เร้ดแฮทปล่อย Red Hat AI Inference Server ปลดล็อก นำ Generative AI ใช้กับ Model และ Accelerator ใดก็ได้ บน Hybrid Cloud ทุกแห่ง

เร้ดแฮทปล่อย Red Hat AI Inference Server ปลดล็อก นำ Generative AI ใช้กับ Model และ Accelerator ใดก็ได้ บน Hybrid Cloud ทุกแห่ง

เร้ดแฮทปล่อย Red Hat AI Inference Server ปลดล็อก นำ Generative AI ใช้กับ Model และ Accelerator ใดก็ได้ บน Hybrid Cloud ทุกแห่ง

Red Hat AI Inference Server ขับเคลื่อนโดย vLLM เพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีของ Neural Magic มอบการอนุมาน AI ที่เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพสูง และคุ้มค่าใช้จ่าย ทำงานได้กับทุกไฮบริดคลาวด์

เร้ดแฮท ผู้ให้บริการโซลูชันโอเพ่นซอร์สชั้นนำของโลก ประกาศเปิดตัว Red Hat AI Inference Server ก้าวสำคัญที่จะทำให้ generative AI (gen AI) กลายเป็นเทคโนโลยีที่ใครก็ใช้ได้บนไฮบริดคลาวด์ทุกแห่ง โซลูชันใหม่นี้นำเสนออยู่ใน Red Hat AI เป็นเซิร์ฟเวอร์อนุมานระดับองค์กรที่เกิดจากโปรเจกต์จาก vLLM community อันทรงพลัง และเร้ดแฮทเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการผสานรวมเข้ากับเทคโนโลยี Neural Magic ทำให้มีความเร็วมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ accelerator และคุ้มค่าใช้จ่าย เป็นการตอบวิสัยทัศน์ของเร้ดแฮทในการมอบการใช้งานโมเดล gen AI ใด ๆ บน AI accelerator ใด ๆ ก็ได้ บนทุกสภาพแวดล้อมคลาวด์ แพลตฟอร์มที่ล้ำหน้านี้ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ใช้และสเกล gen AI สู่การทำงานเป็นรูปธรรมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะใช้งานแบบสแตนด์อโลน หรือผสานเป็นส่วนประกอบของ Red Hat Enterprise Linux AI (RHEL AI) และ Red Hat OpenShift AI ก็ตาม

การอนุมานเป็นเครื่องมือทำงานที่สำคัญของ AI โดยโมเดลที่ผ่านการเทรนล่วงหน้าจะแปลงข้อมูลให้เป็นการใช้งานในสถานการณ์จริง ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ ที่ต้องการการตอบสนองอย่างฉับไวและแม่นยำ การที่โมเดล gen AI ทั้งหลายขยายตัวอย่างรวดเร็วตามขนาดการใช้งานจริงและมีความซับซ้อน ทำให้การอนุมาน (inference) อาจกลายเป็นคอขวดที่เป็นอุปสรรคสำคัญ สิ้นเปลืองทรัพยากรฮาร์ดแวร์ และเป็นเหตุให้การตอบสนองไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น เซิร์ฟเวอร์การอนุมานที่มีประสิทธิภาพแข็งแกร่งไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยปลดล็อกให้ได้ใช้ศักยภาพที่แท้จริงของ AI ในวงกว้าง และการใช้งานที่ง่ายขึ้นอย่างมากจะช่วยขจัดความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ได้

เร้ดแฮทเจาะจงจัดการความท้าทายเหล่านี้ด้วย Red Hat AI Inference Server ซึ่งเป็นโซลูชันการอนุมานแบบโอเพ่นที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพที่สูง มีเครื่องมือบีบอัดและเพิ่มประสิทธิภาพโมเดลที่มีประสิทธิภาพชั้นนำติดตั้งมาพร้อม นวัตกรรมนี้ช่วยเสริมให้องค์กรใช้สมรรถนะของ gen AI ได้อย่างเต็มที่ด้วยการมอบประสบการณ์การตอบสนองที่ดีขึ้นอย่างมากให้กับผู้ใช้ และผู้ใช้มีอิสระในการเลือกใช้ AI accelerators เลือกใช้โมเดลและสภาพแวดล้อมไอทีได้ตามต้องการ

vLLM: การขยายนวัตกรรมด้านการอนุมาน

Red Hat AI Inference Server สร้างจากโปรเจกต์ vLLM ชั้นนำในวงการที่เริ่มต้นพัฒนาโดย University of California, Berkeley เมื่อกลางปี พ.ศ. 2566 โปรเจกต์ของคอมมิวนิตี้นี้ มอบการอนุมาน gen AI ที่มีปริมาณงานในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ที่สูง (high-throughput gen AI inference) รองรับอินพุตขนาดใหญ่, multi-GPU model acceleration, การแบทช์ต่อเนื่อง และอื่น ๆ อีกมาก

vLLM สนับสนุนการใช้งานในวงกว้างกับโมเดลต่าง ๆ ที่เปิดเป็นสาธารณะ ควบคู่กับการบูรณาการเข้ากับโมเดลชั้นนำต่าง ๆ ตั้งแต่ day zero ซึ่งรวมถึง DeepSeek, Gemma, Llama, Llama Nemotron, Mistral, Phi และอื่น ๆ รวมถึงโมเดลการใช้เหตุผลระดับองค์กรแบบเปิด เช่น Llama Nemotron นับได้ว่าเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและใช้กันโดยทั่วไปสำหรับนวัตกรรมการอนุมาน AI ในอนาคต การที่ผู้ให้บริการโมเดลระดับแนวหน้าต่างใช้ vLLM มากขึ้น ทำให้ vLLM มีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของ gen AI

การเปิดตัว Red Hat AI Inference Server

Red Hat AI Inference Server มัดรวมนวัตกรรมชั้นนำของ vLLM และหลอมรวมเข้ากับความสามารถระดับองค์กรของ Red Hat AI Inference Server มีให้บริการทั้งแบบสแตนด์อโลนในรูปแบบคอนเทนเนอร์ หรือ ให้บริการเป็นส่วนหนึ่งของ RHEL AI และ Red Hat OpenShift AI

Red Hat AI Inference Server มอบการกระจาย vLLM ที่แข็งแกร่ง และใช้ได้กับสภาพแวดล้อมการใช้งานทุกแบบให้แก่ผู้ใช้ ซึ่งมาพร้อมด้วย:

  • Intelligent LLM compression tools เพื่อลดขนาดของโครงสร้างพื้นฐาน และปรับแต่งโมเดล AI อย่างละเอียด ลดการใช้การประมวลผลให้เหลือน้อยที่สุด ในขณะที่ยังคงรักษาและเพิ่มความแม่นยำของโมเดลได้
  • พื้นที่เก็บข้อมูลโมเดลที่ปรับให้เหมาะสม ซึ่งโฮสต์อยู่ใน Red Hat AI organization บน Hugging Face ช่วยให้เข้าถึงคอลเลกชันของโมเดล AI ชั้นนำที่ได้รับการตรวจสอบและปรับให้เหมาะสม และพร้อมสำหรับใช้ในการอนุมานได้ทันที ซึ่งช่วยเร่งประสิทธิภาพความเร็วได้ 2-4 เท่า โดยไม่กระทบต่อความแม่นยำของโมเดล
  • การสนับสนุนระดับองค์กรของเร้ดแฮท และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมหลายทศวรรษในการนำโปรเจกต์ต่าง ๆ จากคอมมิวนิตี้มาสู่การผลิตใช้งานจริง
  • การสนับสนุนจากบุคคลภายนอก (third-party) เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้ Red Hat AI Inference Server ได้บน non-Red Hat Linux และ แพลตฟอร์ม Kubernetes ต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสนับสนุน third-party ของเร้ดแฮท

วิสัยทัศน์ของเร้ดแฮท: โมเดลใดก็ได้, accelerator ใดก็ได้, คลาวด์ใดก็ได้

อนาคตของ AI ต้องถูกกำหนดโดยโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด และไม่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นไซโล เร้ดแฮทมองเห็นแนวทางที่องค์กรต่าง ๆ จะสามารถใช้โมเดลใดก็ได้ กับ accelerator ใดก็ได้ บนคลาวด์ใด ๆ ก็ได้ และมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอให้กับผู้ใช้งานด้วยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม องค์กรต่างต้องการแพลตฟอร์มการอนุมานที่เป็นสากล เป็นมาตรฐานให้กับนวัตกรรม AI ประสิทธิภาพสูงได้อย่างไม่ติดขัด ทั้งในวันนี้และอีกหลาย ๆ ปีที่จะตามมา เพื่อปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงจากการลงทุนด้าน gen AI

เร้ดแฮทพร้อมที่จะวางฐานรากสถาปัตยกรรมเพื่อเป็นฐานอนาคตของการอนุมาน AI เช่นเดียวกับการที่บริษัทฯ เคยบุกเบิกองค์กรแบบเปิดด้วยการทรานส์ฟอร์ม Linux ให้เป็นฐานของไอทียุคใหม่ ศักยภาพของ vLLM เป็นสิ่งสำคัญต่อการอนุมาน gen AI ที่เป็นมาตรฐาน เร้ดแฮทมุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศที่ครบครันให้กับไม่เพียง vLLM community เท่านั้น แต่ยังรวมถึง llm-d สำหรับการอนุมานแบบกระจาย (distributed inference) อีกด้วย ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโมเดล AI, underlying accelerator หรือสภาพแวดล้อมการใช้งานจะเป็นเช่นไร เร้ดแฮทตั้งใจทำให้ vLLM เป็นมาตรฐานเปิดที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการอนุมานบนไฮบริดคลาวด์

คำกล่าวสนับสนุน

Joe Fernandes, vice president and general manager, AI Business Unit, Red Hat

“การอนุมานเป็นการบอกว่าได้มีการใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงจาก gen AI  โดยการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้จะได้รับการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำจากโมเดลที่กำหนด แต่จะต้องได้รับการส่งมอบให้ใช้ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าใช้จ่าย วัตถุประสงค์ของ Red Hat AI Inference Server คือการตอบสนองความต้องการด้านการอนุมานที่มีประสิทธิภาพสูงและมีปฏิสัมพันธ์ได้ตามต้องการ ในขณะเดียวกัน ก็รักษาความต้องการใช้ทรัพยากรให้อยู่ในระดับต่ำ จัดให้มีเลเยอร์การอนุมานทั่วไปที่รองรับโมเดลใดก็ได้ รันบน accelerator ใดก็ได้ บนทุกสภาพแวดล้อม”

Ramine Roane, corporate vice president, AI Product Management, AMD

“ความร่วมมือกับเร้ดแฮทช่วยให้ AMD นำเสนอโซลูชันล้ำสมัยเพื่อขับเคลื่อนให้องค์กรใช้ generative AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Red Hat AI Inference Server ที่ใช้ขุมพลังกราฟิกการ์ด AMD Instinct™ ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ มีขีดความสามารถในการอนุมานด้าน AI ที่ขับเคลื่อนโดยคอมมิวนิตี้ระดับองค์กร ซึ่งได้รับการสนับสนุนเบื้องหลังด้วย hardware accelerators ที่ผ่านการตรวจสอบอย่างครบถ้วน”

Jeremy Foster, senior vice president and general manager, Cisco

“AI workloads ต้องการความเร็ว ความสม่ำเสมอ และความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ Red Hat AI Inference Server มี นวัตกรรมนี้เปิดแนวทางความร่วมมือใหม่ ๆ ระหว่างซิสโก้และเร้ดแฮท เพื่อทำให้การใช้ AI เข้าถึงได้มากขึ้น มีประสิทธิภาพและปรับขนาดได้ ซึ่งเป็นการช่วยให้องค์กรเตรียมพร้อมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

Bill Pearson, vice president, Data Center & AI Software Solutions and Ecosystem, Intel

“อินเทลรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับเร้ดแฮท เพื่อใช้ Red Hat AI Inference Server กับ Intel® Gaudi® accelerators การบูรณาการนี้จะช่วยให้ลูกค้าของเรามีโซลูชันที่ได้รับการปรับให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปรับขนาดการอนุมาน AI และมอบสมรรถนะและประสิทธิภาพล้ำหน้าให้กับแอปพลิเคชัน AI ระดับองค์กรในวงกว้าง”

John Fanelli, vice president, Enterprise Software, NVIDIA

“การอนุมานประสิทธิภาพสูงไม่เพียงแต่ช่วยให้โมเดลและ AI agents ต่าง ๆ สามารถตอบคำถามได้เท่านั้น แต่ยังสามารถให้หรือใช้เหตุผลและปรับตัวได้แบบเรียลไทม์ โดย NVIDIA accelerated computing และ Red Hat AI Inference Server แบบฟูลสแตก (full-stack) และเป็นแบบเปิด จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถเรียกใช้งานการทำงานเชิงให้เหตุผลบนไฮบริดคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในวงกว้างและปรับใช้ได้อย่างมั่นใจ โดยใช้ Red Hat Inference Server กับการออกแบบที่ผ่านการตรวจสอบใหม่ของ NVIDIA Enterprise AI”

พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป เปิดตัวรายงานความยั่งยืนประจำปี 2567 สะท้อนความก้าวหน้าในการลดการปล่อยคาร์บอน ส่งเสริมการประกาศขาย-เช่าที่อยู่อาศัยแบบครอบคลุม และเพิ่มทางเลือกในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป เปิดตัวรายงานความยั่งยืนประจำปี 2567 สะท้อนความก้าวหน้าในการลดการปล่อยคาร์บอน ส่งเสริมการประกาศขาย-เช่าที่อยู่อาศัยแบบครอบคลุม และเพิ่มทางเลือกในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป เปิดตัวรายงานความยั่งยืนประจำปี 2567 สะท้อนความก้าวหน้าในการลดการปล่อยคาร์บอน ส่งเสริมการประกาศขาย-เช่าที่อยู่อาศัยแบบครอบคลุม และเพิ่มทางเลือกในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

  • พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป เดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง โดยบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับการดำเนินงานโดยตรง
  • จากผลการสำรวจโดยดีดีพร็อพเพอร์ตี้พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 90% มีความสนใจที่จะซื้อที่อยู่อาศัยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน และกว่า 93% ยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับที่อยู่อาศัยเหล่านั้น
  • เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคด้านที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน เราได้มีการเปิดตัวฟีเจอร์ ‘เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ หรือ ‘Sustainable Living’ ในการค้นหาที่อยู่อาศัยบนเว็บไซต์ DDproperty.com

บริษัท พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป จำกัด (จากนี้จะเรียกแทนว่า “กลุ่มบริษัท” หรือ “พร็อพเพอร์ตี้กูรู”) ผู้นำด้านเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (“PropTech”) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ‘ดีดีพร็อพเพอร์ตี้’ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ได้เผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2567 ภายใต้กลยุทธ์ ‘Gurus For Good’ ตอกย้ำพันธกิจในการมีส่วนร่วมสร้างเมืองที่ครอบคลุมและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในเขตเมือง 

รายงานฉบับนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงการที่พร็อพเพอร์ตี้กูรูใช้ประโยชน์จากข้อมูล, เครื่องมือดิจิทัลและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อผลักดันให้ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะเมื่อมีการคาดการณ์ว่าเกือบ 63% ของประชากรทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะอาศัยอยู่ในเขตเมืองภายในปี 2593

ด้วยจำนวนผู้ค้นหาอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 32 ล้านรายต่อเดือน และตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้งานอยู่กว่า 50,000 รายในสิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนาม และไทย กลุ่มบริษัทได้นำเสนอโซลูชันนวัตกรรมและข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเร่งด่วนของตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยตรง ซึ่งไฮไลต์ของรายงานความยั่งยืนประจำปี 2567 คือการเปิดตัวฟีเจอร์ ‘Everyone Welcome’ สำหรับอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าในประเทศสิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมทางเลือกในการอยู่อาศัยแบบครอบคลุมและรองรับความต้องการของคนทุกกลุ่ม (Inclusive Living) รวมถึงการเลือกใช้เครื่องมือที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ ‘Green Score’ สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยบนแพลตฟอร์ม PropertyGuru Singapore, การเปิดตัวฟีเจอร์ ‘เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ หรือ ‘Sustainable Living’ ในแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสของไทย DDproperty.com และฟีเจอร์ ‘Everyone Welcome’ ในแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสของมาเลเซีย PropertyGuru Malaysia

“ความต้องการที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนและรองรับคนทุกกลุ่มกำลังเพิ่มสูงขึ้น และที่พร็อพเพอร์ตี้กูรู เรากำลังตอบสนองด้วยโซลูชันที่นำไปปฏิบัติได้จริง” Cécile Corda หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนของพร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป กล่าว

“เราได้มีการจัดเตรียมเครื่องมือให้กับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกวิถีชีวิตที่ยั่งยืนได้อย่างมีข้อมูล เรากำลังช่วยเพิ่มการรับรู้ ส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวก และสนับสนุนการสร้างเมืองที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งท้ายที่สุดจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายในตลาดที่อยู่อาศัย”

ในรายงานฉบับนี้ยังเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าในการเดินหน้ายกระดับการลดการปล่อยคาร์บอนของกลุ่มบริษัทฯ และความมุ่งมั่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

จากเป้าหมายสู่การปฏิบัติด้านความยั่งยืน

ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นหัวใจหลักขององค์กรในการพยายามผลักดันความยั่งยืน หลังจากที่ได้จัดทำข้อมูลฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) แล้ว กลุ่มบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นไปที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ประเภทที่ 2 ซึ่งพร็อพเพอร์ตี้กูรูสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero) สำหรับการดำเนินการโดยตรงของบริษัทผ่านการจัดซื้อพลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้ยังได้ปรับเปลี่ยนมาใช้โซลูชันคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานมากยิ่งขึ้น โดยตระหนักว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของบริษัทมีส่วนสำคัญต่อการใช้พลังงาน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ช่วยลดรอยเท้าคาร์บอน (Carbon footprint) ของแพลตฟอร์มต่าง ๆ และสนับสนุนความก้าวหน้าในการลดการปล่อยคาร์บอนขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

มอบเครื่องมือให้ผู้ค้นหาที่อยู่อาศัยเพื่อการตัดสินใจที่ยั่งยืน

จากผลสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคในปี 2567 โดยดีดีพร็อพเพอร์ตี้ พบว่า ความต้องการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย 90% ของผู้บริโภคชาวไทยแสดงความสนใจในการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน และ 93% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อคุณสมบัติดังกล่าว

ในฐานะผู้นำในการผนวกความยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทฯ ได้เปิดตัวฟีเจอร์ ‘เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ หรือ ‘Sustainable Living’ บนเว็บไซต์ DDproperty.com ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา เพื่อให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยที่มีคุณสมบัติรักษ์โลก เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยฟีเจอร์นี้รองรับทั้งอสังหาริมทรัพย์แบบซื้อและแบบเช่า สามารถเข้าใช้งานได้ไม่ยาก เพียงเข้าไปที่หน้าประกาศซื้อหรือประกาศเช่า ใต้ช่องการค้นหาด้านบนจะมีตัวเลือกคุณสมบัติที่ต้องการ และฟีเจอร์ ‘เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ หรือ ‘Sustainable Living’ เป็นหนึ่งในตัวเลือกดังกล่าว 

และพร็อพเพอร์ตี้กูรูได้มีการเปิดตัวฟีเจอร์ Green Score ในปี 2564 เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานชาวสิงคโปร์สามารถระบุที่อยู่อาศัยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนได้ง่ายขึ้น จากผลสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคในสิงคโปร์ปี 2567 พบว่า 63% ของผู้มองหาที่อยู่อาศัยไว้วางใจ Green Score ในฐานะตัวชี้วัดของทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นอกจากโซลูชันเหล่านี้แล้วพร็อพเพอร์ตี้กูรูยังได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven insights) รวมถึงการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและข้อมูลประวัติภัยพิบัติ เพื่อช่วยให้ผู้ที่อาจจะมีผลกระทบในวงการอสังหาริมทรัพย์รับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและเตรียมพร้อมอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน

“การเปิดตัวฟีเจอร์ ‘เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ หรือ ‘Sustainable Living’ ของเรา คือการพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการช่วยสร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับประเทศไทย” นายวิทยา อภิรักษ์วิริยะ ผู้จัดการทั่วไป Think of Living และ ตลาดมาร์เก็ตเพลสประเทศไทย (ฝั่งดีเวลลอปเปอร์) ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าว “เรากำลังมอบข้อมูลเชิงลึกที่ผู้ค้นหาที่อยู่อาศัยต้องการ โดยเน้นคุณสมบัติด้านความยั่งยืน เช่น แผงโซลาร์เซลล์และจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย มีข้อมูลในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยที่มีความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง นี่คือการสร้างตลาดที่การใช้ชีวิตอย่างใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องปกติ และทุกการตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์มีส่วนช่วยให้ประเทศไทยมีความยืดหยุ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนและที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุม

ในปี 2567 ทีม Gurus For Good ประจำประเทศไทยได้บริจาคเงินจำนวน 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ให้กับมูลนิธิ Fight 4 the Future เพื่อช่วยซ่อมแซมพื้นที่ออกกำลังกายในโรงฝึกศิลปะการต่อสู้สำหรับเด็ก ๆ นอกจากนี้ กลุ่มอาสาสมัครกูรูชาวไทยยังได้ใช้เวลาร่วมฝึกซ้อมกับเด็ก ๆ พร้อมทั้งแจกเสื้อยืด กล่องข้าว และคัพเค้กธีมเทศกาลฮาโลวีน อีกทั้งยังมอบของเล่น เสื้อผ้า และกระเป๋าให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นใคร ทุกคนควรมีที่อยู่อาศัยที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นบ้าน แต่ความไม่เท่าเทียมยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้มองหาที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอสังหาฯ สำหรับเช่า โดยหนึ่งในสี่ของผู้คนในสิงคโปร์เคยประสบกับการถูกเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติระหว่างการค้นหาที่อยู่อาศัย แม้ว่าสังคมที่หลากหลายทางวัฒนธรรมจะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ทัศนคติที่ไม่รู้ตัวและอคติยังคงส่งผลต่อโอกาสในการเช่าที่อยู่อาศัย

พร็อพเพอร์ตี้กูรูได้เปิดตัวฟีเจอร์ ‘Everyone Welcome’ บนแพลตฟอร์มในสิงคโปร์เมื่อเดือนธันวาคม 2567 โดยเป็นป้ายกำกับสำหรับประกาศเช่าที่เจ้าของบ้านเปิดรับผู้เช่าทุกเชื้อชาติ, เพศ, ศาสนา และรสนิยมทางเพศ 

โครงการริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์ในการหาที่อยู่อาศัยที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์และเจ้าของบ้านยอมรับในความหลากหลายและแนวทางที่ครอบคลุม ปัจจุบันหนึ่งในสี่ของประกาศเช่าทั้งหมดบนพร็อพเพอร์ตี้กูรู สิงคโปร์ มีการติดป้ายกำกับ ‘Everyone Welcome’ ช่วยให้ผู้มองหาบ้านสามารถค้นหาที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อความหลากหลายได้ง่ายยิ่งขึ้น ฟีเจอร์ ‘Everyone Welcome’ นี้ยังได้เปิดตัวในแพลตฟอร์มพร็อพเพอร์ตี้กูรู มาเลเซียในเดือนเมษายน 2568 อีกด้วย

นี่เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของกลุ่มบริษัทฯ ในการสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นธรรม โดยนอกเหนือจากการเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าว กลุ่มบริษัทฯ ยังได้กำหนดแนวทางการลงประกาศอย่างครอบคลุม ใช้เครื่องมือตรวจสอบภาษาที่อาจสื่อถึงการเลือกปฏิบัติในระบบ และเปิดช่องทางให้ผู้ใช้งานสามารถรายงานพฤติกรรมที่เข้าข่ายการเลือกปฏิบัติได้โดยตรง

จากความพยายามร่วมกันในหลายด้าน พร็อพเพอร์ตี้กูรูมุ่งมั่นที่จะลดอุปสรรคและสร้างเส้นทางการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถค้นหาบ้านที่ตอบโจทย์และรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับอย่างเท่าเทียม

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง – 

Nutanix Announces Cloud Native AOS to Extend the Enterprise Value of its Data Platform to Kubernetes Anywhere

Nutanix เปิดตัว Cloud Native AOS ขยายการใช้งาน Data Platform ขององค์กรไปยัง Kubernetes ใดก็ได้

Nutanix Announces Cloud Native AOS to Extend the Enterprise Value of its Data Platform toKubernetes Anywhere

New solution enables developers to simply build truly portable cloud-native applications with mission-critical data resiliency anywhere

.NEXT Conference – Nutanix (NASDAQ: NTNX), a leader in hybrid multicloud computing, announced the Cloud Native AOS solution, which extends Nutanix enterprise storage and advanced data services to hyperscaler Kubernetes® services and cloud-native bare-metal environments – without requiring a hypervisor.

As data becomes more distributed, users seek a consistent way to protect, replicate, and restore data across Kubernetes infrastructure in data centers, bare-metal edge locations and cloud-native hyperscalers. What’s been missing is a common data platform that can run across bare-metal, virtualized, and containerized infrastructure.

Cloud Native AOS completes this puzzle with storage and data services that can run directly on cloud-native infrastructure anywhere, in the cloud or on bare metal. By eliminating the need for a hypervisor, this new solution allows users to consolidate storage management across the distributed hybrid cloud.

This new solution simplifies day two intelligent operations for Kubernetes applications and their data – anywhere. Cloud Native AOS extends Nutanix’s proven and resilient AOS software  – the backbone of its platform for data, Platform-as-a-Service, and AI – to stateful, native Kubernetes clusters in the cloud and bare-metal environments.

“Nutanix has built a complete platform for enterprise-grade infrastructure with advanced data services in virtualized data centers,” said Thomas Cornely, SVP, Product Management at Nutanix. “Now we are extending the reach of our platform to users of cloud-native infrastructure on Kubernetes service in public clouds and on bare metal, delivering enterprise resiliency, day 2 operations, and security.”

Key benefits include:

  • Ready-to-Use Resilience for Any Application – Cloud Native AOS provides resilience for Kubernetes infrastructure by protecting containerized applications and their data with integrated disaster recovery between availability zones, clouds and on-premises.
  • Cloud-Native Mobility – Customers can build and deploy cloud-native applications with seamless migration of applications and data optimally located across sites, including the ability to move applications back to on-premises containerized environments.
  • Integrated Data Management – The solution empowers developers to use Kubernetes APIs to automate and provide self-service control over all aspects of data management for their applications.

“Networld is focused on container application runtime platforms. By utilizing Cloud Native AOS, not only can we enhance application portability and enable data storage across cloud availability zones and regions, but it also facilitates data migration and disaster recovery, including on-premises environments,” said Issei Tsuruzono, Corporate Officer and Head of Technology Division of Networld. “We expect this product to be groundbreaking for containerized applications. In addition, we are also planning to provide support to our partners in Japan.”

“Participating in the Early Access Program for Cloud Native AOS has been a great experience for us,” said Manfred Pichlbauer, IT Consultant at Bacher Systems.” Cloud Native AOS platform sets a new standard for speed, scalability, and reliability and is designed for the most demanding workloads. It empowers organizations to move faster, store smarter, and scale effortlessly—unlocking new levels of performance without compromise.”

Cloud Native AOS is currently in early access on Amazon EKS and will be generally available this Summer. Early access for on-premises containerized environments on bare-metal servers is expected to be available by the end of this calendar year.

For more technical information on Cloud Native AOS, see the technical blog.

Nutanix เปิดตัว Cloud Native AOS ขยายการใช้งาน Data Platform ขององค์กรไปยัง Kubernetes ใดก็ได้

Nutanix เปิดตัว Cloud Native AOS ขยายการใช้งาน Data Platform ขององค์กรไปยัง Kubernetes ใดก็ได้

Nutanix เปิดตัว Cloud Native AOSขยายการใช้งาน Data Platform ขององค์กรไปยัง Kubernetes ใดก็ได้

โซลูชันใหม่นี้ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สร้าง cloud-native applications ที่เคลื่อนย้ายได้อย่างแท้จริงได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมความแข็งแกร่งของข้อมูลที่สำคัญต่อการทำงาน ไม่ว่าจะอยู่บนสภาพแวดล้อมใดก็ตาม

ณ งาน .NEXT Conference ซึ่งเป็นงานประจำปีของนูทานิคซ์ (NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านไฮบริดมัลติคลาวด์คอมพิวติ้ง นูทานิคซ์ประกาศเปิดตัวโซลูชัน Cloud Native AOS ซึ่งเป็นการขยายบริการด้านสตอเรจสำหรับองค์กรและบริการด้านข้อมูลที่ล้ำสมัยของนูทานิคซ์ ไปยังบริการ Kubernetes® ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ และ ขยายไปยังสภาพแวดล้อม cloud-native bare-metal โดยไม่ต้องพึ่งพาไฮเปอร์ไวเซอร์

การที่ข้อมูลมีการกระจายมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานต่างมองหาวิธีการที่สอดคล้องกันเพื่อใช้ปกป้อง ทำสำเนาข้อมูล และกู้คืนข้อมูลบนโครงสร้างพื้นฐาน Kubernetes ได้ ทั้งที่อยู่ในศูนย์ข้อมูล, bare-metal edge และไฮเปอร์สเกลบนคลาวด์ต่าง ๆ แต่สิ่งที่ขาดหายไป คือ แพลตฟอร์มข้อมูล (data platform) ที่ควรจะใช้ร่วมกันได้ไม่ว่าจะทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็น bare-metal, virtualized หรือ containerized ก็ตาม

Cloud Native AOS ช่วยต่อจิ๊กซอร์ที่ขาดหายไปนี้ให้สมบูรณ์ ด้วยบริการสตอเรจและข้อมูลที่สามารถทำงานตรงไปยังโครงสร้างพื้นฐาน cloud-native ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่บนคลาวด์หรือบน bare-metal โซลูชันใหม่นี้ช่วยให้ผู้ใช้รวมศูนย์การบริหารจัดการสตอเรจของ distributed hybrid cloud ไว้ด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฮเปอร์ไวเซอร์

โซลูชันใหม่ช่วยให้การจัดการและบำรุงรักษาระบบอย่างชาญฉลาด (day two intelligent operations) ให้กับแอปพลิเคชัน Kubernetes และข้อมูลของแอปพลิเคชันเหล่านั้นทำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะใช้งานอยู่ที่ใดก็ตาม Cloud Native AOS ขยายการใช้ซอฟต์แวร์ AOS ที่แข็งแกร่งและได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้วของนูทานิคซ์ ซึ่งเป็นแกนหลักของแพลตฟอร์มสำหรับข้อมูล, Platform-as-a-Service และ AI ขยายไปยังคลัสเตอร์ stateful, native Kubernetes ต่าง ๆ บนสภาพแวดล้อมคลาวด์ และ bare-metal

นายโทมัส คอร์เนลลี รองประธานอาวุโส ฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ นูทานิคซ์ กล่าวว่า “นูทานิคซ์ได้สร้างแพลตฟอร์มครบวงจรที่รองรับโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กร ด้วยบริการข้อมูลขั้นสูงต่าง ๆ ในศูนย์ข้อมูลแบบเวอร์ชวลมาแล้ว และขณะนี้เรากำลังขยายให้ผู้ใช้โครงสร้างพื้นฐาน cloud-native บนบริการ Kubernetes ที่อยู่บนพับลิคคลาวด์ต่าง ๆ และ bare metal สามารถเข้าใช้แพลตฟอร์มของเราได้ ซึ่งเป็นการมอบความแข็งแกร่ง, การจัดการและบำรุงรักษาระบบ (day 2 operations) รวมถึงความปลอดภัยให้กับองค์กร”

คุณประโยชน์สำคัญรวมถึง

  • ความแข็งแกร่งที่พร้อมใช้กับแอปพลิเคชันใดก็ได้ – Cloud Native AOS ช่วยให้โครงสร้างพื้นฐาน Kubernetes มีความแข็งแกร่งรัดกุมด้วยการปกป้อง containerized applications และข้อมูลของแอปฯ นั้น ๆ ด้วยความสามารถในการกู้คืนระบบที่ผสานรวมระหว่าง availability zones, คลาวด์ และ ระบบภายในองค์กร (on-premises)
  • คลาวด์-เนทีฟ โมบิลิตี้ – ลูกค้าสามารถสร้างและใช้ cloud-native applications ด้วยการโยกย้ายแอปพลิเคชันและข้อมูลให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดทั่วทั้งไซต์ได้อย่างราบรื่น ซึ่งรวมถึงความสามารถในการย้ายแอปพลิเคชันกลับไปยังสภาพแวดล้อมคอนเทนเนอร์ที่อยู่ใน on-premises
  • การจัดการข้อมูลแบบบูรณาการ – โซลูชันนี้ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้ Kubernetes APIs เพื่อให้การทำงานเป็นไปโดยอัตโนมัติ และมอบความสามารถในการควบคุมทุกแง่มุมของการจัดการข้อมูลที่ใช้กับแอปพลิเคชันของตนได้แบบ self-service

นายอิสเซ่ ซูรุโซโน เจ้าหน้าที่องค์กรและหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ Networld กล่าวว่า “Networld ให้ความสำคัญกับ container application runtime platforms ต่าง ๆ  การใช้ Cloud Native AOS ไม่เพียงช่วยให้เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนย้ายแอปพลิเคชันและสามารถจัดการการจัดเก็บข้อมูลบน cloud availability zone และ region ต่าง ๆ ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถโยกย้ายข้อมูลและกู้คืนระบบได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน on-premises เราคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นแนวทางใหม่ให้กับ containerized applications ต่าง ๆ นอกจากนี้ เรายังวางแผนที่จะให้การสนับสนุนนี้แก่พันธมิตรในประเทศญี่ปุ่นของเราด้วย”

นายมานเฟรด พิชล์บาวเออร์ ที่ปรึกษาด้านไอทีของ Bacher Systems กล่าวว่า “เราได้รับประสบการณ์ยอดเยี่ยมจากการเข้าร่วมโปรแกรม Early Access ของ Cloud Native AOS  แพลตฟอร์ม Cloud Native AOS ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ด้านความเร็ว ความสามารถในการปรับขนาด และความเชื่อถือได้ ทั้งยังได้ออกแบบมาเพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่รับงานค่อนข้างหนัก ช่วยให้องค์กรเดินหน้าได้เร็วขึ้น จัดเก็บข้อมูลได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น และปรับขนาดการทำงานได้อย่างง่ายดาย เป็นการปลดล็อกสู่การได้รับประสิทธิภาพระดับใหม่ที่สูงขึ้น”

Cloud Native AOS ปัจจุบันอยู่ในช่วง early access บน Amazon EKS และจะเปิดให้ใช้งานทั่วไป (general available) ในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้ และคาดว่าการเข้าใช้แบบ early access กับสภาพแวดล้อม on-premises containerized บน bare-metal servers จะพร้อมใช้ภายในสิ้นปีนี้

ศึกษาข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับ Cloud Native AOS ได้ที่ technical blog

ส่องโอกาสทองคนซื้อบ้านปี 68 วางแผนเลือกบ้านใหม่อย่างไรให้คุ้มค่า

ส่องโอกาสทองคนซื้อบ้านปี 68 วางแผนเลือกบ้านใหม่อย่างไรให้คุ้มค่า

ส่องโอกาสทองคนซื้อบ้านปี 68 วางแผนเลือกบ้านใหม่อย่างไรให้คุ้มค่า

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการปรับตัวทั้งในฝั่งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ แม้จะมีความท้าทายแต่ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างน่าสนใจ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.DDproperty.com ในเดือนเมษายน 2568 สะท้อนเทรนด์ความต้องการซื้อและเช่าที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคชาวไทย พบว่า จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 7% จากเดือนก่อนหน้า (MoM) และเพิ่มขึ้นถึง 25% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้ว่าจะเพิ่งผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาและเกิดแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ในไทยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ พบว่าความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมลดลง 14% MoM เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารสูงเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว ส่งผลให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบได้รับอานิสงส์ โดยความต้องการซื้อบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 8% MoM และทาวน์โฮมเพิ่มขึ้น 6% MoM 

ทั้งนี้ ความต้องการซื้อส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 46% แต่ระดับราคาที่มีความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ ระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% MoM

ขณะที่ความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 23% MoM โดยเพิ่มขึ้นทุกรูปแบบที่อยู่อาศัย ทาวน์โฮมเพิ่มขึ้นมากที่สุด 31% MoM ตามมาด้วยคอนโดฯ เพิ่มขึ้น 23% MoM และบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้น 11% MoM 

ส่วนระดับค่าเช่าส่วนใหญ่อยู่ที่ 10,000-20,000 บาท/เดือน มีสัดส่วน 36% โดยระดับค่าเช่าที่มีความต้องการเช่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ มากกว่า 30,000 บาท/เดือน เพิ่มขึ้น 28% MoM สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัยยังคงเติบโต เป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะทำโปรโมชั่นดึงดูดทั้งกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่เองและนักลงทุน

ส่องปัจจัยบวกสร้างโอกาสทองให้ผู้ซื้อบ้านปี 68 

ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2568 กำลังฉายแสงแห่งโอกาสให้กับคนหาบ้านอีกครั้ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการอสังหาฯ ของภาครัฐ ประกอบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นโอกาสทองของผู้ที่มีความพร้อมทางการเงินในการซื้อที่อยู่อาศัย โดยมี 3 ปัจจัยบวกที่น่าสนใจ ดังนี้

  1. มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด ภาคอสังหาฯ ยังคงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้คนหาบ้านเป็นเจ้าของที่อาศัยได้ง่ายขึ้น ดังนี้
  • มาตรการลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์เหลือ 01% (จากปกติ 2%) และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาฯ อันเนื่องมาจากการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวในคราวเดียวกัน เหลือ 0.01% (จากปกติ 1%) สำหรับราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท มีผลใช้บังคับไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-Value: LTV) เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดให้เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันเป็น 100% สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งกรณี (1) มูลค่าหลักประกันต่ำกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 เป็นต้นไป และ (2) มูลค่าหลักประกันตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 1 เป็นต้นไป สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569
  • สินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินของรัฐ ประกอบด้วย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารออมสิน และการเคหะแห่งชาติ ที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านที่มีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ หรือมีเงื่อนไขผ่อนปรนอื่น ๆ เช่น ระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวนานขึ้น วงเงินกู้ที่สูงขึ้น หรือการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึง
  • โครงการบ้านเพื่อคนไทย เน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาประหยัด (Affordable Housing) ในพื้นที่ศักยภาพที่ใกล้ระบบขนส่งมวลชน ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเช่าซื้อได้ในระยะเวลา 99 ปี โดยมีอัตราผ่อนเริ่มต้นประมาณ 4,000 บาท/เดือน ระยะเวลาผ่อนชำระ 30-50 ปี และยังมีการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5%
  1. อัตราดอกเบี้ยลดลงต่อเนื่อง แบ่งเบาภาระคนผ่อนบ้าน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องจนมาอยู่ที่ 75% ต่อปี (ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน 2568) ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน เนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามไปด้วย และช่วยลดภาระการผ่อนชำระหนี้ในแต่ละงวด ทำให้ผู้ซื้อมีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้นและสามารถนำเงินส่วนต่างไปใช้จ่ายอื่น ๆ ได้
  2. ผู้พัฒนาอสังหาฯ จัดเต็มโปรโมชั่นสุดคุ้ม บริษัทผู้พัฒนาอสังหาฯ ต่างแข่งขันนำเสนอโปรโมชั่นที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการมอบส่วนลดพิเศษ ฟรีค่าส่วนกลาง ของแถมต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งโปรโมชั่นช่วยผ่อนดาวน์ และการเช่าออมบ้านเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ผู้พัฒนาอสังหาฯ ยังได้จับมือกับธนาคารเพื่อนำเสนอโปรโมชั่นสินเชื่อที่มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ในราคาที่คุ้มค่า และช่วยลดค่าใช้จ่ายบางส่วนอีกด้วย

ยกระดับความพร้อมกับ 5 ขั้นตอนวางแผนซื้อบ้านใหม่อย่างคุ้มค่า

ท่ามกลางปัจจัยบวกที่เอื้อต่อการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคต้องไม่ลืมว่าหัวใจสำคัญของการซื้อที่อยู่อาศัยนั้นยังคงอยู่ที่การวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ขอแนะนำ 5 ขั้นตอนยกระดับความพร้อมเพื่อวางแผนซื้อบ้านใหม่ ช่วยให้คนหาบ้านเริ่มต้นก้าวแรกในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าในช่วงโอกาสทอง

  1. เลือกที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับรายได้ การวางแผนซื้อบ้านอย่างเป็นระบบถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางอสังหาฯ ผู้บริโภคควรเลือกบ้าน/คอนโดฯ ในฝันที่เหมาะสมกับสถานภาพทางการเงินเป็นหลัก โดยนำรายรับหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วในแต่ละเดือนมาคำนวณวงเงินกู้สูงสุดที่คาดว่าจะได้รับ เพื่อหางบประมาณที่เหมาะสมในการซื้อที่อยู่อาศัย จากนั้นจึงพิจารณาความต้องการและไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัวเพื่อเลือกประเภทที่อยู่อาศัยและทำเลที่ตอบโจทย์
  2. เรียนรู้การสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคง การบริหารจัดการแผนการเงินอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อซื้อบ้าน/คอนโดฯ ได้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากอสังหาฯ ถือเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูงและผ่อนชำระยาวนาน จึงจำเป็นต้องมีแผนการเงินที่รอบคอบเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาทางการเงินในอนาคต โดยผู้บริโภคควรเก็บออมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านทั้งในส่วนเงินดาวน์และค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ ผู้กู้ควรมีรายจ่ายไม่เกิน 40% ของรายได้ รวมไปถึงมีการออมเงินเพื่อเป็นกองทุนสำรองในกรณีฉุกเฉิน โดยควรตั้งเป้าหมายในการออมเงินสำรองให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 3-6 เดือน ก่อนที่จะซื้อที่อยู่อาศัย
  3. เครดิตการเงินดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ประวัติการเงินที่ดีถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อง่ายขึ้น เนื่องจากเป็นตัวบ่งชี้ถึงความน่าเชื่อถือและความสามารถในการชำระหนี้ โดยผู้บริโภคควรเริ่มสร้างประวัติทางการเงินที่ดีโดยชำระหนี้ต่าง ๆ ให้ตรงเวลา และพยายามลดภาระหนี้ที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มความสามารถในการผ่อนชำระหนี้และลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธสินเชื่อ โดยธนาคารส่วนใหญ่จะพิจารณาความสามารถในการจ่ายชำระหนี้คืนได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ประกอบกับอัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio: DSR) รวมถึงความมั่นคงของรายได้ที่ผู้กู้จะนำมาชำระหนี้ในอนาคต เพื่อประเมินความเสี่ยงทางการเงินก่อนพิจารณาอนุมัติสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ของธนาคารต่อไป
  4. เช็กให้ชัวร์ก่อนยื่นกู้ด้วย “Pre-approve” การทำ “Pre-approve สินเชื่อบ้าน” หรือการยื่นประเมินสินเชื่อที่อยู่อาศัยในเบื้องต้นกับธนาคาร เป็นการขอตรวจสอบสถานภาพทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งจะพิจารณาจากราคาขายที่อยู่อาศัยที่ผู้ขอสินเชื่อแจ้งไว้ ประกอบกับรายได้-รายจ่าย รวมทั้งเครดิตหรือความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ หากทำ Pre-approve ผ่าน หมายความว่าผู้บริโภคมีโอกาสที่จะขอสินเชื่อผ่านสูง แต่ถ้าผลไม่ผ่านก็ยังไม่ควรที่จะซื้อในเวลานี้ นอกจากนี้ ข้อดีของการทำ Pre-approve คือทำให้ผู้บริโภคทราบว่ามีความสามารถเพียงพอที่จะขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยในวงเงินประมาณนี้หรือไม่ ช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นในการวางแผนขอวงเงินสินเชื่อและการเลือกธนาคาร หรือหาก Pre-approve ไม่ผ่าน ก็ช่วยให้ทราบว่าต้องปรับปรุงส่วนใดเพื่อเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ และนำไปแก้ไขก่อนยื่นกู้จริงในอนาคต
  5. เปรียบเทียบโปรโมชั่นเด็ด คว้าดีลที่ดีที่สุด ในสภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง บริษัทผู้พัฒนาอสังหาฯ ต่างแข่งขันนำเสนอโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรติดตามโปรโมชั่นของโครงการต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มวางแผนซื้อเพื่อไม่ให้พลาดข้อเสนอที่ดีที่สุด โดยเฉพาะโครงการที่ร่วมมือกับธนาคารต่าง ๆ ให้ดอกเบี้ยอัตราพิเศษซึ่งจะมีระยะเวลาโปรโมชั่นเพียงชั่วคราว จากนั้นจึงนำมาเปรียบเทียบว่าโปรโมชั่นจากโครงการใดที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ได้ครอบคลุมมากที่สุดทั้งด้านการเงิน ทำเล และไลฟ์สไตล์ ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรทำความเข้าใจเงื่อนไขและรายละเอียดของโปรโมชั่นต่าง ๆ อย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยควรสอบถามพนักงานก่อนตัดสินใจ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในภายหลัง

ปัจจัยบวกในตลาดอสังหาฯ ปี 2568 ยังคงดึงดูดให้ผู้บริโภคที่มีความพร้อมทางการเงินมองเห็นโอกาสทองในการซื้อบ้าน/คอนโดฯ ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและเพื่อลงทุน แน่นอนว่าการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านทั้งการวางแผนทางการเงิน การสร้างเครดิตที่ดี การศึกษาข้อมูลโครงการ และการพิจารณาโปรโมชั่นอย่างรอบคอบ ล้วนเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยต่อเติมให้การมีบ้านในฝันของทุกคนเป็นจริงได้ในเร็ววัน ทั้งนี้ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (https://www.ddproperty.com) ได้รวบรวมข้อมูลโปรโมชั่นที่น่าสนใจจากผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำของไทย มาพร้อมข้อมูลประกาศซื้อ/ขาย/เช่าในหลากหลายทำเลทั่วประเทศ รวมทั้งอัปเดตข่าวสารความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการซื้อ/ขาย/เช่า เพื่อให้ทุกคนเตรียมความพร้อมก่อนเลือกที่อยู่อาศัยในฝันได้อย่างมั่นใจและราบรื่นยิ่งขึ้น