ใช้พลังของ AI อย่าง Open

ใช้พลังของ AI อย่าง Open

ใช้พลังของ AI อย่าง Open

Ashesh Badani
บทความโดย นายอาเชช บาดานี รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ เร้ดแฮท

หนึ่งในเทคโนโลยีที่โดดเด่นน่าสนใจที่สุดและได้รับการกล่าวถึงในทุกวงการไม่เฉพาะวงการไอทีในขณะนี้และยังจะได้รับความสนใจต่อเนื่อง คือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ลักษณะของ AI ที่มีแง่มุมหลากหลาย และความสลับซับซ้อนของกรณีใช้งานที่มีศักยภาพและได้รับการพิสูจน์แล้ว เป็นเหตุผลว่าทำไม AI จึงเป็นหัวข้อสำคัญของการสนทนาในเวลานี้ และทำไมองค์กรต่าง ๆ ไม่อาจมองข้าม AI หากต้องการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้า แม้ว่าจะยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ AI เมื่อไร ใช้อย่างไรหรือจะเริ่มต้นใช้ตรงจุดไหนก็ตาม

ถึงเวลาของ AI, AI ทุกแห่งหน

เราทราบดีว่าการทำซ้ำขั้นตอนกระบวนการรุ่นต่อไปของเทคโนโลยีจำนวนนับไม่ถ้วน จะอิงอยู่กับ AI ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของแชทบอทต่าง ๆ ยานพาหนะที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ การตรวจจับการหลอกลวงทางการเงิน หรือการวินิจฉัยผู้ป่วยแบบเร่งด่วน และเพื่อให้อยู่รอดและก้าวล้ำหน้าในสภาพเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในปัจจุบัน ผู้นำทางธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการนำ AI ไปใช้ในเชิงกลยุทธ์ ใช้ในลักษณะเป็นองค์รวม และในเวลาที่เหมาะสมทันสถานการณ์ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และทีมทำงานด้านไอทีสามารถร่วมกันใช้ AI กับทุกภาคส่วนขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ระบุว่า “AI มีศักยภาพในการมอบคุณค่าสำคัญให้กับองค์กรด้วยการเพิ่มประสิทธิผล ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น และสร้างโอกาสใหม่ ๆ เพื่อการเติบโตและด้านนวัตกรรม[1] แม้ว่าองค์บางแห่งยังเลือกที่จะใช้ AI ในสโคปที่จำกัดและยังไม่ได้ใช้ AI กับงานทางธุรกิจมากกว่าหนึ่งฟังก์ชัน[2]ก็ตาม”

องค์กรต่าง ๆ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพโดย

  • ทำให้แนวคิดกรณีใช้งาน AI เข้าสู่กระบวนการผลิต ด้วยการนำทีมต่าง ๆ เช่น นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักพัฒนาซอฟต์แวร์และฝ่ายปฏิบัติการด้านไอที รวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ มาทำงานร่วมกัน
  • ใช้เครื่องมือและกระบวนการต่าง ๆ ที่มีอยู่ ซึ่งช่วยให้ทีมงานขององค์กรสามารถผลักดันให้เกิดความคล่องตัวและประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยเร่งการนำแอปพลิเคชัน AI ไปใช้ในการผลิต
  • ได้มาตรฐานความปลอดภัย ตรงตามกฎระเบียบ ข้อกำหนดและการกำกับดูแล เหมือนกับที่ทำกับแอปพลิเคชันทางธุรกิจอื่น ๆ

หากปราศจากแผนปฏิบัติงานเชิงรุกที่ครอบคลุมว่าจะใช้ AI กับทุกส่วนของธุรกิจอย่างไร องค์กรมักประสบปัญหาในการปรับตัวให้ทันความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้า

AI กับ Red Hat

การผสานลักษณะการทำงานร่วมกันของโอเพ่นซอร์สเข้ากับพลังของ AI ส่งให้เร้ดแฮทช่วยองค์กรต่าง ๆ แก้ปัญหาที่ทุกแห่งในโลกเผชิญได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเร็วมากกว่าที่หลายคนคิดว่าจะเป็นไปได้ก่อนที่จะมี AI เกิดขึ้น เร้ดแฮทไม่เพียงแต่มองเห็นพลังที่ AI สามารถนำมาให้องค์กรในปัจจุบัน แต่ยังรวมถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ ที่ AI จะนำมาให้ในอนาคตด้วย

เร้ดแฮทให้ความสำคัญกับศักยภาพของ AI ดังนี้

  • บูรณาการเทคโนโลยีโอเพ่นเซอร์สต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อทำให้กรณีใช้งานเป็นจริง
    • เร้ดแฮทเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมอยู่ที่โอเพ่นซอร์สคอมมิวนิตี้ และ AI ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความเชื่อนี้เป็นเรื่องจริง เร้ดแฮทมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับโอเพ่นซอร์สคอมมิวนิตี้ต่าง ๆ เช่น Kubeflow, KServe, CodeFlare และ Ray รวมถึงโมเดลโอเพ่นซอร์สจากบริษัทต่าง ๆ เช่น Hugging Face ผสานกับแนวทางที่คำนึงถึงต้นทางของนวัตกรรมของเร้ดแฮท ช่วยให้เร้ดแฮทคอนทริบิ้วได้อย่างเปิดกว้างและโปร่งใส เพื่อก่อให้เกิดนวัตกรรมปลายทางที่ส่งผลให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจร่วมกับพันธมิตรของเรา
  • เร่ง time to value
    • เร้ดแฮทนำนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลและนักพัฒนาซอฟต์แวร์มาทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างแอปพลิเคชันที่เป็น AI ได้เร็วขึ้น และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น ด้วยการช่วยเปลี่ยนสมมติฐานต่าง ๆ ให้เป็นการพัฒนาโมเดล ต่อเนื่องเป็นการนำไปใช้งานและการวัดผล ในขณะเดียวกันก็ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพและการทำงานร่วมกันของทีมงานทั้งหมด
    • กระบวนการที่ใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบดั้งเดิม และกระบวนการที่ใช้สำหรับการพัฒนาโมเดลมีความคล้ายคลึงกันหลายประการ และเมื่อโมเดลและแอปพลิเคชันต่าง ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง, Red Hat OpenShift AI และ Red Hat OpenShift จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานทั้งด้าน MLOps (Machine Learning Model Operationalization Management) และ DevSecOps สามารถทำซ้ำได้อย่างรวดเร็วผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างรั้วกั้น (guardrails) ที่เหมาะสม เพื่อควบคุมและป้องกันการใช้งานในแนวทางที่ถูกต้อง ดังนั้นการทำให้กระบวนการต่าง ๆ ที่กล่าวมาเป็นอัตโนมัติและคล่องตัว จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้มากขึ้น
  • ใช้แอปพลิเคชัน AI ได้ทุกที่
    • เร้ดแฮทช่วยให้องค์กรสร้าง ใช้ บริหารจัดการ และดำเนินงานแอปพลิเคชัน AI บนคลาวด์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นพับลิคหรือไพรเวท รวมถึงในระบบที่ติดตั้งอยู่ภายในองค์กร หรือแม้แต่การใช้จำนวนมากที่เอดจ์ และเมื่อผนวกกับความสามารถด้านความปลอดภัยที่รัดกุมขึ้น เร้ดแฮทสามารถมอบความสามารถในการใช้แพลตฟอร์มคอมพิวติ้งที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกันได้มากขึ้นให้กับลูกค้า ความยืดหยุ่นนี้ทำให้เร้ดแฮทช่วยองค์กรที่กังวลด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล กังวลกับความสามารถของข้อมูลที่จะนำแอปพลิเคชัน บริการ และข้อมูลอื่น ๆ มาสัมพันธ์กันตามปริมาณข้อมูลนั้น (แรงโน้มถ่วงของข้อมูล: data gravity) หรือกังวลด้านสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของข้อมูลของตน (data sovereignty) ด้วยการย้ายโมเดล AI ต่าง ๆ ไปวางไว้ใกล้แหล่งที่มาของข้อมูลให้มากขึ้น เป็นการช่วยองค์กรสร้างและใช้โมเดล AI ได้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่จำกัดการเคลื่อนย้ายข้อมูล
    • บางครั้งองค์กรจำเป็นต้องใช้ data gravity และ Red Hat OpenShift ช่วยให้องค์กรทำเช่นนั้นได้ โดย Red Hat OpenShift และ Red Hat OpenShift AI ช่วยให้องค์กรสามารถเทรนด์บนคลาวด์และนำโมเดลกลับมาใช้ในไพรเวทดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรได้ หากองค์กรต้องการ GPUs จำนวนมากเพื่อให้ใช้เวลาเทรนด์สั้นลล องค์กรก็สามารถเช่าใช้ได้บนคลาวด์
  • เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    • เร้ดแฮทมอบแพลตฟอร์มที่จำเป็นเพื่อการพัฒนาและใช้ AI ได้อย่างรวดเร็วในวงกว้าง และผสานรวม AI ไว้ในแพลตฟอร์มที่เร้ดแฮทมีอยู่ เพื่อเพิ่มผลิตผลและประสิทธิภาพให้กับทีมปฏิบัติการและทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ ช่วยให้ทีมเหล่านี้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรที่ต้องการสร้างนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็วในเวลาที่ต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ เช่น ขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถด้านนี้ ตัวอย่างเช่น Red Hat Ansible Lightspeed with IBM watsonx Code Assistant ใช้ generative AI เพื่อสร้าง Ansible code ที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของเร้ดแฮท เชื่อถือได้ และช่วยลดช่องว่างด้านทักษะไอทีอัตโนมัติ
    • สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่องค์กรจำเป็นต้องพิจารณาคือความสามารถในการสเกลได้อย่างเหมาะสมหลังจากผสานรวม AI เข้ากับผลิตภัณฑ์ขององค์กรแล้ว ซึ่ง Red Hat Openshift AI ตอบโจทย์นี้ ด้วยการช่วยให้องค์กรเพิ่มจำนวนการทำซ้ำ (replicas) ได้มากขึ้น หรือแม้แต่การใช้ multiple replicas โมเดลหนึ่งไปยังหลายคลัสเตอร์บนมัลติคลาวด์

โซลูชัน AI ของเร้ดแฮทที่พร้อมใช้งานในระดับองค์กรนี้ สร้างขึ้นด้วยความโปร่งใสและมีคุณสมบัติยอดเยี่ยม เร้ดแฮทนำพลังของ AI ที่เปิดกว้าง ใช้งานได้จริงให้กับลูกค้าเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้กับธุรกิจทุกส่วน

[1] Gartner®: Research Roundup: Realizing Value From Artificial Intelligence (AI), Rita Sallam, Leinar Ramos, Radu Miclaus, Anthony Mullen, 17 August 2023

[2] McKinsey: The state of AI in 2023: Generative AI’s breakout year, 2023

Alibaba Cloud Joins Hands with Chulalongkorn University to Launches Innovative Skills Center to Empower Next-Gen Digital Talents

อาลีบาบา คลาวด์ ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวศูนย์พัฒนาทักษะนวัตกรรม (Innovative Skills Center) เพื่อเสริมศักยภาพความสามารถพิเศษด้านดิจิทัลให้กับบุคคลรุ่นถัดไป

Alibaba Cloud Joins Hands with Chulalongkorn University to Launches Innovative Skills Center to Empower Next-Gen Digital Talents

  • Alibaba Cloud Academy Skills Center Debuts GenAI Courses to Prepare Local Talents for Cutting-edge Technologies
  • Chulalongkorn University Enhances Live-Streaming and Online Teaching Experiences with Alibaba Cloud’s Media Solutions

Alibaba Cloud, the digital technology and intelligence backbone of Alibaba Group, has partnered with the Office of Academic Resources of Chulalongkorn University to open the first worldwide Alibaba Cloud Academy Skills Center to cultivate a new generation of digital talents in Thailand through training programs and community initiatives. Additionally, Chulalongkorn University has leveraged Alibaba Cloud’s media solutions for university events livestreaming and online teaching for enhanced efficiency and convenience.

The new skills center, based on campus, is a cornerstone of Alibaba Cloud’s local talent nurturing initiatives, offering students of Chulalongkorn University and the general public access to free training courses, bootcamps with certifications, AI competition opportunities, and leadership development programs. The themes of the training courses cover a wide spectrum of cutting-edge technologies leading with Generative AI. A series of cloud computing theme courses will follow including elastic computing and big data analytics.

Apart from the talent’s empowerment program, Chulalongkorn University is the first educational institution in Thailand to deploy Alibaba Cloud’s media solutions for its cloud transformation. While traditional livestreaming methods entail hefty broadcast hardware investment and setup, Alibaba Cloud offers cloud-based solutions including ApsaraVideo Live and Object Storage Service (OSS) to support its Office of Academic Resources with stream management, production studio, online recording and editing, which enables the delivery of high-definition, seamless live audio and video services. This evolution in media technology offers an enhanced user experience with minimal latency during large-scale events such as the university’s virtual open house event with tens of thousands of viewers, online teaching and sessions.

“The launch of Alibaba Cloud Academy Skills Center is a transformative milestone for Chulalongkorn University, offering cutting-edge digital technologies learnings to equip our students and community with skills for tomorrow’s challenges,” shared Associate Professor Dr. Amorn Petsom, Director of Office of Academic Resources, Chulalongkorn University, “Moveover, we are glad to implement Alibaba Cloud’s media solutions to start our cloud transformation journey, which propel us to the forefront of digital innovation, delivering unparalleled educational experiences and setting a new standard of academic excellence.”

“At Alibaba Cloud, we are passionate about fostering innovation through collaboration. We are very excited to unveil our first skills center with Chulalongkorn University in Thailand as the start of a series with top universities worldwide,” Selina Yuan, President of International Business, Alibaba Cloud, said, “ Working alongside Chulalongkorn University, a beacon of academic excellence in Thailand, we are eager to see how the skills center and live streaming technology can enhance the learning experience, expand research capabilities, and facilitate knowledge exchange on a global scale.”

The center will feature dedicated training space at 4th Floor of Office of Academic Resources, Chulalongkorn University. Beyond skills development, the center will also act as a strategic recruitment platform offering full-time job and internship opportunities, reflecting Alibaba Cloud’s commitment to nurturing local talents and reinforcing its regional operational strength.

Alibaba Cloud is dedicated to fostering the growth of digital talent in Thailand by providing free cloud-computing resources, training, and financial assistance to students, educators, and researchers through the previously launched Academic Empowerment Program (AAEP). This initiative aligns with Thailand 4.0, the country’s 20-year plan to encourage digital innovation and sustainable technologies. Thousands of individuals have been benefited from the program within the local community.

อาลีบาบา คลาวด์ ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวศูนย์พัฒนาทักษะนวัตกรรม (Innovative Skills Center) เพื่อเสริมศักยภาพความสามารถพิเศษด้านดิจิทัลให้กับบุคคลรุ่นถัดไป

อาลีบาบา คลาวด์ ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวศูนย์พัฒนาทักษะนวัตกรรม (Innovative Skills Center) เพื่อเสริมศักยภาพความสามารถพิเศษด้านดิจิทัลให้กับบุคคลรุ่นถัดไป

อาลีบาบา คลาวด์ ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวศูนย์พัฒนาทักษะนวัตกรรม (Innovative Skills Center) เพื่อเสริมศักยภาพความสามารถพิเศษด้านดิจิทัลให้กับบุคคลรุ่นถัดไป

  • Alibaba Cloud Academy Skills Center แห่งนี้เปิดตัวด้วยหลักสูตร GenAI เพื่อเตรียมคนเก่งของไทยให้พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัยต่าง ๆ 
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกระดับความเชี่ยวชาญด้านการสอนออนไลน์และไลฟ์สตรีมมิ่งด้วยโซลูชันด้านมีเดียประสิทธิภาพสูงจากอาลีบาบา คลาวด์

อาลีบาบา คลาวด์ – ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป – ได้ประกาศความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการเปิด Alibaba Cloud Academy Skills Center ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมของอาลีบาบา คลาวด์ แห่งแรกในโลก โดยมีเป้าหมายในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้มีความสามารถรุ่นใหม่ในประเทศไทยผ่านโครงการอบรมและโครงการริเริ่มในชุมชน นอกจากนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้นำเทคโนโลยีมีเดียโซลูชันของอาลีบาบา คลาวด์มาใช้ในการไลฟ์สตรีมมิ่งงานกิจกรรมต่าง ๆ และการสอนออนไลน์ เพื่อเสริมความสามารถในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย

ศูนย์เสริมทักษะนวัตกรรมของอาลีบาบา คลาวด์ ตั้งอยู่ ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นก้าวสำคัญในขับเคลื่อนโครงการบ่มเพาะผู้มีความสามารถในประเทศไทย ที่นี่เปิดโอกาสให้นิสิตจุฬาฯ และประชาชนทั่วไป เข้าถึงหลักสูตรอบรมที่หลากหลายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการเข้าร่วมค่ายบูทแคมป์ที่ได้รับการรับรองด้วยประกาศนียบัตร นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน AI และโครงการพัฒนาทักษะผู้นำ

แต่ละหลักสูตรการอบรมมีหัวข้อที่หลากหลาย ครอบคลุมเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยเริ่มจาก Generative AI และตามด้วยหลักสูตรด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งรวมถึงการประมวลผลแบบยืดหยุ่น (elastic computing) และการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า

ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นในการเสริมสร้างศักยภาพให้กับบุคลากรที่มีความสามารถ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีมีเดียโซลูชันของอาลีบาบา คลาวด์ มาใช้เพื่อสนับสนุนการก้าวเข้าสู่ระบบคลาวด์ของมหาวิทยาลัย เดิมทีการไลฟ์สตรีมมิ่งนั้นต้องใช้เงินลงทุนเรื่องอุปกรณ์และการติดตั้งจำนวนมาก แต่อาลีบาบา คลาวด์ มีโซลูชันที่ทำงานบนคลาวด์ เช่น ApsaraVideo Live และ Object Storage Service (OSS) เพื่ออำนวยความสะดวกการทำงานของสำนักงาน ฯ เช่น การจัดการสตรีม, การจัดการงานผลิตสื่อ งานบันทึกและแก้ไขออนไลน์ ช่วยให้บริการด้านเสียงและการถ่ายทอดสดมีความคมชัดสูงและไม่สะดุด ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านมีเดียนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น งานเปิดบ้านแบบเวอร์ชวลหรือการสอนออนไลน์และการประชุมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความรวดเร็วและความหน่วงน้อยที่สุด ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นในระหว่างเข้าร่วมกิจกรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.อมร เพชรสม, ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดตัว Alibaba Cloud Academy Skills Center โดยกล่าวว่า “นี่เป็นก้าวที่สำคัญของจุฬาฯ ในการเปลี่ยนแปลง มุ่งเน้นการมอบโอกาสการเรียนรู้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้กับนิสิตและประชาคมจุฬาฯ เพื่อให้นิสิตมีเครื่องมือที่จำเป็นในการเสริมสร้างทักษะ และตอบโจทย์ความท้าทายในอนาคต นอกจากนี้ เรายังรู้สึกยินดีที่ได้นำโซลูชันด้านมีเดียของอาลีบาบา คลาวด์มาใช้ เพื่อเริ่มการทรานส์ฟอร์มสู่ระบบคลาวด์ ซึ่งจะช่วยด้านนวัตกรรมดิจิทัลของจุฬาฯ มอบประสบการณ์การศึกษาที่เหนือกว่า และสร้างมาตรฐานใหม่ในการเป็นเลิศทางวิชาการ”

คุณเซลิน่า หยวน ประธานด้านธุรกิจระหว่างประเทศของอาลีบาบา คลาวด์, กล่าวว่า “อาลีบาบา คลาวด์ มุ่งมั่นส่งเสริมนวัตกรรมผ่านการทำงานร่วมกัน เราตื่นเต้นมากที่ได้เปิดศูนย์ทักษะนวัตกรรมแห่งแรกของเราที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำมาซึ่งความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นทั่วโลก การทำงานร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศทางวิชาการในประเทศไทย นับเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น เราหวังว่าศูนย์เสริมทักษะออฟไลน์และเทคโนโลยีไลฟ์สตรีมมิ่งแห่งแรกของเราจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้  ขยายขีดความสามารถด้านการวิจัย  และเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ในระดับสากล”

ศูนย์ Alibaba Cloud Academy Skills Center มีพื้นที่ฝึกอบรมเฉพาะที่ตั้งอยู่ชั้น 4 ของสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากงานฝึกอบรมแล้ว ศูนย์นี้ยังมีบทบาทเสมือนแพลตฟอร์มสำหรับการสรรหาบุคลากรเชิงกลยุทธ์ โดยมีการนำเสนอโอกาสในการทำงานประจำและโอกาสฝึกงานในด้านต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอาลีบาบา คลาวด์ในการพัฒนาและบ่มเพาะผู้มีความสามารถในท้องถิ่น พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในระดับภูมิภาค

อาลีบาบา คลาวด์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้มีความสามารถในประเทศไทย โดยสนับสนุนบริการด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง และจัดอบรมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นิสิต อาจารย์ และนักวิจัย ผ่านโครงการ Academic Empowerment Program (AAEP) ที่เปิดตัวไปแล้ว โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 และแผนพัฒนา 20 ปีของประเทศที่เน้นการส่งเสริมนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสำหรับความยั่งยืน และมีนิสิตนักศึกษาหลายพันคนจากหลากหลายประเทศได้รับประโยชน์จากโครงการนี้

PropertyGuru CEO and MD, Hari V. Krishnan appointed to INSEAD’s Board of Directors

“แฮร์รี่ วี. คริชนัน” CEO และ MD พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD

PropertyGuru CEO and MD, Hari V. Krishnan appointed to INSEAD’s Board of Directors

PropertyGuru Group Limited (NYSE: PGRU) (“PropertyGuru” or “the Group”), Southeast Asia’s leading[1], property technology (“PropTech”) company, is pleased to share that Hari V. Krishnan, Chief Executive Officer and Managing Director, PropertyGuru Group, has been appointed to the Board of Directors of INSEAD effective December 1, 2023.

Hari Krishnan, an esteemed INSEAD alum and a prominent figure in the technology and digital sectors, has been appointed to the Board of Directors of INSEAD, the Business School for the World. As a 2005 MBA program graduate, Hari has maintained a strong connection with INSEAD, making substantial contributions to its community. With over two decades of leadership experience in various technology and digital organizations across Asia and the US, Hari is well-positioned to further INSEAD’s mission to bring together people, culture, and ideas to shape responsible leaders. His aim is to utilize the school’s expansive global network and its diverse culture to drive digital innovation in multiple sectors.

An engaged member of the INSEAD community, Hari has significantly influenced future leaders, as demonstrated by his commencement address to the EMBA 2018-19 cohort and the welcome speech to the MBA 19J batch in 2018 and 2019. His participation in crucial conversations, like the “Role of Allyship in Advancing Gender Equality & Inclusive Leadership” by the INSEAD Gender Initiative, underscores his commitment to inclusive leadership and addressing key societal issues. His appointment to the Board is a testament to his dedication and the value he brings to the INSEAD community.

“I am delighted to welcome Hari Krishnan to the INSEAD Board of Directors. His exemplary leadership in the technology and digital sectors, coupled with his unwavering commitment to the INSEAD community, positions him as a valuable contributor to our Board. Dean Francisco Veloso and I look forward to benefiting from his vision and expertise,’’ said Andreas Jacobs, Chair of the INSEAD Board of Directors.

 Speaking on the appointment, Hari V. Krishnan, Chief Executive Officer, and Managing Director, said “It is an honour to be appointed to the Board of Directors of an institution that has played a pivotal role in my personal and professional development. I am privileged to have this opportunity to give back to INSEAD and to be a part of its future development. I look forward to working closely with the Board to advance INSEAD as a business school for a better world.”

As PropertyGuru’s CEO, MD and Board member for eight years now, Hari has been instrumental in shaping the property industry in Southeast Asia, enabling individuals and businesses to make informed property decisions. Hari leads a dynamic team of over 1,600 Gurus and has been pivotal in realising the Group’s vision – ‘We power communities to live, work and thrive in tomorrow’s cities.’

Hari’s extensive experience in scaling diverse businesses, ranging from venture-backed startups to publicly traded companies, including leading PropertyGuru’s successful listing on the New York Stock Exchange in March 2022, demonstrates his expertise as a technologist, digital transformation strategist, and Board Director.

Prior to PropertyGuru, Hari significantly contributed to the expansion of major corporations like Cisco, Yahoo, and LinkedIn in Asia Pacific. He is an active investor and advisor for several fast-growing startups and has also been a part of Singapore’s Future Economy Council Modern Services Sub-committee, advising the government on real estate industry transformation and skills development.

In addition to his corporate roles, Hari advises and works with some of the leading education institutions in the world. He serves on University of Colorado’s College of Engineering Advisory Council to the Dean and has adjudicated the MIT Tech Review’s TR35 Asia, spotlighting outstanding young Asian entrepreneurs.

“แฮร์รี่ วี. คริชนัน” CEO และ MD พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD

“แฮร์รี่ วี. คริชนัน” CEO และ MD พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD

“แฮร์รี่ วี. คริชนัน” CEO และ MD พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD

พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป จำกัด (หรือชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก NYSE คือ PGRU) (จากนี้จะเรียกว่า “พร็อพเพอร์ตี้กูรู” หรือ “กรุ๊ป”) บริษัทเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (“PropTech”)1 และเป็นบริษัทแม่ของ 2 แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย ประกอบด้วย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของไทย และ thinkofliving.com เว็บไซต์รีวิวโครงการอสังหาฯ ชั้นนำของไทย มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า นายแฮร์รี่ วี. คริชนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566

นายแฮร์รี่ คริชนัน เป็นศิษย์เก่าที่ได้รับการยกย่องจากสถาบัน INSEAD และเป็นบุคคลสำคัญในภาคธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัล ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหารของ INSEAD ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจสำหรับโลก แฮร์รี่ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ INSEAD ในฐานะศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) ในปี 2548 โดยมีส่วนช่วยเหลือชุมชนและสังคมเป็นอย่างมาก ด้วยประสบการณ์การเป็นผู้นำในองค์กรเทคโนโลยีและดิจิทัลต่าง ๆ ทั่วเอเชียและสหรัฐอเมริกามากว่าสองทศวรรษ แฮร์รี่จะสานต่อภารกิจของ INSEAD ในการนำพาผู้คน วัฒนธรรม และแนวคิดเพื่อกำหนดรูปแบบผู้นำที่มีความรับผิดชอบ เป้าหมายของเขาคือการใช้เครือข่ายทั่วโลกของสถาบันและวัฒนธรรมที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ 

แฮร์รี่เป็นสมาชิกของชุมชน INSEAD และมีอิทธิพลอย่างสูงต่อผู้นำในอนาคต ดังที่เห็นได้จากปาฐกถาแรกของเขาต่อกลุ่ม EMBA 2018-19 และสุนทรพจน์ต้อนรับหลักสูตร MBA 19J ในปี 2561 และ 2562 การมีส่วนร่วมของเขาในการเจรจาที่สำคัญ เช่น “บทบาทของพันธมิตรในการขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศและภาวะผู้นำแบบครอบคลุม” โดย INSEAD Gender Initiative ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเขาในการเป็นผู้นำที่มีส่วนร่วมและจัดการกับประเด็นสำคัญทางสังคม การแต่งตั้งเขาเป็นคณะกรรมการจึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเทและคุณค่าที่เขามอบให้กับชุมชน INSEAD

แอนเดรียส จาคอบส์ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบัน INSEAD กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับคุณแฮร์รี่ คริชนันเข้าสู่คณะกรรมการบริหารของสถาบัน INSEAD ความเป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่างของเขาในภาคเทคโนโลยีและดิจิทัล ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่มีต่อชุมชน INSEAD ทำให้เขาเป็นผู้สนับสนุนอันทรงคุณค่าของคณะกรรมการของเรา คณบดีฟรานซิสโก เวโลโซ และผมหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากวิสัยทัศน์และความเชี่ยวชาญของเขา” 

นายแฮร์รี่ วี. คริชนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวในโอกาสได้รับการแต่งตั้งว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหารของสถาบันที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาตนเองและวิชาชีพของผมเอง และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสตอบแทน INSEAD และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในอนาคต ผมหวังว่าจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการเพื่อพัฒนา INSEAD ในฐานะสถาบันการศึกษาธุรกิจเพื่อโลกที่ดียิ่งขึ้น”

ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะกรรมการของพร็อพเพอร์ตี้กูรูมาเป็นเวลา 8 ปี แฮร์รี่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคและธุรกิจต่าง ๆ สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ด้วยข้อมูลที่รอบด้าน แฮร์รี่เป็นผู้นำทีมที่ทรงพลังโดยมีกูรูมากกว่า 1,600 คน และมีบทบาทสำคัญในการบรรลุวิสัยทัศน์ของกรุ๊ปที่ว่า “เราขับเคลื่อนชุมชนให้ใช้ชีวิต ทำงาน และเจริญเติบโตในเมืองแห่งวันพรุ่งนี้”

ประสบการณ์อย่างยาวนานของแฮร์รี่ในการขยายธุรกิจตั้งแต่สตาร์ตอัปที่ได้รับการสนับสนุนจากกิจการร่วมค้าไปจนถึงบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงความสำเร็จในการนำพร็อพเพอร์ตี้กูรูเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กในเดือนมีนาคม 2565 แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของเขาในฐานะนักเทคโนโลยี นักยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และคณะกรรมการบริหาร

ก่อนร่วมงานกับพร็อพเพอร์ตี้กูรู แฮร์รี่มีส่วนสำคัญในการขยายธุรกิจของบริษัทใหญ่ เช่น Cisco, Yahoo และ LinkedIn ในเอเชียแปซิฟิก เขาเป็นนักลงทุนและที่ปรึกษาให้กับบริษัทสตาร์ตอัปที่เติบโตอย่างรวดเร็วหลายแห่ง และยังเป็นสมาชิกของคณะอนุกรรมการบริการสมัยใหม่ของสภาเศรษฐกิจในอนาคตแห่งสิงคโปร์ (Singapore’s Future Economy Council Modern Services Sub-committee) โดยให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาทักษะ

นอกเหนือจากบทบาทในองค์กร แฮร์รี่ยังให้คำแนะนำและทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำอื่น ๆ ของโลกอีกด้วย เขาดำรงตำแหน่งในสภาที่ปรึกษาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโดให้กับคณบดี และร่วมตัดสินรางวัล TR35 Asia ของ MIT Tech Review โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการชาวเอเชียรุ่นใหม่ที่มีความโดดเด่น