหมู่บ้านและเมืองต่าง ๆ ในประเทศจีน
  • ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2566: แพทย์ท้องถิ่น 14,002 คนได้รับการอบรมจากแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่สร้างร่วมกันโดย Alibaba Philanthropy และ Alibaba Health

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 2023 ESG Report ได้ที่ https://www.alizila.com/alibaba-slashes-carbon-footprint-by-13-through-emission-saving-efforts/